บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 เนี่ยอันหนิงงงหนักมาก ทำไมตาฮ่องเต้นี่ถึงทำตัวเหมือนสุนัขรับใช้

แสงแดดรำไรสาดส่องเข้ามาในตำหนักกุ้ยเฟยที่ตอนนี้แทบจะกลายเป็นห้องบุนวมสำหรับผู้ป่วยทางจิต โต๊ะไม้แกะสลักและแจกันราคาแพงถูกขนออกไปจนเกลี้ยง เหลือเพียงพรมขนแกะหนานุ่มปูลาดเต็มพื้นที่และเสาตำหนักที่ถูกพันด้วยผ้าฝ้ายจนหนาเตอะ

เนี่ยอันหนิงนั่งหน้ามุ่ยอยู่บนพื้นพรม มองดูกวนซังอวี้ที่กำลังสั่งให้ขันทีคลานเข่าตรวจสอบหาเศษหินหรือเสี้ยนไม้บนพื้นอย่างขะมักเขม้น

"ฝ่าบาททรงว่างงานมากหรือเพคะ ราชกิจไม่มีให้ทำหรืออย่างไร" เนี่ยอันหนิงทนความรำคาญไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้น

กวนซังอวี้หันมายิ้มแฉ่ง "ราชกิจอะไรจะสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของกุ้ยเฟยสุดที่รักของข้าล่ะ ข้าให้คนยกฎีกามาตรวจที่นี่แล้ว เจ้าไม่ต้องห่วง"

นักฆ่าสาวกลอกตาบน นี่มันผิดปกติเกินไปแล้ว ตามเนื้อเรื่องเดิมกวนซังอวี้ต้องเกลียดนางเข้าไส้และหาทางปลดนางออกจากตำแหน่งไม่ใช่หรือ ทำไมตอนนี้ถึงกลายสภาพเป็นสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ไปได้

"ข้าจะออกไปเดินเล่นที่อุทยานหลวง" เนี่ยอันหนิงลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่ก้น

"เดี๋ยวข้าไปด้วย หลี่กงกง เตรียมร่มบังแดด พัดลมมือถือ และเกี้ยว" ฮ่องเต้หนุ่มรีบกระโดดลุกขึ้นยืน สั่งการเสียงหลง

เนี่ยอันหนิงก้าวเดินฉับๆ ออกจากตำหนักโดยไม่รอ นางรำคาญชุดกรุยกรายนี่เต็มทน จึงรวบชายกระโปรงขึ้นมาผูกไว้ที่เอว เผยให้เห็นกางเกงซับในตัวบาง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่านางกำนัลและขันที

กวนซังอวี้วิ่งกระหืดกระหอบตามมาติดๆ

"กุ้ยเฟย เจ้าปล่อยกระโปรงลงเถอะ มันไม่งาม เดี๋ยวสะดุดล้มหน้าคะมำข้าจะแย่เอา"

"ข้าเดินของข้ามาตั้งนานไม่เคยล้ม ฝ่าบาทนั่นแหละเลิกตามติดข้าเป็นวิญญาณอาฆาตเสียที"

นางเดินไปจนถึงต้นอู๋ถงขนาดใหญ่ในอุทยาน ต้นไม้ต้นนี้สูงตระหง่าน กิ่งก้านแผ่ขยาย เหมาะเจาะกับการปีนขึ้นไปนั่งเล่นรับลมและหลบหน้าคนน่ารำคาญเป็นที่สุด

เนี่ยอันหนิงกระโดดคว้ากิ่งไม้ด้านล่างสุด แล้วออกแรงดึงตัวเองขึ้นไปอย่างคล่องแคล่วราวกับลิงลม

"เฮ้ย เจ้าทำอะไร ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ" กวนซังอวี้ร้องเสียงหลง หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม

"ข้าจะปีนต้นไม้ ฝ่าบาทกลับตำหนักไปเถอะ ข้าอยากอยู่คนเดียว" เนี่ยอันหนิงปีนสูงขึ้นไปอีกขั้น

ฮ่องเต้หนุ่มหัวใจแทบวาย ขืนนางร่วงลงมา ขาหักคอหัก เขาไม่ต้องกระอักเลือดตายคาที่เลยหรือ!

"ทหารรีบเอาเบาะนุ่มๆ มาปูรองใต้ต้นไม้ให้หมดใครชักช้าข้าจะสั่งตัดหัว"

ทหารองครักษ์วิ่งวุ่นขนเบาะและฟูกนอนมาปูซ้อนกันจนหนาเตอะ กวนซังอวี้ยืนกางแขนรอรับอยู่ด้านล่างอย่างตื่นตระหนก เหงื่อแตกพลั่กเต็มใบหน้าหล่อเหลา

เนี่ยอันหนิงนั่งไขว่ห้างอยู่บนกิ่งไม้สูง มองลงมาด้วยสายตาจับผิด

"ฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องจะถาม" นางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

"พระองค์มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ทำไมถึงต้องมาคอยเอาอกเอาใจหม่อมฉัน ทั้งที่เมื่อก่อนแทบจะอยากฆ่าหม่อมฉันให้ตาย"

กวนซังอวี้ชะงักไปชั่วครู่ จะบอกความจริงเรื่องระบบโฮสต์ก็ไม่ได้ ขืนบอกไปนางคงหาว่าเขาบ้าแน่ๆ

"ข้า ข้าก็แค่เพิ่งรู้ใจตัวเอง" ฮ่องเต้กำมะลอแถหน้าด้านๆ

"ข้าเพิ่งตระหนักได้ว่า เจ้างดงามที่สุดในวังหลัง ข้าจึงอยากชดเชยเวลาที่ผ่านมาให้เจ้าไงล่ะ กุ้ยเฟยที่รักของข้า"

นักฆ่าสาวเบะปาก แทบจะอาเจียนออกมาเป็นอาหารเช้า

"เก็บคำโกหกพรรค์นั้นไปหลอกเด็กเถอะเพคะ ถ้าฝ่าบาทไม่ยอมบอกความจริง หม่อมฉันจะกระโดดลงไปเอาหัวโหม่งพื้นตรงนี้แหละ"

เมื่อเห็นนางทำท่าจะทิ้งตัวลงมาจริงๆ กวนซังอวี้ก็เบิกตากว้าง

"อย่านะ" กวนซังอวี้ร้องลั่น หลับตาปี๋พุ่งตัวเข้าไปรองรับร่างของนางตามสัญชาตญาณ

ตุบ!

เนี่ยอันหนิงไม่ได้กระโดดโหม่งพื้น แต่นางจงใจทิ้งตัวลงมายืนเหยียบลงบนแผ่นหลังของฮ่องเต้ที่พุ่งเข้ามารับพอดี กวนซังอวี้ล้มหน้าขมำลงกับกองเบาะนุ่ม โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่จุกจนพูดไม่ออก

เนี่ยอันหนิงยืนกอดอกอยู่บนหลังของโอรสสวรรค์ราวกับเป็นแท่นเหยียบประจำตัว

"เอาล่ะ สุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ จะยอมรับสารภาพมาดีๆ หรือต้องให้ข้าทรมานเจ้าก่อน" นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel