4
"ฝ่าบาท"
เสียงฮือฮาดังขึ้นในโรงครัวหลวงเมื่อโอรสสวรรค์เสด็จมาถึง ทุกคนต่างคุกเข่าหมอบกราบตัวสั่นเทา มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ยังคงยืนและนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่
หนึ่งคือ เหมียวเฟยที่เพิ่งพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ร้องไห้กระซิกๆ มือชี้ไปที่เนี่ยอันหนิงอย่างเอาเรื่อง "ฝ่าบาทเพคะ ช่วยหม่อมฉันด้วย นังสนมบ้าคนนี้มันทำร้ายหม่อมฉัน ดูสิเพคะ ฟันหม่อมฉันหักไปสองซี่แล้ว"
สองคือ เนี่ยอันหนิงที่กำลังแทะขาหมูย่างชิ้นโตอย่างไม่ยี่หระ
นางปลายตามองกวนซังอวี้เล็กน้อย ก่อนจะเคี้ยวกร้วมๆ ต่อไป ราวกับว่าการปรากฏตัวของฮ่องเต้เป็นเพียงสายลมพัดผ่าน
กวนซังอวี้ยืนนิ่งค้าง สายตาจับจ้องไปที่เนี่ยอันหนิง สตรีตรงหน้ามีเค้าโครงหน้าตาเหมือนที่บรรยายไว้ในนิยายทุกประการ ผิวขาวซีด ดวงตาเรียวเล็ก ริมฝีปากอวบอิ่ม ทว่าสิ่งที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงคือ แววตาที่ดุดันเย่อหยิ่ง และท่าทางการกินอันมูมมามราวกับคนตายอดตายอยาก
“นี่เจ้า...ทำอะไรลงไป" กวนซังอวี้เค้นเสียงถาม พยายามระงับอารมณ์โกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมา
"กินข้าวสิเพคะ ฝ่าบาทตาบอดหรือ" เนี่ยอันหนิงตอบกลับเสียงเรียบ พลางเช็ดคราบมันแผล็บที่มุมปาก
กวนซังอวี้ถึงกับสะอึก ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเขาแบบนี้มาก่อน แม้แต่สวีฮองเฮายังต้องสงวนท่าที
"เจ้าทำร้ายเหมียวเฟย เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!" เขาตะคอกใส่
"นางขโมยเนื้อย่างของหม่อมฉันไปก่อน หม่อมฉันก็แค่มาทวงคืน ส่วนเรื่องฟันหัก...ใครใช้ให้นางหน้าบางเองล่ะเพคะ หม่อมฉันแค่แตะเบาๆ เอง" เนี่ยอันหนิงยักไหล่ ไม่สะทกสะท้าน
"แตะเบาๆ งั้นหรือ" เหมียวเฟยกรีดร้อง
"ฝ่าบาท หม่อมฉันเจ็บเหลือเกิน นังนี่มันจงใจฆ่าหม่อมฉันชัดๆ โปรดลงอาญาด้วยเพคะ"
กวนซังอวี้ปวดขมับตึบๆ เขาอยากจะสั่งลงโทษยัยกุ้ยเฟยตัวแสบนี่ใจจะขาด แต่กฎเหล็กของระบบโฮสต์มันค้ำคออยู่ ขืนเขาสั่งโบยนางแม้แต่ไม้เดียว คนที่จะต้องนอนกระอักเลือดปางตายก็คือเขานี่แหละ
[ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบโฮสต์ เป้าหมายเนี่ยอันหนิงกำลังหงุดหงิดจากการถูกรบกวนเวลากิน หากโฮสต์ทำให้เป้าหมายอารมณ์เสีย จะถูกลงโทษด้วยการช็อตไฟฟ้า 50 โวลต์!]
"ให้ตายเถอะ ระบบบ้าบอนี่" กวนซังอวี้สบถในใจ
เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปั้นหน้าขรึม แล้วหันไปหาเหมียวเฟยที่กำลังบีบน้ำตา
"เหมียวเฟยเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด"
ทำให้ทุกคนในโรงครัวหลวงเบิกตากว้าง เหมียวเฟยอ้าปากค้างจนลืมเจ็บฟัน ฝ่าบาทผู้ซึ่งโปรดปรานนางที่สุด กลับพูดว่าเข้าใจผิดงั้นหรือ
"เข้าใจผิดหรือเพคะฝ่าบาทดูฟันหม่อมฉันสิเพคะ!"
"เอ่อฟันเจ็บก็ไปหาหมอหลวงสิ มาโวยวายอะไรตรงนี้ ทหารพาเหมียวเฟยไปตำหนักหมอหลวงเดี๋ยวนี้" กวนซังอวี้รีบตัดบท สั่งเสียงเฉียบขาด
เหมียวเฟยถูกหิ้วปีกออกไปทั้งน้ำตาและความงุนงง ในใจอาฆาตแค้นเนี่ยกุ้ยเฟยและฮ่องเต้อย่างสุดซึ้ง
เมื่อตัวปัญหาถูกกำจัดออกไป กวนซังอวี้ก็หันขวับมาทางเนี่ยอันหนิงที่ยังคงแทะขาหมูอยู่
"ทีนี้ก็ตาเจ้า..."
ยังไม่ทันที่ฮ่องเต้หนุ่มจะพูดจบประโยค เนี่ยอันหนิงที่กำลังจะเดินกลับตำหนัก ก็สะดุดชายกระโปรงตัวเองที่รุ่มร่ามจนเกินไป ร่างของนางถลาไปข้างหน้า และ...
ปึก!
เข่าขวาของเนี่ยอันหนิงกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะไม้อย่างจัง!
"โอ๊ย!" นางร้องออกมาเบาๆ พลางลูบเข่าตัวเอง
แต่ทว่า...
"อั้ก!"
กวนซังอวี้กลับส่งเสียงร้องลั่น ร่างสูงโปร่งทรุดฮวบลงกับพื้น งอตัวเป็นกุ้งฝอย มือขวากุมเข่าตัวเองไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดสุดแสนทรมาน!
[ติ๊ง! แจ้งเตือนฉุกเฉิน! เป้าหมายเนี่ยอันหนิงได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า โฮสต์รับความเจ็บปวดระดับสาม (ทวีคูณ)!]
"ฝ่าบาท ฝ่าบาทเป็นอะไรพ่ะย่ะค่ะ" หลี่กงกงและเหล่าขันทีรีบถลันเข้ามารับร่างของโอรสสวรรค์ด้วยความตื่นตระหนก
กวนซังอวี้หน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก เขารู้สึกเหมือนกระดูกเข่าแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนแทบจะทนไม่ไหว
"เลือด ฝ่าบาทกระอักเลือดแล้วพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีคนหนึ่งตะโกนลั่นเมื่อเห็นหยดเลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาจากมุมปากของฮ่องเต้
เนี่ยอันหนิงหยุดชะงัก หันกลับมามองภาพเบื้องหน้าด้วยความประหลาดใจ นางแค่เข่ากระแทกโต๊ะนิดเดียว ทำไมตาฮ่องเต้นี่ถึงทำท่าเหมือนโดนใครแทงมาอย่างนั้นล่ะ? แถมนางยังไม่รู้สึกเจ็บอะไรมากเลยด้วยซ้ำ ร่างกายนี้นี่มันยังไงกันแน่?
"สำออยจริงๆ" นางพึมพำเบาๆ ก่อนจะโยนกระดูกขาหมูทิ้ง
แล้วเดินสะบัดก้นกลับตำหนักไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้ฮ่องเต้ผู้น่าสงสารนอนกระอักเลือดอยู่บนพื้นโรงครัวหลวงท่ามกลางความตื่นตระหนกของเหล่าขันที
