6 l 破坏 / ทำลาย
6
破坏 / ทำลาย
“ปล่อย ฉันบอกให้ปล่อย” ร่างบางถูกคนตัวโตโอบรัดตัวไว้แน่นเมื่อเธอยิ่งดิ้นเขายิ่งเพิ่มแรงรัดจนร่างของเธอคล้ายกลับจะแหลกละเอียด ทำให้รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้คงเป็นห่วงผู้หญิงคนนั้นไม่น้อย “ปล่อย!” “ไม่ปล่อยใช่มั้ย”
“อ่า” สิรภพเหวี่ยงร่างบางฤทธิ์เยอะไปด้านข้างเต็มแรงเมื่อหญิงสาวใช้ฟันกัดเข้าไหล่แกร่งของเขาเต็มแรง
ฟุ้บ! ครืด!
“อ๊ะ” จิราภาไม่ทันระวังโดนชายหนุ่มเหวี่ยงเธอลง ร่างบางเซไปด้านหลัง ส้นสูงที่สวมอยู่เริ่มทรงตัวไม่ได้ทำให้เธอถลานาบไปกับพื้น “ฮึก” ความเจ็บแปลบนอกจากไหลผ่านหัวใจดวงน้อย ยังมาเจ็บร่างกายอีก
“คุณทำร้ายผม” “ผมแค่ต้องป้องกันตัว” สายตาของมองไปยังร่างเล็กเธอค่อย ๆ ใช้มือยัดกายลุกขึ้นและเขาเห็นว่าเธอมีแผลสดตรงข้อศอกและหัวเข่า
“ฉันเกลียดมัน” “คุณอยู่ข้างมันทำไม” แม้กายจะเจ็บแต่ใจเจ็บกว่าที่คนตรงหน้าก็ยังเข้าข้างคนผิด
“แต่เซินเขาบอกเลิกคุณแล้วนี่” “แสดงว่าเขาไม่รักคุณแล้ว” สิรภพเดินเข้ามาหาร่างเล็กใช้มือกุมหัวไหล่บางเอาไว้และตอบกลับผู้หญิงเบื้องล่าง
“เขาเลิกกับฉันคนเดียว แต่ฉันไม่ได้เลิก” เธอตอบกลับแววตาเศร้าปนผิดหวัง
“เขาแต่งงานกันแปลว่าคุณจะกลายเป็นคนแย่งแฟนคนอื่น” ชายหนุ่มตอบด้วยสีหน้าราบเรียบภาพของเธอทำให้เขาวูบไหวเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเข้มขึ้น
“อ๊าย-ย-ย-ย” “ฉันไม่ยอมให้งานแต่งสงบสุขแน่” จิราภากรี๊ดออกมาดังลั่นอย่างไม่พอใจ เธอรู้สึกเหนื่อย ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ หากเมื่อกี้ได้ตบขนมผิงเธออาจจะรู้สึกดีขึ้น
ชายหนุ่มไม่สนใจหันหลังกลับเตรียมจะเดินเข้าไปในร้านคืน
ปึก
แต่แล้วเขาต้องหยุดเดินเมื่อมีวัตถุบางอย่างทำให้รู้สึกเจ็บกระทบหลังเขา พบว่ามันคือรองเท้าส้นสูง “ชอบความรุนแรงใช่มั้ย!” ร่างสูงเดินเข้ามาหาร่างบางนั่งลงอยู่บนพื้น เขาใช้มือกระชากจนก้นของเธอลอยหวืดเล็กน้อย
“อ๊ะ” แรงบีบบนต้นแขนทำให้เธอเบ้หน้าเจ็บออกมา ก่อนจะเปลี่ยนขึงโกรธชายหนุ่มเช่นเดิม
“อย่าคิดทำลายงานแต่ง” “เพราะผมก็จะไม่ยอม” เขาทิ้งคำพูดร้าย ๆ ประกาศเตือนให้เธอรับทราบก่อนจะปล่อยแขนเรียวอย่างแรง พร้อมกับจ้ำขาเดินเข้าร้านตามปกติ
...
บ้านตระกูลลี่
หลังจากเหตุการณ์ปรากฏตัวของแฟนเก่าว่าที่สามี เขาก็อธิบายทุกอย่างให้เธอเข้าใจว่าเลิกกันแล้ว แต่ไม่รู้ว่าภายในใจชายหนุ่มลืมรักสี่ปีได้แล้วหรือยัง เพราะเธอคนนั้นก็ดูยังรักเขาอยู่
“ยังคิดมากอยู่อีกเหรอน้องพี่” สิรภพเดินเข้ามาด้านหลังเมื่อเห็นร่างเล็กกำลังเหม่อลอยมองสระน้ำนอกบ้าน วันนี้เขาแวะเอาของฝากจากมารดามาให้น้าขวัญตา จึงได้เข้ามาหาเธอคนที่เขาแอบรัก ถึงแม้ว่าตอนนี้ทำใจได้บ้างแต่ก็ยังมีความห่วงใยอยู่เสมอ
“ค่ะ” “พี่ซินว่าผิงยกเลิกงงานแต่งดีมั้ย” หญิงสาวร่างเล็กหันหน้าเข้ามาหา ปรึกษาพี่ชายที่ให้คำตอบเธอได้ทุกเรื่อง
“ทำไมล่ะกลัวเหรอ” เขาถามพร้อมกับจับปอยผมปรกหน้าเพราะแรงลม
“ไม่กลัวค่ะ” “กลัวว่าคุณเซินยังรักคนนั้นอยู่” เสียงหวานระคนเศร้าตอบกลับมาพร้อมเสียงถอนหายใจเบา ๆ
“เซินมันบอกเลิกแล้วแปลว่าหมดรักแล้ว” “ไม่ต้องกลัวนะพี่ไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายขนมผิงแน่” จากนั้นมือแกร่งเลื่อนลงมาบีบมือบางเบา ๆ ต่างจากก่อนหน้านี้เขาลงน้ำหนักบนไหล่เล็กเต็มแรง
“ขอบคุณนะคะพี่ซิน” “พี่ซินปกป้องผิงตลอดเลย” ขนมผิงจึงเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงกอดขอบคุณชายหนุ่มตรงหน้า
...
“เกือบงามหน้าแล้วมั้ยละ” “ม๊าบอกแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นนิสัยรับไม่ได้” เม่ยเดินถือพัดใบหน้าร้อนรนเมื่อมีคนรายงานว่าการลองชุดครั้งนี้มีเรื่องไม่ราบรื่นเกิดขึ้น
“ผมบอกเลิกจินไปแล้วม๊า” โอวเซินนั่งไขว้ห้างใช้มือนวดหว่างคิ้วไปพลาง ๆ เขายังนึกสงสารอดีตแฟนลูกครึ่ง
“ก็ดี” “มันไม่หยุดม๊าคิดว่าต้องสั่งสอน” เสียงหญิงใหญ่สุดในบ้านเอ่ยลั่น เธอต้องปกป้องพาลูกชายไปถึงฝั่งตำแหน่งประธานตระกูลของเตี่ยให้ได้
“ม๊าจะทำอะไร” “อย่ารุนแรงกับจินนะ” ชายหนุ่มรีบถามและห้ามปรามมารดาทันที
“ไหนบอกเลิกมันนี่แกยังห่วงมันอีก”
“จินแค่ผู้หญิงตัวคนเดียว” เขาอธิบายต่อจินนี่ถือว่าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวเขาไม่เคยเห็นเธอไปไหนกับครอบครัวตัวเองเลย ที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยสนใจภูมิหลังเธออะไร
“ฉันไม่กรีดหน้ามันหรอก” เม่ยตอบไปเพียงเท่านั้น ตราบใดที่หญิงสาวลูกครึ่งยังไม่ล้ำเส้นเกินเธอจะยังไม่ลงมือ
...
หลายวันผ่านไปผู้หญิงขึ้นชื่อว่าเป็นบุคคลต้องห้ามสำหรับตระกูลบ้านหยางเงียบหายไป จนชายหนุ่มเริ่มสงสัยว่าอดีตแฟนสาวจะยอมลงง่าย ๆ ยังไม่ทันไรเสียงข้อความดังขึ้นมา
‘เซิน จินขอโทษ’
‘จินขอเจอเซินครั้งสุดท้ายได้มั้ย’
ชายหนุ่มอ่านข้อความนั้น เขาไม่ได้ตอบไลน์เธอ เบอร์ก็ไม่รับ จนหญิงสาวเอาเบอร์ใหม่พิมพ์ส่งข้อความมาแทน เขาติดสินใจตอบตกลงที่จะไปเจอเธอครั้งสุดท้าย
‘ตกลง’
โอวเซินนึกคิดว่าที่ผ่านมาไม่ได้บอกให้จิราภาตั้งตัว เราสองคนคบกันมาสี่ปีและเธอก็ไม่ได้ผิดอะไร ผิดที่เขาเอง การไปเจอกันรอบนี้ถือว่าเคลียร์ใจและขอความเห็นใจ
เขาอยากจบกับเธอด้วยดี
...
สถานที่นัดพบคงเป็นที่ไหนไม่ได้นั่นคือคอนโดของจิราภา บรรยากาศกลิ่น เสียงคุ้นเคยตลอดสี่ปีที่เขาคบกับเธอ พอได้มาอยู่ที่เก่าก็คิดถึงเสียงออเซาะ เสียงหัวเราะของอดีตแฟนสาว
รู้ตัวอีกทีเขาก็มาถึงหน้าห้องเธอแล้ว
แกร็ก
เขายังไม่ทันแตะคีย์การ์ดใบเดิมประตูห้องก็เปิดขึ้นอัตโนมัติทันที เมื่อเดินเข้ามาพบว่ากลิ่นเทียมหอมที่เขาชอบเธอก็จุดมัน
“จิน” “ผมมาแล้ว” เขาเรียกเจ้าของห้องเบา ๆ แต่ทว่าไร้เสียงตอบกลับ ร่างสูงเดินเข้ามากลางห้องบนโต๊ะตัวยาวมีสัมภาระของเขาที่เคยขนมาค้างอยู่กับเธอวางไว้ มันถูกจัดเป็นระเบียบรอเขากลับมาเอา
“มาแล้วเหรอเซิน” จิราภาเดินมาด้านหลังกระซิบข้างใบหู
“อุ๊ยจิน ผมตกใจหมด” ชายหนุ่มรีบกระเถิบออกไปทันทีคล้ายกับร่างที่เคยโดยหาเป็นสิ่งน่ากลัว
“เซินไม่ต้องกลัว” “เสื้อผ้า แปรงฟันจินเก็บใส่กระเป๋าคืนคุณหมดแล้ว” เสียงเล็กเอ่ยบอกราบเรียบ แววตาไร้ความรู้สึก
ทำให้ชายหนุ่มวางใจว่าเธอทำใจได้แล้ว
“จินขอโทษและยินดีด้วยนะ” ปากเธอพูดบอกมือรินน้ำเลื่อนไปตรงหน้าอดีตแฟน “หิวน้ำมั้ยดื่มน้ำก่อนสิ”
“ขอบคุณนะ” ชายหนุ่มเอื้อมมือถือแก้วน้ำเย็น ๆ ขึ้นจิบ “คุณโอเคแล้วจริง ๆ ใช่มั้ย” เสียงทุ้มถามย้ำรู้สึกผิดกับคนตัวเล็ก
“จะว่าดีก็คงโกหก มันยังเจ็บอยู่เลย”
“รักมาตั้งนานทำไมเซินทิ้งจินได้ลง”
“จินโกรธเซิน” หญิงสาวพร่ำพูดไปเรื่อย ๆ จนร่างสูงฟุบลงกับโซฟา
“เซิน เซิน” จิราภาเดินเข้ามาใกล้ร่างสูงเอื้อมแตะแก้มสากเบา ๆ พบว่าเขาหลับสนิทไปแล้ว “ขอโทษนะเซิน จินรักเซิน”
ในแก้วนั้นเธอผสมยานอนหลับอ่อน ๆ ตอนแรกไม่คิดว่าเขาจะดื่มมันง่าย ๆ ด้วยซ้ำ หญิงสาวปลดเปลืองเสื้อผ้าเขาและเธอให้เปลือยทั้งคู่ ก่อนจะหยิบโทร.ถ่ายรูปคล้ายกับจัดฉากว่าเราสองคนนอนด้วยกัน เมื่อได้รูปที่ตนเองพอใจจึงปิดโทร.ลง
“ไม่มีใครแย่งเซินไปจากจินได้” ร่างบางค่อย ๆ ทรุดกายลงให้หัวหนุนแขนแกร่งเอาไว้ หญิงสาวแทรกกอดร่างกำยำที่เธอเฝ้าคิดถึงคืนนี้เธอจะได้นอนกอดเขาทั้งคืน และตื่นมาเราสองจะกลับเป็นเหมือนเดิมเมื่อรูปคู่ได้หลุดออกไป...
