บทที่ 5/2 ระบบร้านค้า
เมื่อเล่นจนพอใจแล้ว นางจึงสั่งปิดระบบ พลางคิดว่าเล่นแค่นี้ก็พอแล้ว ไม่นานนักภาพตรงหน้าของนางก็กลายเป็นความมืดมิด ตามมาด้วยเสียงพูดคุยกันอยู่ข้างหูดังแว่วมาทีละน้อย กระทั่งนางที่อยากจะพักเริ่มรู้สึกรำคาญ
“น้องเล็กอย่ากินเสียงดังนักสิ เดี๋ยวก็ทำท่านแม่ตื่นหรอก” ซือฮั่นกำลังพัดวีอยู่ข้างเตียง อดที่จะเอ็ดน้องชายเสียมิได้ เอาแต่ส่งเสียงเคี้ยวแจ๊บ ๆ จากการแทะกินหมั่นโถวลูกใหญ่มาสักพักแล้ว ด้วยกลัวว่าจะรบกวนการนอนของท่านแม่
“ขอรับ”
“พี่ใหญ่ ออกแรงพัดมากไปแล้วนะเจ้าคะ”
“ได้ ๆ พี่เข้าใจแล้ว” เด็กหนุ่มยิ้มเจื่อน ก่อนจะลดแรงพัดลงตามที่น้องสาวบอก
ทั้งสามเฝ้าไข้ท่านแม่มาสองวันเต็ม เชิญท่านหมอมารักษาแล้ว ไข้ก็ลดแล้ว แผลก็เริ่มดีขึ้น ทว่าท่านแม่ก็ยังไม่ตื่นเสียที พวกเขาจึงต้องผลัดกันนั่งเฝ้าทั้งกลางวันกลางคืน กระทั่งตอนนี้ว่างจากงานบ้านงานสวน ไม่มีอะไรทำ จึงมานั่งเฝ้ากันทุกคน
“พี่ใหญ่ พี่รอง เหมือนท่านแม่จะตื่นแล้วนะขอรับ” เด็กชายชี้ไปที่มารดา เมื่อเห็นเปลือกตาของนางขยับยุกยิก
เมื่อได้รับการรบกวนมากขึ้น เปลือกตาขยับยุกยิกเมื่อครู่ก็ลืมตาขึ้น รู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสามชะโงกหน้ามองนางเป็นตาเดียวกัน แทบจะจุ่มหัวติดกันอยู่แล้ว
“ท่านแม่ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ หิวหรือไม่ รอสักครู่นะเจ้าคะ ข้าจะไปเอาข้าวต้มมาให้เดี๋ยวนี้”
ยังไม่ทันจะได้เอ่ยทัดทาน เด็กสาวก็วิ่งหน้าตั้งออกไปแล้ว ส่วนสองคนที่เหลืออยากจะถามถึงอาการป่วยใจจะขาด ทว่าก็กลัวจะถูกดุด่า จึงได้แต่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างเตียง ทำตัวหยุกหยิกอยู่ไม่สุข
“ข้าหลับไปแป๊บเดียวเกิดอะไรขึ้นหรือ พวกเจ้าถึงได้ดูร้อนใจกันนัก” ร่างบางพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จะไม่ให้นางถามเช่นนั้นได้อย่างไร เจ้าเด็กพวกนี้ทำหน้าราวกับว่าถูกใครรังแกก็ไม่ปาน
“แป๊บเดียวที่ไหนกัน ท่านแม่หลับไปตั้งสองวันเต็ม ๆ เชียวนะขอรับ”
“ซือฮั่นเจ้าว่าอะไรนะ ข้าหลับไปตั้งสองวันเชียวหรือ” แม่เจ้า! นางหรือก็นึกว่าแค่หลับสักงีบ แต่ไม่คิดว่าตื่นขึ้นมาอีกทีก็ผ่านไปเป็นวันแล้ว
“ใช่แล้วขอรับ ท่านแม่ไข้ขึ้นสูง เอาแต่เพ้อว่าระบบอะไรสักอย่าง อาการเพิ่งจะดีขึ้นเมื่อคืนนี้เองขอรับ” เด็กหนุ่มพูดไปก็สูดน้ำมูกไป พยายามกลั้นน้ำตาไว้สุดฤทธิ์
“เอาละ เลิกร้องได้แล้ว ระหว่างที่ข้าหลับมีใครมารังแกพวกเจ้าหรือเปล่า”
“ท่านยายกับป้าสะใภ้มายืนด่าหน้าบ้านเมื่อวานขอรับ จะเข้ามาเอาของคืนให้ได้ ดีที่ท่านลุงหวังมาเห็นก่อน จึงไม่กล้าทำอะไรขอรับ”
หญิงสาวพยักหน้า ถือว่าโชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านหวังช่วยได้ทัน ไม่เช่นนั้นเด็กพวกนี้คงรับมือจงไฉ่กับเอ้อเหนียงไม่ได้ หลังจากนี้คนพวกนั้นต้องตามตอแยไม่เลิกแน่ ต้องหาวิธีรับมือไว้เสียแล้ว
“ข้าเหนียวตัวนัก ใครก็ได้ไปต้มน้ำกับหาผ้าสะอาดมาให้หน่อย ข้าอยากเช็ดตัวก่อน แล้วค่อยกินข้าว” ความจริงแล้วนางอยากมีเวลาส่วนตัวสักนิด ยังคงคาใจเรื่องระบบอยู่ไม่น้อย จึงหาทางไล่ให้เด็ก ๆ ออกไปก่อน
“ขอรับ”
“พี่ใหญ่ ข้าจะเป็นคนเตรียมผ้าเช็ดตัวเองนะขอรับ” เนี่ยนจินรีบเสนอตัว พี่สาวไปทำข้าวต้มแล้ว ตนก็ต้องมีงานบ้าง
“ได้ พี่ต้มน้ำเอง”
หลังจากประตูบ้านถูกปิดลง นางชะเง้อมองผ่านช่องประตู เมื่อปลอดคนแล้ว จึงลองเรียกระบบดู แต่ใจก็อดที่จะคาดหวังเสียไม่ได้ ขอให้เป็นความจริงทีเถอะ อย่าได้เป็นแค่ความฝันเลย
“เปิดระบบ”
ติ๊ง!
พลันหน้าจอระบบสีฟ้าฉายวาบ เหมยกุ้ยถึงกับรีบยกมือขึ้นปิดปาก กลัวว่าตนจะส่งเสียงกรี๊ดออกมาด้วยความตื่นเต้น ที่แท้ก็เป็นเรื่องจริงหรือนี่
อยากจะทดลองใช้ระบบเหลือเกิน ทว่าตอนนี้ซื้ออะไรก็ไม่ได้ เพราะเงินในกระเป๋ายังไม่มี อีกทั้งก็ไม่รู้ว่าจะขายอะไรให้ระบบได้บ้าง ทั่วทั้งบ้านนอกจากหญ้าที่ติดเท้ามา ก็มีแค่เศษผ้ากับถ้วยใบเก่า ๆ เท่านั้นเอง
เศษผ้าพวกนั้นจะนับเป็นของขายได้หรือ เรียกผ้าขี้ริ้วยังหรูเลย
“ระบบเปิดใช้หมวดแนะนำ”
[รับทราบค่ะ]
พลันหน้าจอระบบเปลี่ยนเป็นหมวดแนะนำ รออยู่ชั่วอึดใจ เมื่อประมวลผลเสร็จ หน้าจอได้แสดงผลสิ่งที่สามารถรับซื้อได้
[ตรวจพบหญ้าไป๋เหมาเกิน จำนวนห้าต้น ราคาต้นละสิบห้าอีแปะ]
เมื่อเห็นแล้วว่ามีสิ่งที่ขายได้ ร่างบางจึงรีบลงจากเตียง เดินหาหญ้าที่ว่านั่นจนทั่วห้อง จึงสามารถเก็บมาได้ครบห้าต้น ถึงจะราคาถูกไปหน่อย กระนั้นก็ดีกว่าไม่มีเลย
“ขายทั้งหมด”
ทันทีที่หญิงสาวขายหญ้าไป๋เหมาเกิน หญ้าห้าต้นนั้นก็หายวับไปกับตา พร้อมหน้าจอได้แจ้งจำนวนเงินที่ได้ ซึ่งเมื่อมีเงินเจ็ดสิบห้าอีแปะ เหมยกุ้ยไม่รอให้เสียเวลา นางค้นหาสิ่งของที่พอจะซื้อได้ทันที
“เจ็ดสิบห้าอีแปะ ซื้อยาแก้อักเสบไปแล้ว เหลือแค่พอซื้อไข่ต้มได้สี่ฟองเองหรือ”
กระนั้นนางก็ยังซื้อไข่ต้มมา ยังไม่ทันได้ปิดหน้าจอระบบเลยด้วยซ้ำ เด็ก ๆ ก็แห่กันเข้ามาเสียแล้ว หัวใจนางเต้นระส่ำ กลัวว่าความลับจะถูกเปิดเผย
“พวกเจ้าเห็นอะไรหรือไม่”
เด็กทั้งสามต่างพากันส่ายหน้า พวกเขาไม่เห็นอะไรเลยนั่นคือความสัตย์จริง หน้าตามึนงงของแต่ละคนทำให้เหมยกุ้ยรู้แล้วว่าไม่มีผู้ใดเห็น มีเพียงนางเท่านั้นที่เห็นหน้าจอระบบ เมื่อเป็นเช่นนั้นนางก็เบาใจ ก่อนจะชี้ไปที่ไข่ต้มสี่ฟอง แล้วสั่งให้หยิบไปกินคนละฟอง
“หยิบไปคนละฟองสิ เอาไปกินกับข้าวต้ม”
เด็ก ๆ เม้มปากแน่น ท่านแม่เคยให้ของดี ๆ กับพวกเขาเช่นนี้เสียที่ไหน ไม่ได้มีแผนการในใจใช่หรือไม่ แต่ว่าไข่มันก็น่ากินจริง ๆ นะ ถ้าไม่ใช่วันพิเศษก็ไม่ได้กินเต็มฟองเช่นนี้หรอก
เพราะมัวแต่กลัว ไม่กล้าหยิบกันเสียที สุดท้ายแล้วเหมยกุ้ยจึงตัดปัญหาด้วยการยัดใส่มือให้เสียเอง ก่อนจะไล่ให้พวกเขาแยกย้ายไปหาข้าวกิน ห้ามเข้ามารบกวนนางเด็ดขาด
ทันทีที่ไม่มีใครแล้ว เหมยกุ้ยไม่ปิดบังความดีใจอีกต่อไป นางดึงผ้าห่มขึ้นปิดหน้า ก่อนจะดีดดิ้นกลิ้งไปกลิ้งมาราวกับเด็ก ๆ ได้ของที่ถูกใจ แต่ดีใจได้ไม่เท่าไร ก็ดันมีเรื่องให้นางต้องเสียอารมณ์จนได้
“แหวะ! นี่ผ้าห่มพันปีหรืออย่างไร เคยซักกันบ้างหรือไม่”
