บทที่ 1 เกิดใหม่ในวันแต่งงาน หลังถูกซ้อมจนตาย
ปี 1988 วันที่ 15 กรกฎาคม
"เจียงชิง ทำไมแกถึงได้ไม่รู้จักคิดแบบนี้นะ บอกให้หย่ากับหัวซางแล้วให้อวี๋อวี๋แต่งงานแทนก็สิ้นเรื่อง จะมาประชดเดินขึ้นตึกเตรียมจะโดดทำไมให้มันอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านเขา!"
"เจียงชิง แกยอมลงมาหย่าดี ๆ ก่อนเถอะ หลังจากนั้นแกอยากจะไปโดดที่ไหนก็เชิญตามสบาย!"
"ทำไมพี่ทำตัวแบบนี้ล่ะ พี่เขยดีกับพี่จะตาย อยากได้อะไรก็ซื้อให้ บ้านของฉันพี่เขยก็เป็นคนซื้อให้ พี่ยังไม่พอใจอะไรอีก? อีกอย่าง ถึงลูกพี่ลูกน้องจะแต่งเข้าไปมันก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ยังไงก็คนกันเองทั้งนั้น"
ในตอนนั้น เจียงชิงยืนอยู่บนดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าด้วยสภาพผมเผ้ารุงรัง มีบาดแผลทั่วทั้งตัว และมีเลือดไหลซึมออกมาจากโคนขา
เธอพยุงท้องแก่แปดเดือนเอาไว้ ขณะที่เสียงด่าทอต่าง ๆ นานาดังเข้าหูไม่ขาดสาย
เธอก้มลงมองท้องของตัวเองด้วยสายตาเหม่อลอย นัยน์ตาคั่งเลือดจนเห็นเส้นเลือดฝอยเด่นชัด ลูกของเธอ... ตายอยู่ในท้องแล้ว
เพียงครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ เธอจับได้ว่าสามีนอกใจ และชู้รักของเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอเอง
ด้วยความโมโหเธอจึงลงไม้ลงมือกับเขาในขณะที่ยังท้องอยู่
ผลลัพธ์คือ... ลูกในท้องถูกเขาซ้อมจนตาย
แต่มันน่าสมเพชตรงที่ แม่แท้ ๆ ของเธอกลับพาลูกพี่ลูกน้องที่ท้องโตเหมือนกันมายืนดูเรื่องสนุก
ดูเอาเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ครอบครัวของเธอยังเข้าข้างและพูดปกป้องลูกพี่ลูกน้องคนนั้นอยู่เลย ราวกับว่าพวกเขาสามคนคือครอบครัวเดียวกันจริง ๆ
หยาดน้ำตาผสมสายเลือดไหลรินออกจากหางตาของเธอ
ชีวิตที่ผ่านมาของเธอมันขมขื่นเหลือเกิน แต่เธอทำผิดอะไรล่ะ?
ตอนที่อยู่บ้านตระกูลเจียง เธอยอมทำงานวันละหลายงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่ น้องชาย และลูกพี่ลูกน้องคนนี้
พออายุสิบแปดก็แต่งงานกับหลิวหัวซาง เดิมทีเธอมีงานประจำที่มั่นคงทำ แต่เพราะหลิวหัวซางบอกว่าพ่อแม่ของเขาอายุมากแล้วต้องการคนดูแล
เธอจึงยอมลาออกมาปรนนิบัติดูแลคนตระกูลหลิวอย่างสุดความสามารถถึงเจ็ดปีเต็ม แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับกลายมาเป็นจุดจบแบบนี้
เสียงรุมด่าทอจากด้านหลังยังคงดังเข้ามาไม่หยุด เจียงชิงก้มหน้าลูบท้องที่นูนกลมของตัวเอง
‘ลูกรัก ชาติหน้าไปเกิดในบ้านที่ดีกว่านี้นะ แม่ไม่คู่ควรที่จะเป็นแม่ของหนูเลย...’
เธอกำลังจะกระโดดลงไป แต่กลับถูกใครบางคนกระชากตัวกลับมาอย่างแรง
หลิวหัวซางรู้สึกว่าวันนี้เจียงชิงทำเขาขายขี้หน้ามาก เขาจึงลงมืออย่างโหดเหี้ยมโดยไม่มีความปรานีสักนิด
"อีเวร! แกยังกล้าคิดจะโดดตึกอีกเหรอ กูจะตีมึงให้ตาย! อยากโดดนักใช่ไหม! อยากโดดนักใช่ไหม!"
เขาจิกหัวของเจียงชิงแล้วกระแทกเข้ากับผนังอย่างแรง หน้าผากของเธอแตกยับจนเลือดไหลอาบไม่หยุด ทัศนียภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนและมืดดับ
หากชาติหน้ามีจริง... เธอจะไม่มีวันปล่อยพวกมันไปเด็ดขาด!
"เจียงชิง เร็ว ๆ เข้า หัวซางกำลังจะมารับตัวเจ้าสาวแล้วนะ"
ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน เจียงชิงรู้สึกว่ามีเสียงวอแวข้างหูจนน่ารำคาญ
เมื่อดวงตาเริ่มปรับโฟกัสได้ ใบหน้าที่คุ้นเคยของหวังเจาตี้ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ดูอ่อนเยาว์กว่าในความทรงจำมาก
‘ฉัน... ฉันน่าจะตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?’
เจียงชิงจิกเล็บลงบนฝ่ามือตัวเองอย่างแรงจนเจ็บ เมื่อหันมองไปรอบ ๆ ห้อง ก็เห็นเทียนสีแดง ม่านลายดอกไม้สีฉูดฉาด และกาน้ำชาที่แปะอักษรมงคลสีแดง ทุกอย่างดูแปลกตาแต่ก็คุ้นเคยในเวลาเดียวกัน
"อ้าว เจียงชิง ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ รีบคลุมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเร็วเข้า"
หวังเจาตี้ไม่พูดพร่ำทำเพลง คลุมผ้าสีแดงลงบนหัวเธอทันที ใบหน้าของหวังเจาตี้ดูปลาบปลื้มยินดีจนไม่เหมือนคนที่จะต้องส่งลูกสาวแต่งงานออกไปเลยสักนิด
หวังเจาตี้รีบกึ่งดึงกึ่งลากเจียงชิงให้เดินออกไปข้างนอก เพราะหลิวหัวซางสัญญากับเธอไว้ว่า ขอแค่ยอมยกเจียงชิงให้แต่งงานด้วย เขาจะช่วยฝากงานดี ๆ ให้เธอทำ
ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว เจียงชิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อดึงสติกลับมาได้ เธอก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองได้ย้อนเวลากลับมาตอนอายุสิบแปด...
ปีที่เธอต้องแต่งงานกับหลิวหัวซาง!
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้อง เจียงชิงก็กระชากผ้าคลุมหน้าออกทันที "ฉันไม่แต่งแล้ว!"
เธอยืนหอบหายใจด้วยความโกรธแค้น ภาพความทรงจำจากชาติที่แล้วยังคงตามหลอกหลอนอยู่เต็มอก
ชาตินี้ไม่ว่ายังไงเธอก็จะไม่ยอมให้โศกนาฏกรรมนั้นเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด
สีหน้าของหวังเจาตี้เปลี่ยนไปทันควัน แต่เพราะมีญาติพี่น้องยืนอยู่เต็มไปหมด เธอจึงฝืนยิ้มแล้วรีบเดินเข้าไปหาเจียงชิง
"เจียงชิง แกอาละวาดอะไรเนี่ย ปกติเห็นแกอยากแต่งงานกับหัวซางจะตายไม่ใช่เหรอ?"
จากนั้นเธอก็หันไปหัวเราะแก้เก้อกับพวกญาติ ๆ "ไม่มีอะไรหรอกค่ะทุกคน เจียงชิงแค่ตื่นเต้นมากไปหน่อยน่ะ"
พูดจบ เธอก็แอบเอื้อมมือไปบิดเนื้อเจียงชิงอย่างแรง
ทว่าเจียงชิงที่ปกติจะยอมก้มหัวให้ตลอด กลับกรีดร้องเสียงดังลั่นขึ้นมาทันที "โอ๊ย! แม่คะ แม่มาบิดเนื้อฉันทำไม!"
พูดพลางถกแขนเสื้อขึ้น โชว์ให้เห็นรอยเขียวช้ำเป็นจ้ำ ๆ หลายจุดบนแขน เมื่อญาติพี่น้องและชาวบ้านเห็นเข้า ต่างก็พากันสูดปากด้วยความตกใจ
"นี่มัน... อะไรกันเนี่ย"
หวังเจาตี้เริ่มเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก ส่วนเจียงอวี๋ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับเดินเข้ามาคล้องแขนเธออย่างรู้ใจ หล่อนเอามือป้องปากหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะชำเลืองมองพวกญาติด้วยท่าทางเอียงอาย
"ใครบอกว่ารอยพวกนี้เกิดจากการถูกตีล่ะคะ นี่มันเป็นรอยรักแสดงความหวานชื่นระหว่างพี่หัวซางกับพี่สาวต่างหาก"
สายตาของคนรอบข้างเปลี่ยนไปทันที แต่พอคิดว่าอีกเดี๋ยวสองคนนี้ก็จะเป็นสามีภรรยากันแล้ว จึงทำได้เพียงเก็บเอาไปนินทาลับหลัง
เจียงชิงยิ้มเย็นในใจ ก็ดีเหมือนกัน ความแค้นจากชาติที่แล้วจะได้ชำระกันในชาตินี้ ยังไงซะเธอกับหลิวหัวซางก็เพิ่งไปจดทะเบียนสมรสกันเมื่อไม่กี่วันก่อน
ชาตินี้เธอจะได้มีสิทธิ์อันชอบธรรมในการจัดการคนตระกูลหลิวอย่างเต็มที่
‘รอก่อนเถอะ หลิวหัวซาง จางกุ้ยฟาง หลิวเต๋อวั่ง!’
เจียงชิงปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นรอยยิ้มละมุนทันที ก่อนจะพูดด้วยท่าทางเขินอาย "อุ๊ย จริงด้วย เธอพูดถูก พวกเรารีบไปหาพี่หัวซางกันเถอะค่ะ"
ใบหน้าของเจียงอวี๋แข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะฝืนยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
เจียงชิงเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย? ปกติเห็นทำตัวหงอ ๆ ยอมคนตลอด ทำไมวันนี้ถึงได้ใจกล้าหน้าด้านขนาดนี้
อีกอย่าง ยัยนี่มีสิทธิ์อะไรมาเรียก ‘พี่หัวซาง’ คำนั้นมันควรจะเป็นคำที่เธอใช้เรียกคนเดียวต่างหาก
เจียงอวี๋เม้มปากแน่นด้วยความอิจฉาริษยา
ในที่สุด หลิวหัวซางก็พากลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวเดินทางมาถึง
หลิวหัวซางอยู่ในชุดสูทสากล เซตผมจนมันวาว รองเท้าหนังขัดเงาวับ พยายามทำตัวเลียนแบบคนเมืองใหญ่จนดูตลก
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาบังเอิญไปพบแหล่งขุมทรัพย์เหมืองแร่เข้า จึงอาศัยเหมืองแร่นั้นค่อย ๆ สร้างเนื้อสร้างตัวจนกลายเป็นเศรษฐีที่มีชื่อเสียงพอตัวในท้องถิ่น
และยิ่งในอีกเจ็ดปีข้างหน้า ชีวิตของเขาจะยิ่งรุ่งเรือง
พอเห็นเจียงชิง เขาก็รีบตรงดิ่งเข้ามาจับมือเธอด้วยความทะนุถนอม "ชิงชิง มาเถอะ เดี๋ยวคุณขี่หลังผมนะ ผมจะพากลับบ้านเรา"
เจียงชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ชาติที่แล้วเธอแทบไม่กล้าให้หลิวหัวซางลำบากแบกเธอขึ้นหลังเลยด้วยซ้ำ
"หัวซาง แม่ฉันบอกว่า คุณเตรียมเงินสินสอดมาแปดร้อยแปดสิบหยวนใช่ไหม? รีบเอามาให้ฉันสิ"
เงินแปดร้อยแปดสิบหยวนในยุคสมัยนี้ถือว่าไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลย ชาติที่แล้วเงินสินสอดก้อนนี้ถูกหวังเจาตี้ริบไป โดยอ้างว่าจะช่วยเก็บรักษาไว้ให้
แต่พอถึงเวลาที่เธอจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าเงินก้อนนี้ถูกแม่แท้ ๆ เอาไปประเคนให้ลูกชายคนเล็กหมดแล้ว
และเดาว่านังลูกพี่ลูกน้องตัวดีคนนี้ ก็คงจะได้ส่วนแบ่งเค้กชิ้นนี้ไปด้วยเหมือนกัน
หลิวหัวซางควักเงินสินสอดส่งให้เจียงชิงอย่างใจสปอร์ต เพราะเขาคิดว่ายังไงเสีย สุดท้ายเงินก้อนนี้ก็ต้องตกไปอยู่ในมือของแม่ยายอยู่ดี
เมื่อหวังเจาตี้เห็นเจียงชิงคว้าเงินสินสอดไปต่อหน้าต่อตา สีหน้าของเธอก็บูดบึ้งทันที และเอ่ยประโยคที่เหมือนกับในชาติที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน
"เจียงชิง ปกติแกเป็นคนใช้เงินมือเติบ เอาเงินสินสอดมาให้แม่ช่วยเก็บไว้เถอะ เกิดทำหายขึ้นมาจะแย่เอา"
เจียงชิงรีบยัดเงินใส่กระเป๋าเสื้อทันที "โธ่ แม่คะ สบายใจได้เลยค่ะ ฉันเก็บเงินอยู่แน่นอน"
พูดจบเธอก็กระโดดขึ้นหลังหลิวหัวซางทันที โดยไม่เห็นหัวแม่ตัวเองเลยสักนิด
หลิวหัวซางถูกแรงกระแทกจากการกระโดดของเจียงชิงจนเกือบเสียหลักล้ม
เขาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด แววตาโหดเหี้ยมผุดขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว แล้วกลับมาทำหน้าตาเบิกบานยิ้มแย้มตามเดิม
‘ฝากไว้ก่อนเถอะ พ้นวันนี้ไปเมื่อไร กูจะสั่งสอนมึงให้เข็ดเลย!’