บทที่ 8/2 บาดเจ็บหนัก
“เขาเป็นอะไร เหตุใดถึงมีสภาพเช่นนี้” เหมยกุ้ยใบหน้าซีดเผือดสั่นเทิ้มไปทั้งตัว นางรีบยื่นมือไปอังไว้ที่จมูกสามี เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังหายใจอยู่จึงพลอยโล่งใจไม่น้อย สภาพของเขาดูไม่ได้เอาเสียเลย เรียกว่าอาการสาหัสด้วยซ้ำ
“ถูกหมูป่าไล่ชนตอนช่วยพวกเราน่ะ เจ้าไม่ต้องห่วงนะ ค่ารักษาพวกข้าจะรับผิดชอบเอง” หนึ่งในกลุ่มสหายที่ไปด้วยกันอธิบาย ถ้าไม่เพราะพวกตนขี้ขลาด อวิ๋นเซียวก็ไม่ต้องมาเจ็บหนักเช่นนี้
“แล้วจะพาเขาไปไหน เหตุใดมาถึงไม่พาเข้าบ้านเล่า”
“พวกเราเรียกเจ้าแล้วก็ไม่มีใครตอบ จะทิ้งไว้ที่นี่คนเดียวก็ไม่ได้ ก็เลยจะพาไปไว้กับผู้เฒ่าฝูก่อน คิดว่าค่อยมาบอกเจ้าอีกที” ตู้เย่ตอบได้ไม่เต็มเสียงนัก ความจริงแล้วไม่ได้คิดที่จะกลับมาแจ้งเหมยกุ้ยด้วยซ้ำ
“ไม่ต้องเจ้าค่ะ หามกันไปหามกันมาไม่ดีกับคนเจ็บ พาท่านพี่เข้าไปนอนในบ้านเถอะ เร็วเข้า”
ซ่งอวิ๋นเซียวยามนี้เจ้าตัวถึงกับหูแดงระเรื่อ ลืมความเจ็บไปเสียสนิท คำว่าท่านพี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ยินจากปากของภรรยา นางพูดจากใจจริงหรือ มิใช่ว่าคราวนี้มีแผนอะไรซ่อนอยู่ใช่ไหม หรือที่ทำไปก็เพื่อให้สหายเขาตายใจ แล้วเรียกเงินทำขวัญจากพวกเขาแทน
เมื่อได้รับอนุญาต เหล่าสหายจึงช่วยกันหามคนเจ็บเข้าบ้าน แต่ก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่าด้านในเป็นระเบียบเรียบร้อยเสียจนรู้สึกแปลกใจ ข้าวของเครื่องใช้มากขึ้น หากจะพูดให้ถูกคือดูเป็นบ้านพักอาศัย หลานสาว หลานชายก็ดูดีมีความสุข ซึ่งต่างจากก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง
แต่เรื่องที่ทำให้ทุกคนไม่ชินก็คือ การที่เหมยกุ้ยรีบจัดแจงเตรียมที่หลับนอนให้อย่างกระตือรือร้น มีผ้าห่มหอมฟุ้งด้วยกลิ่นแดดอ่อน ๆ ดูผ่อนคลายยิ่ง นางก็ดูเป็นแม่บ้านธรรมดา ไม่เห็นเหมือนที่ได้ยินมาเลย ผู้มาใหม่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก รู้สึกผิดไม่น้อย ที่พวกเขาอคติกับเหมยกุ้ยเกินไป
“ซือฮั่นไปเชิญท่านหมอเร็วเข้า”
“ไม่ต้องไป ข้าให้สหายอีกคนไปเชิญท่านหมอมาแล้ว อีกสักครู่ก็คงมาถึง”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ พวกท่านมาเหนื่อย ๆ นั่งพักดื่มน้ำก่อนค่อยกลับนะเจ้าคะ ม่านถงไปยกน้ำชามาให้พวกท่านลุงเร็วเข้า”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
ตู้เย่และพวกพยักหน้าตกลงยอมอยู่ต่อ เหตุผลหลักก็คือเป็นห่วงสหายที่กำลังเจ็บหนัก อยากรออยู่ที่นี่จนกว่าจะแน่ใจว่าอวิ๋นเซียวปลอดภัยแล้ว
เหมยกุ้ยไม่ได้คิดจะรอท่านหมอ นางแอบซื้อยาจากระบบ เป็นยาลดไข้และยาแก้อักเสบ ฉวยโอกาสที่ทุกคนเผลอจึงยัดเข้าปากซ่งอวิ๋นเซียว อย่างไรยาสมัยใหม่ก็ย่อมเห็นผลไวกว่า
ยามนี้ซ่งอวิ๋นเซียวรับรู้ทุกอย่าง แต่ไม่กล้าลืมตานอนตัวเกร็ง ภรรยายัดอะไรเข้าปาก เขาก็แค่มีหน้าที่กลืนลงท้อง ทั้งที่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าอาจจะเป็นยาพิษก็ได้ ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด
ทว่าใบหน้าของสามสหายตอนนี้ถึงกับอ้าปากค้าง ต่างคนก็ต่างสะกิดกันดูภาพตรงหน้า นี่ใช่เหมยกุ้ยจริงหรือไม่ พวกเขาไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่ นางทั้งดูแลและเอาใจใส่ดีมาก ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนเสแสร้งแกล้งทำ
กระทั่งตู้เย่ได้รับสัญญาณจากสหายข้างกัน เขาจึงเอ่ยปากเรื่องที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้า ที่จะพาคนเจ็บมาส่งถึงบ้าน
“เหมยกุ้ย คือว่าพวกเราล่าหมูป่ามาได้สองตัว ตกลงกันว่าจะยกให้บ้านเจ้าหนึ่งตัว ส่วนที่เหลือพวกเราสี่คนจะเอาไปแบ่งกันเอง เจ้าจะว่าอย่างไร”
“หนึ่งตัวหรือเจ้าคะ”
“หากเจ้าคิดว่ามันน้อยไป ไม่คุ้มกับที่อวิ๋นเซียวเสี่ยงชีวิต เช่นนั้นพวกเราเอาแค่ครึ่งตัวก็ได้ ที่เหลือให้เจ้าหมดเลย” หนึ่งในสหายที่มาด้วยกันเสนอเพิ่มให้อีกครึ่งตัว ที่จริงหมูสองตัวนี้ก็เป็นสหายล่ามาได้คนเดียว พวกเขาแค่ช่วยทำงานเบา ๆ เท่านั้น
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเจ้าค่ะ พวกท่านไปด้วยกันห้าคน ต่างก็ออกแรงเท่า ๆ กัน ให้บ้านข้าทั้งตัวเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าว่ามันไม่ยุติธรรม”
“ถึงจะออกแรงเหมือนกันก็จริง แต่ที่พวกเรามีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะอวิ๋นเซียวช่วยไว้ ลำพังพวกข้าแม้แต่หมูก็คงไม่ได้สักตัว” ตู้เย่ลดใบหน้าลงเล็กน้อย ครั้งนี้หากอวิ๋นเซียวไม่ทุ่มสุดตัว ก็ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย
“เช่นนั้นก็สุดแล้วแต่พวกท่านจะตัดสินใจเจ้าค่ะ”
“ดี ตกลงกันตามนี้ รอท่านหมอตรวจอาการอวิ๋นเซียวก่อน แล้วพวกเราจะไปเอาหมูมาให้นะ”
“เจ้าค่ะ”
