บทที่ 11 หาเห็ดหลินจือที่สุสานไร้ญาติ
เจียงชิงเห็นว่าท้องฟ้ายังไม่มืด จึงคิดจะไปหาหลี่เจียฉี อดีตคุณครูของเธอ
ตอนที่เธอเรียนจบ คุณครูไม่ได้สอนอยู่ที่หมู่บ้านแล้ว แต่ตอนนั้นได้ทิ้งที่อยู่ไว้ให้ พร้อมบอกว่าถ้าวันหลังเธอเข้ามาในเมืองให้ติดต่อมาได้เลย
ช่วงมัธยมต้น เจียงชิงเป็นนักเรียนคนโปรดของหลี่เจียฉีมาโดยตลอด เพราะผลการเรียนดีและนิสัยดี
เจียงชิงอาศัยความทรงจำของตัวเองไม่นานก็หาที่พักของหลี่เจียฉีจนเจอ
เธอไปยืนอยู่หน้าประตูแล้วเคาะ
"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณครูหลี่เจียฉีอยู่ที่นี่ไหมคะ?"
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเป็นคนมาเปิดประตู เธอจึงเอ่ยถามอย่างมีมารยาท
วินาทีต่อมา เสียงของหลี่เจียฉีก็ดังมาจากด้านใน "เจียงชิงใช่ไหม? รีบเข้ามาสิ!"
"ฉันเองค่ะครูหลี่!"
เจียงชิงเดินเข้าไปด้วยความดีใจ วินาทีที่ได้เห็นหลี่เจียฉี ในใจของเธอยังคงตื้นตันใจมาก เธอจำไม่ได้แล้วว่าไม่ได้เจอกันนานแค่ไหน
ตั้งแต่ชาติที่แล้วจนถึงตอนนี้ มันผ่านไปนานเหลือเกิน
เจียงชิงขอบตาร้อนผ่าว ตรงเข้าไปกอดคุณครูไว้แน่นและสะอื้นออกมา “ฮือๆ ครูหลี่ ฉันคิดถึงครูมากเลยค่ะ!"
หลี่เจียฉีรู้สถานการณ์ทางบ้านของเจียงชิงดี จึงคิดว่าเธอคงถูกรังแกมาจากที่บ้าน เลยกอดปลอบใจ
"เอาล่ะๆ ไม่ร้องนะ บอกครูมาสิว่าพ่อแม่เธอรังแกเธออีกแล้วใช่ไหม?”
เจียงชิงผละออกจากอ้อมกอดของหลี่เจียฉี พิงซบอ้อมแขนอย่างออดอ้อน แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดหลังจากเรียนจบให้ฟัง
"อะไรนะ! พวกเขาจับเธอแต่งงานเหรอ?!”
หลี่เจียฉีลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ทันที หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธและตกใจ
เจียงชิงเป็นเด็กหัวดีในการเรียนและขยันหมั่นเพียรมาตลอด ขนาดต้องแบกรับภาระทางบ้านยังประคองผลการเรียนให้อยู่ในสามอันดับแรกได้
นักเรียนแบบนี้ทำไมถึง... ทำไมถึงต้องแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย เสียสละวัยเยาว์อันรุ่งโรจน์ไปเปล่าๆ
แถมเธอเพิ่งจะอายุสิบแปดเองนะ!
หลี่เจียฉีขอบตาแดงก่ำ ดึงเจียงชิงเข้ามาโอบกอดไว้ "เจียงชิง เธอลำบากมามากจริงๆ"
พวกคนตระกูลเจียงนี่มันไม่ใช่คน!
เจียงชิงยิ้มพลางเช็ดน้ำตา "ไม่เป็นไรค่ะครูหลี่ เดี๋ยวก็ผ่านไปแล้วค่ะ จริงสิ ที่ฉันมาหาในวันนี้เพราะอยากรู้ผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยของฉันค่ะ"
เมื่อได้ยินว่าเจียงชิงยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะเรียนหนังสือ โทสะของหลี่เจียฉีถึงได้ลดลงไปบ้าง เธอลูบหัวหญิงสาวด้วยความเอ็นดูและตื้นตันใจ
"โธ่ เด็กโง่ เธอยังไม่มีความมั่นใจในตัวเองอีกเหรอ? เธอสอบติดแน่นอนอยู่แล้ว!"
สมองของเจียงชิงพลันสับสนวุ่นวาย
ในเมื่อชาติที่แล้วเธอไม่เคยเห็นจดหมายแจ้งผลการรับเข้าเรียนเลย เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของพวกตระกูลเจียงแอบทำอะไรลับหลังแน่ๆ
เจียงชิงจับมือหลี่เจียฉีไว้ "ครูหลี่คะ ฉันอยากขอให้ครูช่วยอะไรหน่อยค่ะ! ตอนที่จดหมายแจ้งผลการรับเข้าเรียนส่งมา ครูช่วยดักมันไว้ให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ อย่าปล่อยให้มันตกไปอยู่ในมือของคนตระกูลเจียงเด็ดขาด"
หลี่เจียฉีเข้าใจทันทีว่าจุดประสงค์ที่เจียงชิงมาหาเธอในวันนี้คืออะไร สายตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นแน่วแน่
“เธอวางใจได้เลย ครูไม่มีวันยอมให้มันตกไปอยู่ในมือของคนตระกูลเจียงแน่"
ต่อให้คนบ้านนั้นรู้ว่าเจียงชิงสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ ก็คงไม่มีทางบอกเธอ และเจียงชิงก็จะต้องหมดโอกาสเรียนมหาวิทยาลัยไปตลอดชีวิต
เธอไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด
"หมิงฉี คุณมีคนรู้จักอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการไม่ใช่เหรอ? เรื่องนี้รบกวนช่วยดูให้หน่อยนะ"
จางหมิงฉียิ้มน้อยๆ "คุณวางใจได้เลย"
จากนั้นสายตาของเขาก็มองเจียงชิง นี่คือเจียงชิงที่ภรรยาของเขาบ่นถึงอยู่ทุกวันสินะ
มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวจริงๆ!
ถ้าเป็นคนอื่นแต่งงานไปแล้วคงไม่กล้าคิดเรื่องเรียนต่อหรอก ขนาดครอบครัวตัวเองยังไม่เห็นด้วย ครอบครัวทางฝั่งสามีก็คงไม่มีทางเห็นด้วยแน่ๆ
"จริงด้วยเจียงชิง นี่สามีครูเอง ชื่อจางหมิงฉี! หมิงฉี นี่คือเจียงชิงที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง เธอเป็นเด็กดีมากเลยล่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ต้องรบกวนครูจางด้วยนะคะ!"
จางหมิงฉียิ้มแล้วพยักหน้ารับ สุดท้ายหลี่เจียฉีจะรั้งให้เจียงชิงอยู่กินข้าวด้วยกัน แต่เจียงชิงปฏิเสธ และก่อนจะเดินออกจากบ้าน เธอก็แอบวางเงินจำนวนหนึ่งไว้บนตู้
ถึงแม้เธอจะรู้ว่าคุณครูหลี่เต็มใจช่วยเธออย่างแน่นอน แต่โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์
เมื่อจางหมิงฉีเห็นเงินหลายพันหยวนบนโต๊ะ เขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เอ่ยเย้าหลี่เจียฉีว่า "ฉีฉี นักเรียนคนนี้ของคุณไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย"
หลังจากเจียงชิงออกมา เธอก็ตรงกลับไปที่ตลาดมืดอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครจำได้ เธอจึงจงใจเปลี่ยนชุดและพรางตัวใหม่
ตอนนี้ขาดก็แค่เห็ดหลินจือที่คนพวกนั้นต้องการ ขายเสร็จเธอก็จะได้กลับบ้านเสียที
ใจกลางตลาดมืดมีลานประมูลขนาดใหญ่ เจียงชิงปะปนไปกับฝูงชน พลางเงี่ยหูฟังบทสนทนารอบๆ ตัวเพื่อดูว่าพอจะมีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างไหม
เจียงชิงกวาดสายตามองรายชื่อสินค้าที่จะนำเข้าประมูล ในนั้นมีเห็ดหลินจืออยู่ด้วย แต่เธอไม่อยากประมูล
ข้อแรกคือราคาแพงเกินไป ข้อที่สองคือคุณภาพก็ไม่ได้ดีเท่าไร
หรือว่าเธอจะต้องขึ้นเขาไปเสี่ยงโชคดูจริงๆ?
เจียงชิงลูบคางพลางยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่เดินไปไหนต่อ
ที่ชั้นสอง หรงชิงนั่งอยู่ริมหน้าต่างทอดสายตามองลงมายังหญิงสาวด้านล่าง วันนี้ในงานประมูลมีเห็ดหลินจือ เขาอยากจะดูว่าผู้หญิงคนนี้จะร่วมประมูลไหม
ผลปรากฏว่าหลังจากเธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพัก ก็เดินมุ่งหน้าออกไปข้างนอกแทน
"สวีหมิง ส่งคนตามไปดูหน่อยว่าเธอจะทำอะไร"
หรงชิงหลุบตาลงพลางหมุนลูกวอลนัทในมือเล่น
"ครับท่าน"
เขารู้ว่าท่านประธานกลัวผู้หญิงคนนั้นจะเล่นตุกติก แต่แบบนี้เฝ้าจับตาดูเธอเกินไปหน่อยไหมนะ แทบจะตามไปเฝ้าตอนเธอเข้าห้องน้ำอยู่แล้ว
เมื่อเห็นสวีหมิงยังคงยืนเซ่ออยู่ตรงนั้น สายตาอันเย็นเฉียบของหรงชิงก็ตวัดมองมา สวีหมิงสะดุ้งเฮือก รีบลงไปจัดการทันที
หลังจากเจียงชิงครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ เธอก็วิ่งขึ้นเขาไปเสี่ยงดวงจริงๆ
เมื่อมาถึงบนเขา เธอก็เดินมุ่งหน้าไปยังพื้นที่เปลี่ยวลึก พื้นที่ที่เธอนึกออกคนอื่นก็คงหาไปหมดแล้ว ดังนั้นเธอจึงเลือกไปในจุดที่ไม่มีใครรู้จัก
เจียงชิงเดินลึกเข้าไปในป่าทึบพลางเคี้ยวหมั่นโถวก้อนใหญ่ในมือไปด้วย โดยไม่มีความกังวลเลยสักนิดว่าจะหลงทาง เพราะยังไงเสียข้างหลังเธอก็มีคนตามมาอยู่แล้ว
การที่หรงชิงส่งคนมาตามเธอ เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจ กลับกันยังนึกขอบคุณด้วยซ้ำ เพราะอย่างน้อยๆ ความปลอดภัยของเธอก็ได้รับการคุ้มครอง
คนที่ตามหลังเจียงชิงมามีชื่อว่าหลี่ซื่อ เขามองเจียงชิงที่เดินดิ่งเข้าไปในป่าลึกด้วยความฉงนใจ แต่ก็ยังคงตามต่อไป
ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งวังเวง แม้แต่แสงจันทร์ก็ส่องลงมาไม่ถึง เจียงชิงทำได้เพียงคลำทางฝ่าความมืดเดินต่อไป ระหว่างนั้นเท้ายังสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างจนเกือบล้มอยู่หลายครั้ง
ลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งพัดผ่าน เจียงชิงตัวสั่นสะท้าน เธอล้วงไฟฉายออกมาจากกระเป๋า
คนที่ตามหลังมานี่โง่หรือเปล่านะ? ทางมืดจนมองไม่เห็นขนาดนี้ยังไม่ยอมเปิดไฟฉายอีก อุตส่าห์นึกว่าจะช่วยส่องทางให้ซะหน่อย
พอเปิดไฟฉายขึ้น เจียงชิงก็ถึงกับตาค้าง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือสุสานไร้ญาติ และที่แทบเท้าของเธอยังมีเศษกระดูกสีขาวโพลนกองอยู่
เจียงชิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความขวัญเสีย เสียงเริ่มสั่นเครือ
"เอ่อ... คุณไม่ต้องแอบตามแล้ว มาเดินข้างๆ กันเถอะค่ะ"
ในฐานะคนที่เคยตายและเกิดใหม่มาแล้วรอบหนึ่ง เจียงชิงย่อมมีความยำเกรงต่อเรื่องผีสางเทวดาอยู่บ้าง
"ไม่ได้ตั้งใจมาลบหลู่นะคะ อย่าได้ถือสากันเลย อย่าได้ถือสากันเลย!"
หลี่ซื่อ ชายที่สะกดรอยตามเจียงชิงมาได้ยินเสียงเธอเรียก แววตาพลันวาววับด้วยความประหลาดใจ ที่แท้ผู้หญิงคนนี้รู้ตัวตั้งนานแล้วว่าเขาตามเธอมา
หลี่ซื่อก้าวเท้าขึ้นไปเดินเคียงข้างกับเจียงชิง เจียงชิงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเพ่งสมาธิไปกับการค้นหาสิ่งของรอบๆ ตัว
ทันใดนั้นเอง ความรู้สึกเย็นเยือกราวกับน้ำแข็งก็สัมผัสเข้าที่ข้อเท้าของเธอ
ใบหน้าของเจียงชิงพลันซีดเผือดราวกับกระดาษ ทั้งร่างแข็งทื่ออยู่กับที่ ความเย็นยะเยือกแล่นปราดจากข้อเท้าตรงขึ้นสู่สมอง
"กรี๊ดดดดดดด! ผีหลอกกกกกก!!!!!"