12 เปิดตัว
งานฉลองมงคลสมรสช่วงเย็นถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมใจกลางเมือง บรรยากาศอบอุ่นอบอวลไปด้วยความสุขของคู่บ่าวสาว หลังจากช่วงพิธีการสำคัญและการตัดเค้กผ่านพ้นไป บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นความผ่อนคลายดนตรีบรรเลงท่วงทำนองหวานอย่างต่อเนื่อง
พิมพ์รตาในชุดเดรสราตรีสั้นสีชมพูกะปิขับผิวขาว ยืนหัวเราะและพูดคุยอย่างสนุกสนานอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัย
แต่แล้วบรรยากาศแห่งความสุขในกลุ่มเพื่อนสนิทกลับต้องหยุดชะงักลง เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาพร้อมกับหญิงสาวข้างกายที่เดินควงแขนแนบชิด
ธนกฤตคนรักเก่าของพิมพ์รตา เดินเข้ามาพร้อมกับมิลล์แฟนใหม่ เธอแต่งตัวด้วยชุดแบรนด์เนมจัดเต็มตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าแต่งด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ
สายตาของมิลล์จ้องมองมายังพิมพ์รตาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดอย่างซ่อนไม่มิด
“วันนี้เพื่อนพี่เพิร์ลแต่งงานแล้ว แล้วเมื่อไหร่จะถึงคิวพี่เพิร์ลบ้างล่ะคะ”
คำถามที่ฟังดูกระแนะกระแหนทำเอาเพื่อนๆ ในกลุ่มของพิมพ์รตาหน้าตึงขึ้นมาทันที แต่หญิงสาวยังคงนิ่ง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าหวาน ก่อนเธอจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร
“พี่ไม่จำเป็นต้องรีบหรอกค่ะ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ความพร้อมและคนที่ใช่มากกว่า รีบไปก็ใช่ว่าจะเจอคนดี หรือบางทีตอนนี้ดีสักพักก็ดีแตก”
“ที่บอกว่าไม่รีบ เพราะจริงๆ แล้วยังหาแฟนไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ โถๆๆ น่าสงสารจัง เลิกกับพี่ต้ามาตั้งนานแล้วก็ยังโสดอยู่อีก ถ้าพี่เพิร์ลอยากมีแฟนจริงๆ บอกมิลล์ได้นะ เดี๋ยวมิลล์จะช่วยหาให้นะคะ คนงานที่ไซต์งานก่อสร้างของพี่ต้าเขายังโสดกันตั้งหลายคน น่าจะเหมาะกับพี่เพิร์ลดีนะคะ” หญิงสาวจีบปากจีบคอพูดแล้วหัวเราะเบาๆ อย่างใส่จริตเต็มที่
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันตา เพื่อนๆ ของเพิร์ลเตรียมจะกำหมัดเปิดปากเถียงแทน แต่พิมพ์รตากลับแตะแขนเพื่อนไว้ เธอยิ้มรับแม้ในใจลึกๆ จะรู้สึกเจ็บปวดจากการโดนดูถูกต่อหน้ารักแรกที่วันนี้กลับปล่อยให้คนใหม่ของตัวเองมาพูดจาดูถูกเธอต่อหน้าคนอื่นแบบนี้
“ขอบคุณในความหวังดีนะคะน้องมิลล์” พิมพ์รตาตอบออกไปเบาๆ แม้ริมฝีปากจะยิ้ม แต่ดวงตาคู่สวยกลับฉายแววโกรธจัด
เพื่อนสนิทของพิมพ์รตาเห็นท่าไม่ดี จึงรีบดึงแขนของหญิงสาวให้เลี่ยงออกมาจากตรงนั้นเพราะรู้ดีว่าพิมพ์รตายังคงฝังใจและเจ็บปวดกับบาดแผลจากรักแรกที่ถูกทรยศหักหลัง
“จริงๆ ฉันดีใจด้วยซ้ำที่เห็นว่าทั้งสองคนเขาดูรักกันดี เหมาะสมกันดีแล้วล่ะ แต่ก็อย่าไว้ใจนักเลย เพราะผู้ชายบางคน พออยู่ห่างจากเรา เขาก็กลายเป็นคนอื่นได้ทันทีเหมือนกันนะคะ”
คำพูดประโยคนั้นตอกย้ำบาดแผลในใจของเธอเอง แต่แล้วก็มีน้ำเสียงทุ้มต่ำดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“จริงครับ พอเขาอยู่ห่าง เขาก็อาจจะมองคนอื่น แต่ไม่ใช่กับผมแน่ๆ เพราะถึงจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน ผมก็ต้องรีบเดินทางมาหาเธออยู่ดี”
เสียงนั้นทำให้เพื่อนๆ ของพิมพ์รตาในบริเวณนั้นรวมถึงธนกฤตและมิลล์หันไปมองเป็นตาเดียว
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินตรงเข้ามา ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตเรียบหรู ออร่าความหล่อข่มธนกฤตแฟนเก่าของพิมพ์รตาเสียจนเขากลายเป็นเพียงก้อนหินริมทางไปในทันที
พิมพ์รตาหันไปตามเสียงนั้น หัวใจเต้นแรงก่อนจะยิ้มด้วยความดีใจเมื่อเห็นว่าคนที่เพิ่งเดินเข้ามาและพูดประโยคนั้นคือ รัฐชา
“พี่ต้น” พิมพ์รตาตกใจเพราะไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่
รัฐชาเดินตรงเข้ามาหยุดยืนข้างๆ พิมพ์รตาอย่างเป็นธรรมชาติ เขาส่งรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจะสอดฝ่ามือหนาข้าไปกุมมือเล็กของหญิงสาวเอาไว้แน่นอย่างถือสิทธิ์และเปิดเผย
“ขอโทษทีนะเพิร์ลที่พี่มาช้าไปนิดหน่อย พอดีเครื่องบินดีเลย์น่ะครับ” รัฐชาพูดพลางใช้นิ้วโป้งลูบหลังมือเธอเบาๆ เพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย
เพื่อนๆ ในกลุ่มของพิมพ์รตาตาโตด้วยความอึ้งและความฟิน ในขณะที่มิลล์และธนกฤตอ้าปากค้าง ธนกฤตจ้องมองรัฐชาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างเห็นได้ชัด รูปร่าง ความสูง บุคลิก หรือแม้แต่เครื่องแต่งกายของรัฐชานั้นเหนือกว่าเขา แล้วใบหน้าเขายังดูคุ้นมากๆ อีกด้วย
“เพิร์ล แฟนแกเหรอ” เจนสะกิดถาม
“สวัสดีครับ ผมชื่อรัฐชาครับ เป็นแฟนของเพิร์ลครับ”
คำว่าแฟนออกมาจากปากของรัฐชาเต็มเสียง ทำให้หัวใจของพิมพ์รตาเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของเขาแล้วอยากจะขอบคุณที่ทำให้ตอนนี้เธอพลิกสถานการณ์เป็นฝ่ายที่อยู่เหนือกว่า
รัฐชาหันไปมองมิลล์แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ทุกคำเหมือนการตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง
“เมื่อกี้ผมทันได้ยินที่คุณพูดนะ ที่บอกว่าอยากช่วยหาคนงานที่ไซต์งานให้เพิร์ลน่ะ ขอบคุณในความหวังดีนะครับ แต่ผมว่าคนสวยอย่างเพิร์ลต้องคู่ควรกับผมที่เป็นถึงหุ้นส่วนบริษัทมากกว่านะครับ หรือคุณคิดว่ายังไงล่ะคุณต้า”
“เราก็แค่แหย่กันเล่นเองครับคุณรัฐชา ไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกเพิร์ลเลย ผมว่านี่ดึกแล้วผมกลับก่อนดีกว่านะครับ” พูดจบเขาก็ดึงมิลล์ออกไปทันทีเพราะเพิ่งเห็นชัดๆ ว่ารัฐชาคือเจ้านายของเขา
“ทำไมเขาดูกลัวพี่ต้นจังคะ” หญิงสาวหันมาถามคนที่กุมมือเธออยู่
“ก็เขาเป็นพนักงานในบริษัทน่ะ” เขายิ้มกับหญิงสาวและเผื่อไปยังเพื่อนๆ ของเธอด้วย
“ยัยเพิร์ลนะยัยเพิร์ลปล่อยให้สองคนนั้นพูดจาดูถูกอยู่ได้ ถ้าฉันมีแฟนทั้งหล่อทั้งรวยอย่างคุณรัฐชาฉันจะตอกสองคนนั้นให้หน้าหงายไปเลย”
“เรียกผมพี่ต้นเหมือนเพิร์ลก็ได้ครับ”
“ได้จริงเหรอคะ คุณเป็นถึงผู้บริหารเลยนะ”
“มันก็แค่หน้ากากครับ ผมอยากให้มองผมเป็นแฟนของเพิร์ลมากกว่า”
“ชักอิจฉายัยเพิร์ลแล้วสิ มีแฟนปากหวานแบบนี้ ว่าแต่คบกันนานหรือยังคะ ยัยเพิร์ลทำงานอยู่ลาวไม่เป็นปัญหาใช่ไหมคะ เจนไม่อยากให้เพื่อนผิดหวังอีกค่ะ” หญิงสาวถามอย่างตรงไปตรงมา
“เราคบกันได้สักพักแล้วครับ พี่เองก็ทำงานที่ลาวเหมือนกัน”
“แล้วจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ไหมคะ” เพื่อนอีกคนถามขึ้นบ้าง
“เรื่องนี้พี่แล้วแต่เพิร์ลครับ” เขาพูดแล้วก็หันมาทำตาหวานเชื่อมใส่หญิงสาว
หลังจากทักทายเพื่อนๆ เสร็จ รัฐชาก็จูงมือพิมพ์รตาแยกตัวออกมาที่ระเบียงด้านนอกห้องจัดเลี้ยง ลมเย็นๆ ปะทะเข้าใบหน้า เพิร์ลมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย
“พี่ต้น ไม่มีคนเห็นแล้วปล่อยมือเถอะค่ะ” หญิงสาวเข้าใจว่าเขาพูดแบบนั้นออกไปเพราะอย่างจะช่วยเธอแก้สถานการณ์
“แต่พี่ว่าเพื่อนของเพิร์ลน่าจะกำลังแอบดูเราสองคนอยู่นะ” ชายหนุ่มกระซิบ
“พี่ต้น เพิร์ลไม่สนุกด้วยนะคะพี่ไปพูดกับเพื่อนของเพิร์ลแบบนั้นได้ยังไงคะ”
“เรื่องอะไรครับ”
“ยังจะทำเป็นหน้าซื่ออีกก็เมื่อกี้พี่ไปบอกเพื่อนเพิร์ลว่าเราเป็นแฟนกันได้ยังไงล่ะ”
“พี่ก็แค่ไม่อยากให้ใครมาดูถูกเพิร์ล” เขาสารภาพเสียงอ่อย
“ขอบคุณค่ะพี่ต้น เพิร์ลรู้ว่าพี่หวังดีกับเพิร์ล”
“จะคิดมากอะไร เดี๋ยวเพิร์ลก็ต้องกลับไปทำงานที่ลาวแล้วนี่ครับ”
“ก็จริงค่ะ อีกนานเลยกว่าจะได้รวมตัวกันอีก พี่ต้นกลับมาพักหรือมาทำงานคะ” เธอเปลี่ยนเรื่องเพราะกลัวว่าจะหวั่นไหวไปมากกว่านี้