บทที่ 8/3 บาดเจ็บหนัก
หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ สหายอีกคนก็พาท่านหมอชราประจำหมู่บ้านมาถึง หมอเฒ่าวางกระเป๋าเครื่องมือลง ก่อนจะเริ่มทำการตรวจ ทุกคนต่างรอคอยคำวินิจฉัยอย่างใจจดใจจ่อ ตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่อวิ๋นเซียวไม่ตื่นขึ้นมาเลย กลัวว่าจะอาการหนักถึงแก่ชีวิต
“สามีข้าเขาเป็นเช่นไรเจ้าคะท่านหมอ”
“อืม ช้ำในค่อนข้างมาก บาดแผลภายนอกก็ลึกน่าดู ยังดีที่กระดูกขาไม่หักแค่เคลื่อน ข้าดัดกลับมาให้แล้ว แต่หลังจากนี้คงต้องให้อยู่นิ่ง ๆ ไปสักเดือน”
หมอชรารับไม้ผ่าซีกที่ให้ตู้เย่ไปหามาให้ แล้วใช้ดามขาคนเจ็บไว้ เพื่อไม่เกิดการกระทบกระเทือนระหว่างพักรักษาตัว จัดการกับบาดแผลที่มีอยู่ทั่วตัว แล้วเขียนใบสั่งยาให้หนึ่งฉบับ
“ขอบคุณเจ้าค่ะ มีข้อควรระวังอย่างอื่นหรือไม่เจ้าคะ”
“เรื่องแผลก็สำคัญ อย่างไรก็ต้องหมั่นล้างแผลให้ดี พิษบาดแผลจะทำให้สองสามวันนี้มีไข้ขึ้นสูง หากผ่านไปได้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วแหละ”
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
เหมยกุ้ยจ่ายค่ารักษาไปหนึ่งตำลึง เป็นเงินก้อนสุดท้ายที่เก็บหอมรอมริบจากการขายของให้ระบบ เงินแค่นี้ไม่มีก็หาใหม่ได้ แต่ชีวิตสามีนางมีคนเดียว ตายไปแล้วจะเอาคืนมาได้อย่างไร
หลังจากซ่งอวิ๋นเซียวได้รับการรักษา พ้นขีดอันตรายแล้ว ตู้เย่กับเหล่าสหายจึงขอตัวไปเอาหมูป่ามาส่ง ก่อนไปก็ไม่ลืมบอกให้เหมยกุ้ยเตรียมที่ไว้รอ เพราะหมูป่านั่นตัวใหญ่ไม่น้อย
ดังนั้นหน้าที่เตรียมสถานที่สำหรับชำแหละหมู ก็คือเด็กน้อยทั้งสาม พวกเขาต่างพร้อมใจกันเสนอตัวทำงานนี้ ด้วยอยากให้ท่านแม่เป็นคนดูแลท่านพ่อมากกว่าจะเป็นพวกเขา
เมื่อทุกคนออกไปกันหมดแล้ว เหมยกุ้ยก็เอาแต่เพ่งมองใบหน้าคมคายนั้นด้วยความรู้สึกใจสั่น ชายผู้นี้อายุยี่สิบสามแน่หรือ เหตุใดถึงได้ดูแก่กว่าวัยนัก บ่งบอกได้เลยว่าที่ผ่านมาต้องทำงานหนักมากแน่ ๆ
กระนั้นถึงจะผิวดำคล้ำไปสักหน่อย ทว่ากลับกลบความหล่อเหลามิได้เลย จับอาบน้ำขัดผิวสักหน่อยก็เป็นหนุ่มรูปงามดี ๆ นี่เอง มิรู้ว่าเหมยกุ้ยในอดีตตาไม่ดีหรืออย่างไร มีของดีอยู่ในมือแท้ ๆ กลับไม่ชอบ
“บุญของข้าแท้ ๆ ที่ได้ย้อนเวลากลับมา ตัวข้าในชาติภพนี้ช่างตาบอดนัก มีของดีในมือแต่มองเป็นเพียงก้อนกรวด คราวนี้แหละข้าจะไม่ยอมให้ชีวิตกลับไปเป็นเหมือนเดิมเด็ดขาด ครอบครัวข้าต้องได้ดี และจะมีชีวิตที่ดีสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน”
เหมยกุ้ยพรั่งพรูทุกอย่างออกมาจนหมด เพ่งมองสามีคนนี้อย่างปลาบปลื้ม ก่อนตายยังหาแฟนไม่ได้สักคน ไม่คิดว่าพอได้ย้อนเวลากลับมาจุดเริ่มต้น กลับมีสามีโดยที่ไม่ต้องหา มิหนำซ้ำยังเป็นคนดีรักเดียวใจเดียว
แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังไม่ได้รู้สึกรักเสียทีเดียว ก็ยังรู้สึกว่าซ่งอวิ๋นเซียวเป็นเพียงคนแปลกหน้า สิ่งที่นางทำได้ในตอนนี้ก็คือ ค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากัน หากว่าเข้ากันไม่ได้จริง ๆ ก็ควรจะแยกย้ายกันไปเติบโต
“หวังว่าเมื่อยามเขาตื่นขึ้นมา จะไม่มองว่าข้าเป็นตัวประหลาดหรอกนะ แต่ข้าเหมยกุ้ยที่มาจากร้อยปีข้างหน้า เป็นคนมุทะลุใจร้อนนี่นา อยู่ ๆ จะให้แก้นิสัยเดิมทันทีมันไม่ได้หรอก เฮ้อ...คิดแล้วก็ปวดหัว จะทำอย่างไรให้คนอื่นเชื่อล่ะเนี่ยว่าข้าคือเหมยกุ้ย ไม่ใช่ผีเข้าน่ะ”
พูดไปก็คอยเช็ดคราบสกปรกให้คนเจ็บไป นางพูดคนเดียวไปเรื่อย เพราะคิดว่าอย่างไรก็ไม่มีใครได้ยิน จงใจเช็ดตรงกล้ามท้องและหน้าอกนานกว่าส่วนอื่น ใบหน้าแสดงออกชัดเจนว่าพึงพอใจ แต่นางหารู้ไม่ว่าสิ่งที่พูดและกระทำไปนั้น คนที่แกล้งหลับได้ยินและเห็นชัดเจน
“ระบบข้าอยากได้อุปกรณ์สำหรับทำแผล”
ติ๊ง!
[ยอดเงินของท่านไม่เพียงพอค่ะ]
“ให้ข้ายืมก่อนไม่ได้หรือไง แล้วจะรีบหาสินค้ามาขายคืนให้” เหมยกุ้ยค้อนขวับ ที่ผ่านมาให้นางขายอะไรก็ไม่รู้ ทั้งงูทั้งคางคก แค่ขอก่อนไม่ได้หรืออย่างไร
[ระบบไม่มีนโยบายจ่ายก่อนผ่อนทีหลังค่ะ]
“ขอยืมก่อนไม่ได้หรือ มันฉุกเฉินจริง ๆ”
[ระบบแนะนำให้โฮสต์ทำงานค่ะ รับรองระบบจะไม่เอาเปรียบแน่นอน]
เหมยกุ้ยหน้ามุ่ยได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน นางก็ไม่ได้จะขี้เกียจนะ ก็แค่ร่างกายนี้มันอ่อนแอ มาวันแรกก็โดนตีหัวแตกต้องนอนซมเป็นไข้ แล้วไหนจะเรื่องบ้านเดิมอีก จะเอาเวลาไหนไปทำงานกัน
หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ห้อง เผื่อว่าจะมีอะไรพอจะขายได้บ้าง ทว่าบ้านที่ทรุดโทรมแห่งนี้ แม้แต่หลังคายังรั่ว กำแพงบ้านยังมีรู จะมีของมีค่าอะไรขายได้เล่า นอกจากถ้วยแตก ๆ ที่วางอยู่ตรงมุมบ้าน อย่างอื่นก็มีแต่ของจำเป็นต้องใช้ทั้งนั้น ขายไม่ได้หรอก
พลันก็คิดอย่างหนึ่งได้ นางจึงเดินไปหยิบถ้วยแตกขึ้นมาหนึ่งใบ ก่อนจะเริ่มการต่อรองการขายกับระบบหน้าเลือด
“ระบบถ้วยใบนี้เจ้ารับซื้อหรือไม่”
[เห็นแก่ความพยายามของโฮสต์ ระบบอนุโลมให้เป็นกรณีพิเศษค่ะ รับซื้อราคาหนึ่งอีแปะ]
“ห้าอีแปะไม่ได้หรือ เสียหายไปบ้างแต่ก็ใช้ได้อยู่นะ อีกอย่างเจ้าดูสิ ถึงจะแตกแต่มันก็แตกแบบมีสไตล์ ร้าวน้อยแตกมาก แตกแบบมินิมอล เก็บไว้ขายต่อให้ผู้ใช้คนอื่นที่ชอบสะสมของเก่าก็ได้”
[สองอีแปะ มากกว่านี้ไม่ได้ค่ะ]
“สี่อีแปะก็ได้เอ้า”
[สองอีแปะ หากยังมีการต่อรอง ระบบจะยกเลิกข้อตกลงการซื้อขายทันที]
“ตกลง ข้าขายหมดเลยห้าใบ” ก็แค่ต่อราคาเผื่อได้เท่านั้นแหละ ไม่ได้บอกเสียหน่อยว่านางจะขายแค่ใบเดียว
คิก ๆ ขายขยะได้กำไรตั้งห้าอีแปะ...
