1 | 照片 รูปภาพ
1
照片 รูปภาพ
เมื่อเธอเห็นเขาตื่นตกใจเดินผละออกไป หญิงสาวมองตาละห้อยเมื่อเห็นครอบครัวของเขากำลังเดินเข้ามาจินนี่จึงเดินกลับไปยังซุ้มคณะตัวเองไม่อยากให้เราทั้งสองต้องทะเลาะเพิ่มกันอีกในวันแบบนี้
ระหว่างเดินกลับมาเธอก็ได้ยินเสียงแห่งความสุขของใครหลายคน บางคนมีของขวัญล้นมือไม่อาจจะถือกลับจนหมดมีพ่อแม่ถือให้แทน บางคนแฟนเซอร์ไพรตุ๊กตาตัวโต ตัดภาพมาที่ตัวเอง
ติ๊ง เสียงแจ้งเตือนข้อความ
MOM : จินนี่แม่โอนเงินให้แล้วนะลูก แม่รักลูกนะ
มือบางกดเปิดอ่านก่อนจะยิ้มออกมาบาง ๆ จำนวนเงินที่แม่เธอโอนเข้ามามากกว่าทุกเดือนถือเป็นของขวัญวันเรียนจบ แต่เธอไม่รู้สึกดีใจมากเท่าไร อยากให้แม่มาถ่ายรูปกับเธอมากกว่า
ความสัมพันธ์เธอกับแม่ไม่ได้ผูกพันมากนัก แม่เธอติดงานเสียส่วนมาก ส่วนเธอจะถูกฝากให้อยู่กับพี่เลี้ยงในเนอสเซอรี่จวบจนกระทั่งโตเป็นสาวแม่ตั้งใจซื้อคอนโดหรูอยู่สบายใจกลางเมือง ที่เธออาศัยอยู่ทุกวันนี้ เพียงเพราะว่างานที่แม่เธอทำคือการได้มีสังคมหรือเพื่อนฝูงเยอะ
ฉันยังไม่เข้าใจประโยคนั้น จวบจนวันนั้นแม่พาผู้ชายมาที่บ้าน ฉันจึงเข้าใจว่างานของแม่คืออะไร
ถามว่าโกรธเขาไหมที่ทำแบบนี้ หากเป็นสมัยเด็กไม่เข้าใจเธอโกรธนั่งร้องไห้กับพี่เลี้ยง แต่เมื่อโตขึ้นเงินที่แม่ส่งมาให้เธอทุกเดือนคือการที่แม่ต้องต้องใช้ร่างกายหามา ส่วนตัวฉันที่เป็นลูกครึ่งคงหนีไม่พ้นแม่ทำงานกลางคืนแล้วพลาดท้องกับลูกค้า แรก ๆ พ่อก็ส่งเสียเลี้ยงดูมาให้ได้เพียงสองปี วันหนึ่งพ่อก็ขาดการติดต่อกับแม่ไป ทำให้แม่ต้องทำงานหนักมากขึ้น จนบางเดือนเราแทบไม่ได้เจอหน้ากัน
...
“ใครยังไม่ได้ถ่ายรูปซุ้มเอ่ยรีบเข้ามาถ่ายนะ” “พี่ให้เวลาอีกหนึ่งชั่วโมงสุดท้าย” เสียงตะโกนดังมาจากทางด้านหน้าคณะนิเทศเรียกความสนใจหญิงสาวลูกครึ่งที่กำลังเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
จินนี่จัดการเติมเครื่องสำอางใหม่ตั้งแต่หยิบแป้งพัฟมาเติมหยิบลิปขึ้นมาทาปากบางเพียงแต่งแต้มเล็กน้อยเธอก็กลับมาสวยโดดเด่น เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อยจินนี่เอื้อมมือลงไปหยิบกล้องที่แฟนหนุ่มเป็นคนซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดที่ผ่านมาเธอเช็คกล้องหามุม หาแสงสว่างว่าตัวเองควรอยู่ตรงไหนให้ภาพถ่ายออกมาสวย
“ยังไม่ได้” เสียงเล็กพูดกับตัวเอง ขยับย้ายตัวเองตามลำแสง ขยับไปหน้า ขยับถอยหลัง จนกระทั่งในเลนส์กล้องใสของเธอจับภาพใบหน้าหล่อเหลาของใครคนหนึ่งและเหมือนกับว่าเขาหันมามองกล้องเธอพอดี
จินนี่รีบผละออกจากกล้อง “คุณคะ” เธอเรียกหนุ่มหล่อหน้าจีนคล้ายกับแฟนหนุ่มแต่ทว่าเขาดูมีความเป็นผู้ใหญ่และสุขุมมากกว่า
“...” ชายหนุ่มหยุดก้าวเดินมองหาเสียงว่าใครเรียก พบว่าเป็นนิสิตจบใหม่ลูกครึ่งผมของเธอสีทองผิวขาวเข้ารับกับสีผมทำให้เธอโดดเด่นไม่น้อย ในมือถือกล้องจ้องมองเขาอยู่ “เรียกผมเหรอครับ?”
“ค่ะ” “ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยได้มั้ยคะ?”
“คงไม่ได้ผมรีบ” เขาปฏิเสธการขอความช่วยเหลือจากเธอ เพราะเขาเองก็รีบต้องไปถ่ายรูปกับน้องชายเหมือนกัน เมื่อเขาตอบเธอไปร่างสูงก็เตรียมเดินผ่านเธอ
“ขอร้องล่ะค่ะ” “ถ่ายแปบเดียวนะคะ” “มือถือคุณก็ได้ค่ะง่ายดี” จินนี่รีบพูดไปอย่างไม่ได้คิดให้ดี หากให้เขาเอากล้องเธอไปถ่ายคงจะใช้เวลานานเพราะการใช้งานกล้องนี้ค่อนข้างยาก
“นี่!” ชายหนุ่มขึ้นเสียงถึงแม้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะสวยตรงสเปกเขาเลยแต่การที่หญิงสาวดื้อดึงสวยยังไงเขาก็ไม่ชอบอยู่ดี
“นะคะพลีส-ส-ส” จินนี่ก้มหัวอ้อนวอนเพราะด้านหลังกลุ่มคนจัดงานเริ่มทยอยเก็บซุ้มแล้ว
“อืมไปสิ”
เธอยิ้มออกมาด้วยดีใจรีบวิ่งไปยังจุดที่ตัวหมายมั่นว่าต้องถ่ายตรงนี้เท่านั้น
“สวยมั้ยคะ?”
แฉะ แฉะ แฉะ
“…” ไม่มีเสียงตอบรับมีเพียงเสียงกดรัวกล้องมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดเพียงเท่านั้น สีหน้าของเจ้าของโทร.บ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์ถ่ายรูปให้เธอเป็นอย่างยิ่ง
“ตอบหน่อยสิคุณ” “ฉันจะได้รู้ว่ารูปสวยมั้ย” หญิงสาวโพสท่าไปถามไปเริ่มหงุดหงิดแต่ก็ต้องเก็บอาการเพราะหากไม่ให้เขาถ่าย ก็คงไม่ได้ถ่ายอีกแล้ว
“ก็ดี” ซินเลี่ยงคำว่าสวยเพราะไม่อยากให้เธอได้ใจ เขากดรัว ๆ ค่อยให้เธอไปเลือกเองแต่ไม่ว่าหญิงสาวจะจัดท่ายังไงเธอก็ดูดีหมด จนกระทั่งหน้าจอของเขามีข้อความสำคัญเข้ามา
“ผมถ่ายให้คุณได้เท่านี้แหละ” “รีบแอร์ดรอปไปผมรีบ” เขาเสียงเข้มขึ้นเพราะจะไปถ่ายรูปไม่ทันเช่นกัน
“ค่ะ ๆ” เธอตอบไปส่ง ๆ ถ่ายรูปยังไม่หนำใจแต่ก็ต้องจำยอมหยุดการถ่ายเพียงเท่านี้ก่อนจะเปิด แอร์ดรอปส่งแต่เธอมิวายถือวิสาสะแอดไลน์ชายหนุ่มตรงหน้า
“เสร็จแล้วค่ะ” “ขอบคุณนะคะคุณ...” ไม่ทันเธอได้พูดจบคนตรงหน้าเดินกึ่งวิ่งออกไปแล้ว
“รีบจังเลย” เธอพึมพำตามแผ่นหลังกว้างตัวของเขาเริ่มเล็กห่างออกไปซึ่งเขาเดินทะลุออกไปจะเป็นคณะบริหารที่เธอเพิ่งออกมา “ยังแอร์ดรอปไม่เสร็จเลย” “ดีนะที่เรารอบคอบแอดไลน์ไว้”
...
“พี่ซินมาแล้ว” “มา ๆ ถ่ายรูปกัน” เซินรอพี่ชายมีศักดิ์เป็นญาติทั้งคู่กอดกันเล็กน้อย
“โทษทีเมื่อกี้โดนกับดัก” ซินเอ่ยขึ้นมาพลันนึกถึงหน้าหญิงสาวผมทองทำเขาเสียเวลา
“กับดักอะไรวะพี่?” บัณฑิตหล่อได้ถามกลับด้วยความฉงนใจ ท่าทางญาติเขาไม่สบอารมณ์อยู่ไม่น้อย
“ช่างเถอะไม่สำคัญอะไร” “นี่ของขวัญจากปู่” “และนี่ของฉัน” เขาตอบปัด ๆ ยื่นของขวัญมาให้
“ค่อยแกะดูนะม๊าว่าเรารีบถ่ายดีกว่า” “ป๊าเริ่มปวดขาแล้ว” เม่ยเอ่ยเตือนทำให้พวกเราถ่ายรูปภาพกันอบอวลไปด้วยความสุข
“อากงจะบินมาถึงนี่หกโมงและทานข้าวเย็นกับเรานะคะ” ขนมผิงเอ่ยบอกเมื่อแม่ของเธอโทร.มา
“ดี ๆ เลยม๊าตื่นเต้นจัง” “เราจะไม่ได้ทานข้าวครอบครัวใหญ่พร้อมหน้าตาแบบนี้มานานแล้ว”
สิ้นเสียงของขนมผิงชายหนุ่มที่ให้คำสัญญากับแฟนสาวก็เริ่มหน้าเสียจึงพิมพ์ข้อความส่งไปหา
...
‘วันนี้เซินต้องไปทานข้าวกับอากงนะ’ ‘จินไม่ต้องรอ’
“เฮ้อ” “ว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้” หญิงสาวถอนหายใจก้มเก็บกล้องใส่กระเป๋าสะพายข้างประจำตัว เธอปลงกับความรู้สึกแบบนี้มาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เลิกน้อยใจ นับวันเธอยิ่งเหมือนเป็นคนเรียกร้องมากขึ้น
‘มาหาจินที่คอนโดเหมือนเดิมนะ’ เธอพิมพ์ข้อความส่งแฟนหนุ่มทิ้งไว้แบบนั้นก่อนจะลุกกลับคอนโด
