5
ตำหนักหยางซินตกอยู่ในความวุ่นวายขั้นสุด หมอหลวงนับสิบชีวิตถูกเกณฑ์ตัวมาดูอาการประหลาดของโอรสสวรรค์ พวกเขาสลับกันจับชีพจร ตรวจดูบาดแผลที่หัวเข่า แต่ก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
ฝ่าบาทโวยวายว่าปวดเข่าแทบขาดใจ แถมยังกระอักเลือดออกมาคำโต ทว่าหัวเข่าของพระองค์กลับไร้รอยขีดข่วน ไม่มีแม้แต่รอยฟกช้ำดำเขียว!
"พวกเจ้าเป็นหมอประสาอะไร ข้าปวดจนกระดูกจะแตกอยู่แล้ว รีบเอายาแก้ปวดมาให้ข้าเดี๋ยวนี้" กวนซังอวี้ตวาดลั่น เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มใบหน้าหล่อเหลา
หัวหน้าหมอหลวงก้มหน้าหมอบราบกับพื้น ตัวสั่นงันงก "ฝ่าบาท ร่างกายของพระองค์แข็งแรงสมบูรณ์ดีพ่ะย่ะค่ะ อาการปวดนี้อาจจะเกิดจากลมปราณตีกลับ กระหม่อมจะจัดยาบำรุงให้ร้อยหม้อเลยพ่ะย่ะค่ะ"
"ไสหัวไปให้หมด" ฮ่องเต้หนุ่มไล่ตะเพิด พวกหมอหลวงไม่ได้เรื่อง รักษาระบบบ้าบอนี่ไม่ได้หรอก
เมื่อทุกคนถอยออกไปหมดแล้ว กวนซังอวี้ก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเตียงมังกรอย่างหมดสภาพ ในหัวของเขามีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอีกครั้ง
[ติ๊ง! อาการบาดเจ็บของเป้าหมายเนี่ยอันหนิงทุเลาลงแล้ว ความเจ็บปวดของโฮสต์ลดลงเหลือระดับศูนย์]
ฮ่องเต้หนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความปวดร้าวที่หัวเข่าหายเป็นปลิดทิ้งราวกับเล่นกล เขาลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ สีหน้าเคร่งเครียด ขืนปล่อยให้ยัยกุ้ยเฟยสายบวกนั่นใช้ชีวิตตามลำพัง มีหวังวันหนึ่งนางไปสะดุดลานหินหรือตกต้นไม้ เขาไม่ต้องนอนกระอักเลือดตายคาวังเลยหรือ!
ไม่ได้การแล้ว เขาต้องปกป้องนางให้ดีที่สุด ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม
"หลี่กงกง" กวนซังอวี้ตะโกนเรียกขันทีคนสนิท
"เตรียมเกี้ยว ข้าจะไปตำหนักกุ้ยเฟย และสั่งให้กองทหารองครักษ์ตามไปสักร้อยนายด้วย"
ตำหนักของเนี่ยกุ้ยเฟย
ยามเช้าตรู่ที่อากาศสดใส เนี่ยอันหนิงกำลังสวมชุดทะมัดทะแมงที่ดัดแปลงมาจากผ้าไหมราคาแพง นางกำลังวิดพื้นและซิทอัพอยู่กลางลานตำหนักเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่อ่อนปวกเปียก เสี่ยวชุ่ยยืนมองเจ้านายด้วยความตกตะลึงจนตาค้าง พระสนมของนางผีเข้าแน่ๆ
ทันใดนั้น ประตูตำหนักก็ถูกผลักออกอย่างแรง กวนซังอวี้เดินเต๊ะจุ๊ยเข้ามาพร้อมกับทหารองครักษ์นับร้อยนายที่เดินเรียงแถวเข้ามาจนเต็มลานกว้าง
เนี่ยอันหนิงหยุดวิดพื้น ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า พลางเลิกคิ้วมองฮ่องเต้จอมทรราชด้วยแววตาจับผิด วันนี้ตาฮ่องเต้บ้าเลือดกินยาลืมเขย่าขวดหรืออย่างไร ถึงได้ยกทัพมาตำหนักนางแต่เช้า
"นี่เจ้าทำอะไร ลงไปคลุกฝุ่นที่พื้นทำไม" กวนซังอวี้ร้องลั่น รีบพุ่งตัวเข้าไปจับแขนเนี่ยอันหนิงแล้วดึงขึ้นมาตรวจดูร่องรอยตามร่างกายทันที
"มือถลอกไหม เข่ามีแผลหรือเปล่า"
เนี่ยอันหนิงสะบัดแขนออกอย่างแรง ส่งสายตาดุดันไปให้ "ข้ากำลังออกกำลังกาย ฝ่าบาทยกทัพมาทำไมแต่เช้า จะมาจับข้าไปประหารเรื่องฟันของเหมียวเฟยหรือเพคะ"
"ใครจะกล้าประหารเจ้า" กวนซังอวี้เผลอหลุดปาก ก่อนจะรีบกระแอมปรับเสียงให้ดูน่าเกรงขาม
"ข้า ข้าแค่มาตรวจดูความเรียบร้อย ทหาร พวกเจ้าจงฟังคำสั่งข้า"
ทหารองครักษ์ร้อยนายคุกเข่าลงพร้อมกัน "พ่ะย่ะค่ะ!"
"ไปขนโต๊ะ เก้าอี้ และตู้ไม้ในตำหนักของกุ้ยเฟยออกให้หมด อันไหนที่มีมุมแหลมคมให้เอาผ้าฝ้ายมาพันทับไว้ให้หนาที่สุด หินทุกก้อนในสวนต้องถูกกวาดออกไป ห้ามมีเศษกิ่งไม้ร่วงหล่นบนพื้นเด็ดขาด หากกุ้ยเฟยสะดุดล้มแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะตัดหัวพวกเจ้าเจ็ดชั่วโคตร!"
คำสั่งนั้นทำเอาทุกคนในตำหนักอ้าปากค้างกรามแทบร่วง แม้แต่เนี่ยอันหนิงเองยังกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง
"ฝ่าบาทเสียสติไปแล้วหรือเพคะ ขนโต๊ะเก้าอี้ออกหมดแล้วหม่อมฉันจะนั่งตรงไหน" นักฆ่าสาวถามเสียงห้วน
"ก็นั่งบนพื้นปูพรมหนาๆ สิ นุ่มสบายแถมปลอดภัยด้วย" กวนซังอวี้ตอบกลับหน้าตาเฉย "ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าจะมาคอยดูแลความปลอดภัยของเจ้าด้วยตัวเอง เจ้าไปไหน ข้าจะไปด้วย ห้ามคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว"
เนี่ยอันหนิงถึงกับพูดไม่ออก นางมองสบตาฮ่องเต้หนุ่มที่ดูจริงจังขั้นสุด ก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับ
ตาฮ่องเต้นี่ต้องโดนผีสางนางไม้สิงสู่แน่ๆ หรือไม่ก็สมองกระทบกระเทือนจากการกระอักเลือดเมื่อวาน พล็อตนิยายเรื่องนี้มันชักจะเละเทะไปกันใหญ่แล้ว
