5 บาดแผลซ้อนบาดแผล
ความเสียใจจากเรื่องคนรักยังไม่ทันจางหาย สายวันต่อมาพิมพ์รตาก็ได้รับสายจากป้าดวงใจว่าคุณยายเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้กำลังนำร่างท่านไปที่วัด จากความหวังว่าคุณยายจะอาการดีขึ้นกลับกลายเป็นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
หญิงสาวรีบออกจากห้องพักของเจนแล้วไปซื้อชุดสีดำก่อนจะตรงไปที่วัด พอทราบกำหนดการต่างๆ แล้วพิมพ์รตาก็โทรไปลางานต่อ เธออยู่ส่งคุณยายจนทุกอย่างเรียบร้อยก็กลับไปทำงาน
“เป็นอะไรหรือเปล่าเพิร์ล ยังคิดเรื่องคุณยายเหรอ” มะเหมี่ยวเพื่อนชาวลาวถามเมื่อเห็นว่าตั้งแต่กลับมาจากไทยพิมพ์รตาก็ดูเงียบไป จากคนที่เคยยิ้มแย้มกลับมีแววตาเหม่อลอย
“แค่เหนื่อยนะ ไม่มีอะไรหรอก”
“ก็ใครใช้ให้ทำงานเยอะขนาดนี้ล่ะ”
“เพิร์ลลาไปหลายวันก็ต้องกลับมาทำงานชดเชยเวลาที่เพื่อนๆ เข้ากะแทน” เธออธิบายให้เพื่อนร่วมงานฟัง ทุกคนรู้แค่ว่าคุณยายเธอเสียชีวิตแต่เรื่องที่เลิกกับแฟนหญิงสาวก็ไม่ได้บอกใคร
“มันเรื่องสุดวิสัยนี่ แล้วคืนนี้เข้ากะกับใครเหรอ”
“น่าจะเป็นพี่ตั้มนะ”
“ค่อยยังชั่ว ถ้าเป็นเด็กใหม่คงเหนื่อยมาก”
“พี่ปิ่นคงไม่ให้เด็กใหม่อย่างเพิร์ลเข้ากะกับเด็กใหม่หรอกนะ”
“เพิร์ลก็ใหม่แค่สถานที่ แต่มีประสบการณ์มาแล้ว”
“แต่มันก็ไม่เหมือนกันหรอกนะ เพิร์ลยังต้องเรียนรู้อีกเยอะเลย”
“แต่เพิร์ลเก่งมากเลยนะ พี่ปิ่นชมอยู่บ่อยๆ”
“พี่ปื่นก็ชมทุกคน อย่างมะเหมี่ยวนี่ก็โดนชมวันละหลายๆ รอบ”
ทั้งสองคนพากันหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกไปถึงหัวหน้าแผนกที่ชมและให้กำลังใจลูกน้องอยู่ตลอด
เมื่อมะเหมี่ยวลงเวรกะบ่ายก็เหลือพนักงานสามคน คือพิมพ์รตา พี่ตั้มและมาลีสาวสวยจากประเทศลาว
แขกที่เช็กอินช่วงดึกจะเป็นแขกที่ทำการจองไว้ล่วงหน้าการทำงานจึงไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ที่จำเป็นก็น่าจะเป็นทักษะภาษาเพราะจะเป็นแขกชาวต่างชาติ การจัดพนักงานจึงต้องดูให้เหมาะสมกับแขกที่เข้าพัก
“ดีนะคืนนี้เพิร์ลกับพี่ตั้มเข้ากะทั้งคู่ถ้าไม่อย่างนั้นคงได้วุ่นวายกว่านี้แน่ๆ” มาลีถอนหายใจหลังจากส่งแขกทั้งหมดเข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว
“มาลีก็ทำได้ดีนะ แอบไปเรียนมาใช่ไหมล่ะ” เพิร์ลเอ่ยชมเพื่อนร่วมงานที่บอกว่าไม่ถนัดใช้ภาษาจีนแต่ก็สื่อสารกับแขกได้
“เราแค่ทักทายได้ บอกทางได้ แต่อย่าถามลึกนะเราตอบไม่ได้หรอก” มาลีหัวเราะๆ
“พี่ตั้มเก่งภาษาจีนนี่คะ สอนมาลีหน่อยสิ” พิมพ์รตาเสนอเพราะมาลีเคยกระซิบบอกว่าเธอแอบชอบเขา
“ถ้าอยากเรียนจริงๆ ในอินเทอร์เน็ตมีเยอะแยะ พี่ก็ไม่เก่งถึงขั้นจะสอนใครได้หรอกนะ”
“แล้วถ้าตรงไหนไม่เข้าใจ มาลีขอถามพี่ตั้มได้ไหมล่ะ”
“อือ” ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเดินดูแลแขกที่กำลังงงกับแผ่นที่อยู่หน้าห้องโถง
“เมื่อไหร่พี่ตั้มจะยอมใจอ่อนกับเราสักทีนะเพิร์ลหรือว่าพี่ตั้มเขามีใครรออยู่ที่เมืองไทย”
“อันนี้เพิร์ลก็ไม่รู้นะ แล้วมาลีเคยเห็นแฟนเขามาหาที่นี่ไหมล่ะ”
“ไม่เคยเห็นเลย แต่วันหยุดพี่ตั้มชอบกลับบ้านบ่อยๆ บ้านพี่เขาอยู่หนองคายนี่เองนั่งรถชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง”
“อยู่จังหวัดเดียวกับต้นอ้อเลย มาลีลองถามต้นอ้อดูสิ”
“ใช่ๆ เราลืมไปได้ยังไงนะ”
ทั้งสองคุยกัยไปเรื่อยเพื่อไม่ให้ง่วงนอนเพราะอีกหลายชั่วโมงกว่าจะเลิกงาน
การทำงานและได้คุยกับเพื่อนร่วมงานทำให้ความเศร้าค่อยๆ จางหาย จนกระทั่งถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านมาสองปีแล้วที่พิมพ์รตามาทำงานที่ประเทศลาว
เธอกลับไปเมืองไทยครั้งสุดท้ายก็ตอนทำบุญครบหนึ่งร้อยวันคุณยาย แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับอีกเลย
หญิงสาวยังคงตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่ออนาคตของตัวเองโดยไม่สนใจจะคบหากับผู้ชายคนไหนทั้งที่มีคนมาสนใจเธอเยอะมากเพราะเธอเป็นคนที่หน้าตาสวย หุ่นดีอัธยาศัยดีมากๆ คนหนึ่ง
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” พิมพ์รตาถามผู้ชายคนหนึ่งที่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเขาพาผู้หญิงมาเข้าพักและเธอก็เป็นคนพาไปส่งที่ห้องด้วยตัวเอง
“ครับ คุณเป็นคนไทยใช่ไหมครับ” เขาเดาจากการพูดที่ไม่ค่อยเหมือนคนที่นี่สักเท่าไหร่
“ใช่ค่ะ” พิมพ์รตาชำเลืองดูข้อมูลผู้เข้าพักและเห็นว่าเขาเองก็เป็นคนไทยเหมือนกัน
ชายหนุ่มแนะนำตัวว่าเขาชื่อรัฐชาหรือต้น และคนที่เขาพามาพักที่นี่ก็คือน้องสาวของเขา
“ผมอยากขอความช่วยเหลือหน่อยครับ”
“คุณรัฐชาจะให้ฉันช่วยอะไรคะ”
“เรียกผมต้นหรือพี่ต้นก็ได้ครับ ผมน่าจะอายุมากกว่า”
“ค่ะพี่ต้น มีอะไรให้เพิร์ลช่วยเหรอคะ”
“พี่ฝากดูน้องสาวพี่ด้วยนะ อย่าให้เขาแอบใช้โทรศัพท์โรงแรมติดต่อใครเด็ดขาด ถ้ามีผู้ชายหน้าไหนมาป้วนเปี้ยน ให้รีบไลน์บอกพี่ทันที” รัฐชากำชับพลางยื่นธนบัตรใบละพันให้หลายใบให้
“บอกสาเหตุได้ไหมคะ”
“พี่พาเธอหนีมาจากคนไม่ดีครับ พี่กลัวน้องสาวจะติดต่อกับผู้ชายคนนั้นอีก ยังไงก็ช่วยหน่อยนะครับ พี่จะให้ค่าจ้างเพิ่ม”
“ถ้าเพราะเหตุผลนั้น ไม่ต้องจ้างหรอกค่ะ เอาเป็นว่าเพิร์ลจะช่วยดูให้ก็แล้วกันนะคะ”
“ขอบคุณมากครับ พี่ขอเบอร์ติดต่อไว้หน่อยได้ไหม ถ้ามีใครมาหาเธอหรือเธอคิดจะหนีออกไปจากที่นี่รบกวนโทรบอกพี่ด้วยนะครับ”
เพราะเห็นสีหน้าไม่สบายใจของเขาพิมพ์รตาเลยยอมให้ความช่วยเหลือ แม้ในใจจะไม่เห็นด้วยเพราะเหมือนกับเขาพาน้องสาวมาขังไว้ หรือบางที่เขาอาจจะไม่ใช่พี่ชายอย่างที่บอกเธอก็ได้
หลังจากคุยกับรัฐชาวันนั้นทุกอย่างก็ดูเป็นปกติจนกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง
“สบายดี” พนักงานต้อนรับด้วยภาษาประจำชาติพร้อมยกมือไว้อย่างอ่อนน้อม
“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มคนหนึ่งทักทายขณะสายตาก็กวาดมองไปทั่วโถงทางเดินของโรงแรม
“สวัสดีค่ะ คุณเป็นชาวไทยใช่ไหมคะ” พิมพ์รตาทักทายด้วยความดีใจที่เจอคนไทยด้วยกัน
“ใช่ครับ ที่นี่มีคนไทยมาพักเยอะเหรอครับคุณถึงพูดภาษาไทยได้ชัดเจนมาก” แม้ว่าภาษาของที่นี่จะใกล้เคียงกับภาษาไทยแต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดเขาจึงพอจะเดาออก
“ใช่ค่ะ ฉันชื่อ พิมพ์รตาเรียกว่าเพิร์ลก็ได้ค่ะ ฉันเป็นคนไทยแต่มาทำงานที่นี่ค่ะ คุณมีอะไรให้เรารับใช้คะ”
“ผมชื่อแทนคุณครับ ผมอยากได้ห้องพักครับ มีห้องแบบไหนบ้าง”
พิมพ์รตาอธิบายห้องพักและลงทะเบียนให้กับชายหนุ่มเรียบร้อยก็ให้พนักงานพาเขาไปยังห้องพัก
หลังจากเก็บของใช้เข้าที่แล้วชายหนุ่มก็ออกมาเดินเตร็ดเตร่อยู่บริเวณล็อบบี้และหวังว่าจะได้เจอกับชาริณบ้างแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหญิงสาวเลย
“คุณแทนคุณมองหาอะไรหรือเปล่าคะ บอกเพิร์ลได้เลยนะคะ” พิมพ์รตาสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มเดินวนไปวนมาอยู่นานก็อดเข้ามาถามไม่ได้
“ผมกำลังคิดอยู่ครับว่าจะทานอาหารที่โรงแรมหรือออกไปทานร้านข้างนอก แต่ถ้าถามคุณเพิร์ลก็คงแนะนำให้ทานที่นี่ใช่ไหมล่ะครับ” เขาหัวเราะเบาๆ เพราะเข้าใจดีว่าพนักงานก็ต้องอยากให้คนเข้าพักทานอาหารของทางโรงแรม
“ถูกต้องค่ะ แต่เพิร์ลเห็นว่าเราเป็นคนไทยด้วยกันก็เลยจะแนะนำร้านอาหารบรรยากาศดี ๆ ให้นะคะ”
“ขอบคุณครับ”
พิมพ์รตาแนะนำร้านอาหารให้กับแทนคุณจากนั้นตัวเองก็ถึงเวลาเลิกงานพอดี
เธอกลับไปที่หอพักแล้วเปลี่ยนชุดก่อนจะกลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง แล้วก็ไปยังห้องพักของชาริณที่ตอนนี้กลายมาเป็นเพื่อนของเธอไปแล้ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“มาตรงเวลาดีจังเลยพี่เพิร์ล” ชาริณทักทายด้วยรอยยิ้มที่สดใสหากแต่แววตายังเศร้า
“วันนี้งานไม่ยุ่งเท่าไหร่ ใบชาล่ะเป็นยังไงบ้าง อยู่ห้องทั้งวันเบื่อไหม”
“เบื่อมาก ๆ เลยค่ะพี่เพิร์ล ชาเหมือนติดคุกเลยค่ะ โทรศัพท์ก็ไม่มี พี่เพิร์ลช่วยพูดกับพี่ต้นให้ชาหน่อยได้ไหมคะ ชาอยากได้โทรศัพท์หรือแท็ปเล็ตก็ได้”
“พี่จะลองคุยดูนะ แต่พี่ชายของใบชาก็คุยยากอยู่เหมือนกัน เขาคงหวงน้องสาวมาก”
“แต่ชาว่าพี่เพิร์ลต้องทำได้ค่ะ”
“พี่ชักจะกดดันแล้วสิ” หญิงสาวยิ้มให้ชาริณก่อนจะพากันเข้าลิฟต์ลงมายังชั้นล่างสุด
“วันนี้เราไปกินข้าวร้านเดิมดีไหมคะพี่เพิร์ล ชาว่าอาหารที่นั่นอร่อยแล้วคนก็ไม่เยอะมากเท่าไหร่”
“ได้สิ เมื่อกี้พี่ก็เพิ่งแนะนำลูกค้าคนไทยไปที่นั่นคนหนึ่ง”
“มีคนไทยพักที่นี่เพิ่มเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ ใบชามาอยู่ที่นี่ไม่มีเพื่อนเลยพี่ว่ารู้จักกันไว้ได้ดีไหมจะได้ไม่เหงา”
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ได้คุยกับคนอื่นบ้างก็คงดีกว่าเหงาอยู่ที่ห้องคนเดียว แต่เขาอยากจะมีเพื่อนไหมล่ะคะ”
“พี่ก็ไม่รู้นะ เอาเป็นว่าถ้าเจอเขาพี่จะแนะนำให้ใบชารู้จักก็แล้วกันนะ”