บทที่ 2/1 เวรกรรมมีจริง
ทันทีที่เปลือกตาถูกเปิดออก ภาพเบื้องหน้าก็ค่อย ๆ ปรับชัดขึ้นทีละน้อย ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ๆ กว่าดวงตาจะปรับความชัดได้ เจ้าตัวก็ใช้เวลาไปหลายอึดใจ ทว่าทุกอย่างมันน่าเหลือเชื่อจนเกินไป บ้านไม้เก่า ๆ หลังคาหญ้าที่ทรุดโทรมนี่มันอะไร มองอย่างไรมันก็ไม่ใช่บ้านเธอแน่ ๆ
พลันความรู้สึกปวดหนึบตรงหน้าผากทวีความรุนแรง มิหนำซ้ำเมื่อแตะไปตรงบาดแผล สัมผัสแรกคือความเปียกชื้น แล้วตามมาด้วยความรู้สึกเจ็บจี๊ดเกินกว่าจะทนไหว ใบหน้าเรียวเล็กก็ถึงกับบิดเบี้ยว จึงเผลอร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ย! หัวฉัน... เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” นี่ไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน แต่จำได้ว่าจมน้ำตายไปแล้วไม่ใช่หรือ แล้วที่นี่ ความรู้สึกนี้ มันคืออะไรกัน
กิมหยงได้แต่นอนกะพริบตาปริบ ๆ แวบแรกที่เห็นหลังคาบ้าน คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที ก่อนจะมองเลยไปที่กำแพงบ้าน สิ่งรอบข้าง แล้วไปจบลงที่คนทั้งสามที่มีหน้าตามอมแมม เสื้อผ้าบางจุดมีรอยปะชุน แต่ละคนแทบไม่ต่างจากขอทาน
สภาพคนตรงหน้าคงไม่ใช่สวรรค์แน่ ๆ บนสวรรค์คงไม่มีใครแต่งตัวยาจกได้เหมือนขนาดนี้ ถ้าเช่นนั้นเธอคงตกนรกแล้วละ
“พี่ใหญ่ พี่รอง ท่านแม่ฟื้นแล้วขอรับ”
ขณะที่ยังมึนงงไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนก่อนดี ได้มีเด็กน้อยวัยสี่ขวบกำลังเกาะขอบประตู ตะโกนร้องเรียกพี่สาวพี่ชาย แต่เจ้าตัวกลับกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่ยอมเข้ามาด้านใน
เขารอกระทั่งพี่ทั้งสองวิ่งมาถึง จึงยอมเข้าบ้านพร้อมกัน ผู้หนึ่งคือบุรุษหนุ่มหน้าตาดีวัยสิบสามปี ทว่าร่างกายกลับผ่ายผอม ใบหน้าตอบ บดบังความหล่อเหลานัก ด้านหลังคือสตรีหน้าตาน่ารักวัยสองปี รูปร่างผอมแห้งไม่ต่างกัน
“ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้างขอรับ อย่าเพิ่งลุก นอนพักอีกสักหน่อยดีหรือไม่” ซือฮั่นรวบรวมความกล้าเอ่ยแนะนำ ท่านแม่ไม่ชอบให้เขาออกความคิดเห็นเป็นที่สุด หากมีครั้งใดพลั้งเผลอก็มักจะถูกด่าทอประจำ หนักเข้าก็สั่งให้อดข้าว แต่ว่าครั้งนี้อย่างไรก็ต้องขัดใจ
“ท่านแม่ เจ็บมากหรือไม่เจ้าคะ” แม้จะเป็นห่วง แต่ม่านถงกลับเลือกยืนไกลกว่าผู้อื่น เป็นแค่เด็กสาวที่ถูกรับเลี้ยงทั้งยังเป็นสตรี ท่านแม่จึงไม่ชอบหน้ามากที่สุด เคยสั่งไว้ว่าหากเป็นไปได้ก็อย่าโผล่หน้ามาให้เห็น เห็นแล้วพานรู้สึกสะอิดสะเอียนอยากจะอาเจียน
กิมหยงที่ยังคงรู้สึกสับสน มองเด็กทั้งสามด้วยความมึนงงระคนสงสัย ดวงตาพร่าเบลอ ขณะเดียวกันทั้งภาพและความทรงจำทุกอย่าง ไหลเวียนเข้าสู่จิตสำนึกไม่หยุดหย่อน
หญิงสาวถึงกับยกมือขึ้นจับหัว เจ็บปวดเสียจนตัวงอ ยิ่งความทรงจำทั้งใหม่และเก่าไหลเข้ามาพร้อมกัน อาการปวดหัวก็เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น เส้นเลือดตรงขมับปูดโปน แค่เปล่งเสียงก็ยังทำไม่ได้
“พี่ใหญ่ทำอย่างไรดี ท่านแม่เหมือนจะไม่ไหวแล้ว เรียกท่านหมอมาดูดีหรือไม่” ม่านถงขอความเห็นพลางเขย่าแขนพี่ชาย หากไม่รีบไปเชิญท่านหมอตอนนี้ เกรงว่าจะไม่ทันกาลเสียแล้ว
“ได้อย่างไร เราไม่มีเงินมากพอ ท่านหมอไม่มาหรอก”
“แล้วเราจะทำอย่างไรเจ้าคะ ท่านพ่อไม่อยู่บ้านเสียด้วย”
“พี่ใหญ่ ท่านแม่จะตายไหมขอรับ” เนี่ยนจินดวงตาแดงก่ำ น้ำตาหยดแหมะ ถึงจะกลัวมารดามากแค่ไหน แต่เขาก็กลัวที่จะเสียท่านไปอยู่ดี ให้นางอยู่ต่อดุด่าทุกวันยังดีเสียกว่าให้ตายจากกันไป
บุตรสาวบุตรชายกอดกันกลม ต่างร้องไห้ตามกันระงม กิมหยงได้แต่มองคนทุกคนสลับกันไปมา อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
เฮ้ ๆ สวรรค์... เอาจริงดิ
“ท่านแม่พูดอะไรบ้างสิขอรับ”
“เนี่ยนจินอย่าร้อง ท่านแม่ต้องไม่เป็นอะไร” ม่านถงคว้าตัวน้องชายเข้ามากอดอีกครั้ง ไม่อยากให้น้องชายรบกวนคนเจ็บมากเกินไป
“พี่รองข้ากลัว ฮือออ”
กิมหยงขมวดคิ้วไล่สายตามองไปทีละคน สุดท้ายจึงไปหยุดที่ซือฮั่นบุตรคนโตที่ถูกรับมาเลี้ยง ตอนนี้เจ้าตัวกำลังเขย่าแขนนาง ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
“ท่านแม่ทนก่อนนะขอรับ ข้าจะหาทางเชิญท่านหมอมาให้ได้”
ซือฮั่น คือลูกบุญธรรมที่ถูกรับเลี้ยงมาเมื่อห้าปีก่อน ในตอนนั้นซ่งอวิ๋นเซียวเพิ่งแต่งงานกับเหมยกุ้ย นางไฉ่ผู้เป็นมารดาเกรงว่าเมื่อรับซือฮั่นเข้ามาเป็นสมาชิกในบ้าน จะทำให้ส่วนแบ่งรายได้ที่ควรจะเป็นของตนลดลง จึงยุให้เหมยกุ้ยไล่เด็กชายออกจากบ้าน นั่นจึงเป็นต้นเหตุของความไม่ลงรอยกัน ระหว่างแม่และลูกบุญธรรม
เมื่อนางเชื่อฟังคำยุยงของมารดา ทำให้หลังจากนั้นเหมยกุ้ยและสามีทะเลาะกันแทบทุกวัน บ้านลุกเป็นไฟอยู่ไม่สุขสักวัน ยิ่งทำให้นางไม่ชอบหน้าซือฮั่นเข้าไปใหญ่
ส่วนสาวน้อยที่อยู่ข้างกันนามม่านถง ถูกรับมาเลี้ยงเช่นกัน เป็นสตรีนุ่มนิ่มและขี้กลัว จึงมักจะถูกตำหนิดุด่าต่อว่าเป็นประจำ บางครั้งทำอะไรไม่ถูกใจ เหมยกุ้ยก็จะสั่งให้อดข้าวอยู่บ่อย ๆ ทำให้เจ้าตัวไม่มั่นใจตนเองและกลัวเหมยกุ้ยขึ้นสมอง เพียงแค่ถลึงตาใส่ นางก็กลัวจนหัวหด
ส่วนเด็กชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั้น เป็นบุตรชายแท้ ๆ ของเหมยกุ้ยกับซ่งอวิ๋นเซียวนามเนี่ยนจิน ถึงแม้เป็นลูกชายแท้ ๆ แต่การเลี้ยงดูก็ไม่ได้ดีเท่าใดนัก เรียกได้ว่าลูกจริงลูกเลี้ยงก็ถูกเหมยกุ้ยกระทำไม่ต่างกัน กระนั้นก็ยังกลัวมารดาไม่รัก จึงพยายามทำตัวดีเชื่อฟังอยู่ตลอด
