11 พอไม่เจอก็คิดถึง
เมื่อชาริณและแทนคุณเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว รัฐชาก็กลับเข้าสู่หมวดทำงานตามปกติ เขายังคงทำงานที่ไซต์งานเหมือนเคยแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปและไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลยก็คือความคิดภายในหัวของรัฐชา
ตั้งแต่คืนนั้นคืนที่เขากับพิมพ์รตาถลำลึกมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน รัฐชาก็พยายามอย่างหนักที่จะบอกกับตัวเองซ้ำๆ ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันเป็นเพียงเพราะความเหงาของคนสองคนที่บังเอิญมาเจอกันในจุดที่ว้าเหว่ที่สุดเท่านั้น
เขาไม่อยากเอาความรู้สึกชั่ววูบมาผูกมัดหรือสร้างความหวังให้อีกฝ่าย จึงตัดสินใจเลือกที่จะเงียบและไม่ได้เป็นฝ่ายทักทายหรือติดต่อหาเธออีกเลย
แต่การกระทำกลับสวนทางกับหัวใจอย่างสิ้นเชิง ทุกๆ วันเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจจากไซต์งาน ความทรงจำเกี่ยวกับหญิงสาวตัวเล็ก กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้หลงใหล และความสัมพันธ์เร่าร้อนในคืนนั้นก็มักจะฉายวนกลับเข้ามาในหัวของเขาอย่างไม่อาจต้านทานได้
ความคิดถึงทรมานเขาจนอยู่ไม่สุข รัฐชาต้องสตาร์ทรถแล้วขับออกจากบ้านพัก มุ่งตรงไปยังหน้าโรงแรมที่พิมพ์รตาทำงานอยู่แทบทุกค่ำคืน เขาทำเพียงแค่นั่งจ้องมองอยู่อย่างนั้นภายในรถที่จอดสนิทเฝ้ารอจนกระทั่งได้เห็นเรือนร่างคุ้นตาของหญิงสาวเดินกลับเข้าหอพักพนักงานไปอย่างปลอดภัย เมื่อเห็นแน่ชัดแล้วว่าเธอถึงที่พักแล้วจึงยอมขับรถกลับมานอนด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง
ความรู้สึกสารพัดตีรวนวนเวียนอยู่ในหัวของชายหนุ่มตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ใจหนึ่งเขาก็อยากลองเปิดใจก้าวข้ามผ่านกำแพงที่ตัวเองตั้งไว้ดูสักครั้ง
ในเมื่อพิมพ์รตาเป็นผู้หญิงที่ตรงตามสเปกของเขาทุกอย่าง ทั้งหน้าตา น่ารัก น่าเอ็นดู นิสัยใจคอที่พูดจาตรงไปตรงมา แถมชาริณ น้องสาวคนเดียวของเขาก็ยังออกตัวเชียร์หญิงสาวอย่างออกนอกหน้าอีกต่างหาก
แต่ในอีกใจหนึ่ง ลึกๆ เขาก็กังวลและกลัวเกินกว่าจะเสี่ยง เขาคิดว่าความสัมพันธ์ที่จุดเริ่มต้นมันเกิดจากความเหงา ความเปราะบาง และฤทธิ์ของแอลกอฮอล์แบบนั้น มันคงไม่สามารถพัฒนากลายเป็นความรักที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไปได้
จนกระทั่งผ่านไปครบหนึ่งสัปดาห์เต็มที่เขาแอบเฝ้ามองเธออยู่ห่างๆ แบบนี้ แล้วคืนนี้มันก็ต่างออกไปจากทุกคืนที่ผ่านมา
รัฐชานั่งรออยู่ในรถคันเดิม สายตาจ้องมองตรงไปยังบริเวณหน้าโรงแรมเนิ่นนาน
แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไร้ซึ่งแววของหญิงสาว ไม่ว่าจะมองหาเท่าไรก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของพิมพ์รตาเดินกลับเข้าหอพักอย่างเช่นทุกวัน
ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัยและความเป็นห่วงที่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในจิตใจ เขาคิดเข้าข้างตัวเองว่าคืนนี้อาจจะเป็นวันหยุดของเธอ และอาจจะถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่เขาควรจะหยุดหลบหน้า เลิกขี้กลัว แล้วลองเปิดอกคุยกับเธอตรงๆ สักทีว่าเขาและเธอควรจะเอายังไงต่อกับความสัมพันธ์ที่คลุมเครือระหว่างเราในเวลานี้
ร่างสูงลุกออกจากรถ มุ่งตรงไปยังหอพักพนักงานของโรงแรมทันที รัฐชาเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่หน้าห้องพักของพิมพ์รตาเขายกมือขึ้นเคาะประตูห้องเบาๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ออกมาจากข้างใน
เขายืนรอสักพักแล้วตัดสินใจเคาะย้ำอีกครั้งด้วยความร้อนใจที่ แต่เคาะอยู่นานก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีใครมาเปิดประตูให้ ขณะที่เขากำลังจะถอนหายใจและหมุนตัวเดินกลับด้วยความผิดหวัง หญิงสาวคนหนึ่งที่แต่งชุดพนักงานโรงแรมก็เดินเข้ามา
“เอ่อ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าเห็นเพิร์ลไหมครับ พอดีผมเคาะห้องอยู่นานแล้วไม่มีคนตอบเลย” รัฐชาทักทายขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงร้อนรน
หญิงสาวห้องข้างๆ ชะงัก มองหน้ารัฐชาด้วยความแปลกใจก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย
“อ๋อ เพิร์ลเหรอคะ เพิร์ลลาพักร้อนกลับบ้านที่เมืองไทยไปตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วค่ะ”
“กลับเมืองไทยเหรอครับ กลับไปทำไมเหรอครับ พอทราบไหม”
รัฐชาตกใจรีบถามกลับเพราะเธอที่คุยกันเธอไม่มีใครที่จะต้องกลับไปหา
“เห็นว่ากลับไปงานแต่งงานของเพื่อนสนิท คงอีกหลายวันกว่าจะกลับมา”
“ขอบคุณมากครับ”
รัฐชารีบเดินลงมาจากหอพัก แล้วล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดค้นหาเบอร์โทรของพิมพ์รตาที่เขามีอยู่นานแล้วแต่ไม่เคยกล้าโทรหาเลยสักครั้ง นิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกดปุ่มโทรออก
สัญญาณดังอยู่ไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดรับ
“สวัสดีค่ะ” น้ำเสียงหวานที่ไม่ได้ยินมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ดังผ่านสายมา
“เพิร์ล กลับเมืองไทยเหรอ” เขารีบถามอย่างร้อนรน
“พี่ต้นรู้ได้ยังไง” หญิงสาวจำได้ว่าไม่เคยบอกเขาเรื่องที่จะกลับเมืองไทยมาก่อน แม้อยากจะคุยกับเขามากแต่ก็อายที่จะเป็นคนติดต่อไปก่อน
“พี่แวะมาหาเพิร์ลที่โรงแรมครับ พอไม่เจอก็เลยไปหาที่ห้อง เพื่อนข้างห้องบอกว่าเพิร์ลกลับไปงานแต่งงานของเพื่อน”
“ใช่ค่ะ พอดีเพิร์ลลากลับมาร่วมงานแต่งงานของเพื่อนสนิทน่ะค่ะ” พิมพ์รตาตอบตามตรง เธอแอบดีใจนิดๆ ที่เขาโทรมาหา
แม้คำตอบจะเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยความใส่ใจ รัฐชากลับจับน้ำเสียงแปลกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน น้ำเสียงของเธอฟังดูนอยด์ๆ และมีกังวลอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่น้ำเสียงของคนที่กำลังดีใจที่จะได้ไปร่วมยินดีกับเพื่อนสนิทเลยสักนิด
“เพิร์ลเป็นอะไรหรือเปล่า น้ำเสียงฟังดูไม่ค่อยดีเลย มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ บอกพี่ได้นะ” รัฐชาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
ปลายสายเงียบไปพักใหญ่ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่ถอนออกมายาวๆ ก่อนพิมพ์รตาที่จะยอมเอ่ยปากพูดออกมา
“คือเพิร์ลไม่อยากไปงานนี้เลยค่ะพี่ต้น”
“ทำไมล่ะครับ เพิร์ลบอกเองว่าเป็นงานแต่งของเพื่อนสนิท”
“ก็แฟนเก่าของเพิร์ลก็จะมาร่วมงานนี้ด้วยค่ะ เพิร์ลไม่อยากเจอเขาเลยค่ะ” พิมพ์รตาสารภาพเสียงอ่อย ก่อนมาก็เตรียมใจมาแล้วแต่พอจะถึงวันงานก็เริ่มไม่อยากจะไปเจอหน้า ไม่ใช่ว่ายังรักหรือทำใจไม่ได้แต่ไม่อยากจะเห็นหน้าเขามากกว่า
“ถ้าไม่สบายใจขนาดนั้น ก็ไม่ต้องไปสิครับเพิร์ล ถ้าการไปที่นั่นมันทำให้เพิร์ลต้องอึดอัด เพิร์ลก็แค่อ้างติดงานหรือส่งของขวัญไปยินดีแทนก็ได้ ไม่เห็นต้องฝืนตัวเองไปเผชิญหน้ากับความรู้สึกแย่ๆ แบบนั้นเลย” รัฐชาให้คำแนะนำ
“ไม่ได้หรอกค่ะพี่ต้น เพื่อนคนนี้สนิทกับเพิร์ลมากจริงๆ สนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ช่วยเหลือกันมาตลอด งานสำคัญครั้งเดียวในชีวิตของเพื่อนแบบนี้ ยังไงเพิร์ลก็ต้องไปให้ได้ค่ะ”
รัฐชานิ่งฟังปลายสายด้วยความรู้สึกเข้าใจในความรักเพื่อน แต่นึกถึงภาพหญิงสาวตัวเล็กๆ ที่ต้องเดินเข้างานไปเผชิญหน้าแฟนเก่าเขาก็รู้สึกเป็นห่วงเพราะรู้ว่านั่นเป็นรักแรกและทำให้เธอเจ็บจนไม่ยอมเปิดใจให้ใคร แต่เขาก็อยากให้พิมพ์รตาก้าวผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้
“เพิร์ลฟังพี่นะ เพิร์ลเชิดหน้าเข้าไว้ ถ้าเขาทักทายเพิร์ลก็แค่ยิ้ม อย่าให้เขาเห็นว่าเพิร์ลยังลืมเขาไม่ได้” ชายหนุ่มรู้สึกหน่วงกับความรู้สึกที่ว่าเธอยังไม่ลืมคนรักเก่า
“พี่ต้นเข้าใจผิดแล้วค่ะ ที่เพิร์ลไม่อยากเจอไม่ใช่เพราะยังลืมเขาไม่ได้หรอกนะคะพี่ต้น เพิร์ลก็แค่ไม่อยากเจอคนที่ทำให้เรารู้สึกแย่ในวันที่เพิร์ลกำลังมีความสุขต่างหากล่ะคะ”
“งั้นก็ไม่ต้องสนใจว่าเขาอยู่ตรงนั้นไหม สนใจแค่คนที่ทำให้เราสบายใจก็พอนะครับ เลือกมองและทำแต่สิ่งที่มีความสุข”
“ขอบคุณค่ะพี่ต้นสำหรับคำแนะนำ เพิร์ลจะพยายามก็แล้วกันค่ะ”
“แล้วงานแต่งงานจัดในโรงแรมที่เพิร์ลเคยทำงานหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ แต่งที่โรงแรมXXX ค่ะ”
“เขาแต่งพรุ่งนี้เหรอ”
“ใช่ค่ะ พรุ่งนี้ตอนเย็น ตอนนี้เพิร์ลกับเพื่อนคนอื่นๆ ก็มาอยู่ที่โรงแรมแล้วค่ะ คืนนี้คงเมาส์กันสนุกเลย”
“แล้วจะอยู่ที่นั่นนานไหม จะกลับมาที่นี่เมื่อไหร่”
“เพิร์ลลางานมาหลายวันว่าจะแวะไปหาคุณป้าที่บ้านค่ะ จากนั้นก็ว่าจะไปเที่ยวต่อ”
“เที่ยวเหรอ ไปที่ไหนล่ะ”
“ยังไม่รู้เลยค่ะ ยังไม่ได้คุยกับเพื่อนว่าจะไปไหนกันต่อ พี่ต้นมีอะไรจะคุยกับอีกไหมคะ เพิร์ลต้องรีบไปแล้วค่ะ เพื่อนๆ เรียกแล้ว”
“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เพิร์ลไปสนุกกับเพื่อนเถอะ”
“ค่ะพี่ต้นแล้วเจอกันที่ลาวนะคะ”
เมื่อวางสายจากหญิงสาวแล้วเขาก็ขับรถกลับมาที่ห้องพักจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวบ่ายของพรุ่งนี้กะว่าจะไปทันช่วงงานแต่งงานพอดี จากนั้นก็เก็บของใช้บางอย่างลงกระเป๋ามันคงถึงเวลาที่เขาเองก็ควรจะได้กลับไปพักผ่อนและจัดการความรู้สึกของตัวเองเสียที