ตอนที่ 6 ฤทธิ์สาโท
“ไอ้ขนุน” เสียงดุของกิ่งกานดาที่ไม่มีผลกับสุนัขตัวโปรดเลยสักนิด ไม่เพียงแค่ไม่ฟังแต่มันกลับวิ่งอย่างคึกคะนองไปรอบบ้าน ทั้งที่ร่างเต็มไปด้วยฟองของครีมอาบน้ำ โดยมีพิพัฒน์ที่ฉีดน้ำไล่เล่นกับมันอย่างสนุก เจ้าขนุนวิ่งกระโจนใส่เขาจนเสื้อผ้าเปียกเลอะเทอะไปทั้งร่าง
“มาล้างตัวก่อน” หญิงสาวดุเสียงเข้มเมื่อมันไม่มีท่าทีว่าจะหยุดคึก และคนแกล้งก็ไม่หยุดแกล้งมันเสียที พิพัฒน์ที่เพิ่งรู้ว่าการอาบน้ำให้สุนัขที่เขาไม่เคยทำมาก่อนมันรู้สึกดีได้ขนาดนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกดีกันแน่นะ เขาถามตัวเองในใจ พลางหันไปมองหญิงสาวที่วิ่งวุ่นวายไล่จับเชือกคล้องคอของเจ้าขนุนจ้าละหวั่นอยู่
เธอสวมเสื้อสีซีดตัวโคร่ง ที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยละอองน้ำที่เจ้าขนุนสะบัดใส่ ผมยาวที่รวบขึ้นเผยใบหน้าสวยให้โดดเด่นแม้ปราศจากเครื่องสำอางแต่งแต้ม เธอวิ่งตามเจ้าขนุนด้วยเท้าเปล่า แต่ดูเหมือนว่าจะเพิ่มความสนุกให้กับมันเข้าไปอีก เมื่อเข้าใจว่าเจ้านายมันเล่นด้วย
“คุณก็เลิกเล่นกับมันได้แล้ว เมื่อไหร่จะเสร็จ” เธอหันมาโวยวายคนที่คอยกระตุ้นเจ้าขนุนให้คึกอยู่ไม่หยุด เหมือนตั้งใจ
พิพัฒน์อมยิ้ม ก่อนจะเดินไปจับเชือกคล้องคอเจ้าขนุนมาได้อย่างง่ายดาย และลากมาหาเธอ กิ่งกานดาตาเขียวใส่เขา ก่อนสองหนุ่มสาวจะช่วยกันล้างฟองจากตัวให้มัน เธอฉีดน้ำจากสายยางล้างฟองออกจากตัวเจ้าขนุน และฉีดเลยมาที่ตัวชายหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ พิพัฒน์ยกมือขึ้นบัง
“เปียกนะคุณ”
“ชอบเล่นไม่ใช่เหรอ?” เธอประชดประชัน กัดฟันหน้า ฉีดน้ำใส่เขาด้วยความหมั่นไส้ เจ้าขนุนเป็นอิสระทันที แต่สองหนุ่มสาวกลับแย่งสายยางเพื่อฉีดน้ำใส่อีกฝ่ายและเป็นเธอที่แพ้เขา
“พอแล้ว” เสียงแหลมแว้ดใส่เขาทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองสู้เขาไม่ได้ ยกมือขึ้นบังละอองน้ำที่ชายหนุ่มฉีดใส่ร่างเธอคืน แต่พิพัฒน์ก็ยังไม่หยุดแกล้ง หญิงสาวเดินดะเข้าหา ฝ่ามือเหวี่ยงฟาดไปมั่ว ๆ ที่ร่างเขาในขณะที่หลับตาปี๋ เมื่อเจ้าของร่างฉีดน้ำใส่ไม่หยุดพร้อมกับเสียงหัวเราะ
กริ๊ง!
เสียงกริ่งที่หน้าบ้านทำให้เหตุการณ์สงบลงทันที
เชอรี่ แฟนสาวของนาวินยืนอยู่หน้าบ้าน หิ้วของพะรุงพะรังเต็มสองมือ กิ่งกานดาเดินไปเปิดประตูรั้วให้ สองสาวเดินตามกันเข้ามาด้านใน
“สวัสดีค่ะพี่พัฒน์” เธอทักทายชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม แม้ไม่เคยเจอหน้าแต่นาวินเล่าให้เธอฟังบ่อยครั้ง จากการพูดคุยทางโทรศัพท์
“สวัสดีครับ” พิพัฒน์ทักทายกลับ นาวินบอกเขาแล้วว่าวันนี้จะมีแขกมาบ้าน
“ได้ยินแต่โหน่งเล่าให้ฟังตัวจริงหล่อจัง” เชอรี่เอ่ยชมแบบไม่เขินอาย มองหน้าพิพัฒน์และยิ้มสดใส คนถูกชมแค่ยิ้มบาง ๆ เท่านั้น
“พี่ขอไปอาบน้ำก่อนนะเปียกหมดเลย” กิ่งกานดาเอ่ยขึ้นและปรายตามองต้นเหตุที่ทำไม่รู้ไม่ชี้อยู่ตรงหน้า และเขาเองก็เปียกไม่แพ้กัน
“ตามสบายจ้ะพี่กิ่ง”
หนุ่มสาวจัดเตรียมข้าวของสำหรับปาร์ตี้เล็กๆ ที่ระเบียงศาลาพักผ่อนริมน้ำหน้าห้องพิพัฒน์ ทำไปพูดคุยกันไปเผลอแป๊บเดียวก็มืดเสียแล้ว นายแจ่มยกไหเหล้าสาโทที่หมักไว้มาสมทบให้แล้วเข้านอน พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางไปประชุมกลุ่มสมาชิกเกษตรกรในตำบลแต่เช้า
หนุ่มสาวก่อไฟปิ้งย่างอาหารกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ โดยมีเจ้าขนุนนอนหมอบอยู่ข้างๆ เสียงเพลงจากลำโพงเล็กๆ ที่วางอยู่ข้างๆ บวกกับเสียงของเชอรี่ที่เป็นคนช่างพูดทำให้บรรยากาศไม่เงียบเหงา มากมายเรื่องราวที่หนุ่มสาวนำมาแชร์และขุดมาขิงกัน โดยเฉพาะสองพี่น้องกิ่งกับโหน่ง สร้างเสียงหัวเราะตลอดค่ำคืน
พิพัฒน์สัมผัสได้ถึงความรักของสองพี่น้องที่ปราศจากความอ่อนหวาน แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและจริงใจ ความรู้สึกนี้ที่เขาไม่เคยได้สัมผัสอีกเลยหลังจากพ่อและแม่จากไป
ปาร์ตี้ครอบครัวเล็ก ๆ ดำเนินไปจนดึกดื่น กิ่งกานดาตอนนี้เริ่มตึงแล้วเพราะสาโทของนายแจ่มเริ่มออกฤทธิ์ เธอพูดคุยและหัวเราะไม่หยุดปาก พิพัฒน์ลอบมองเธอบ่อยครั้ง แก้มหญิงสาวแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ กระเซ้าเย้าแหย่แกล้งนาวินและเชอรี่ไปเรื่อย ปรบมือหัวเราะชอบใจที่น้องเถียงตัวเองไม่ทัน
สาโทหมดไหแล้ว เครื่องดื่มที่เชอรี่เตรียมมาก็เหลือเพียงขวดเปล่า สองสาวส่งเสียงอ้อแอ้ ตาปรือ เชอรี่นั้นจัดเต็มเพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ไม่ต้องไปทำงาน สองหนุ่มเพียงแค่ตึงๆ เท่านั้น นาวินต้องไปส่งเชอรี่ที่บ้านเลยปฏิเสธที่จะดื่มหนัก
เชอรี่ทำงานอยู่ในเกษตรตำบล เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของ กำนันเบิ้ม ผู้ทรงอิทธิพล เฉลียวฉลาดน่ารักและอัธยาศัยดีกับคนอื่นเสมอ แต่ไม่น่ารักกับพ่อเพราะถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กหลังจากแม่ของเธอเสียชีวิต และไม่ยอมให้พ่อมีเมียใหม่ เธอจะตามอาละวาดผู้หญิงทุกคนของพ่อ แต่ไม่ให้พ่อยุ่งกับผู้ชายของตัวเอง ซึ่งกำนันต้องยอมแต่โดยดี อีกอย่างคือนาวินไม่ใช่หนุ่มเกเรจึงไม่เกิดปัญหา
“วันนี้ฉันจะนอนห้องนี้...วิมานของฉัน...คุณไปนอนที่อื่น” กิ่งกานดาพูดลิ้นรัวพยายามเบิกตาขึ้น ชี้มือไปที่ห้องนอนของพิพัฒน์
“ดึกแล้วกลับเถอะเชอรี่เดี๋ยวพ่อเป็นห่วง”
นาวินพูดกับแฟนสาวที่คอพับคออ่อนอยู่ข้างกัน ก่อนจะประคองเชอรี่ขึ้นรถแล้วขับออกไปส่ง ด้วยความเพลียพอกลับมาถึงบ้านก็เข้าห้องพักผ่อนทันที พรุ่งนี้ค่อยเก็บกวาดลานปาร์ตี้ก็แล้วกัน
กิ่งกานดารู้สึกตัวตื่นในตอนสาย แต่ความเพลียทำให้ไม่อยากลุกจากที่นอน เมื่อคืนอากาศค่อนข้างเย็นเธอซุกตัวขดใต้ผ้าห่มอุ่นตลอดทั้งคืน อาการมึนจากฤทธิ์สาโทของพ่อบวกกับเครื่องดื่มของเชอรี่ที่ตีกันกระหน่ำ ทำให้หลับสนิทจนถึงเช้า สมองลำดับเหตุการณ์ทั้งที่ตายังหลับอยู่ เธอนอนกอดหมอนข้างขาเกี่ยวหมอนไว้ แต่ทำไมวันนี้หมอนมันแปลก ๆ พร้อมกับเลื่อนมือลูบและคลำไปเรื่อย ๆ ลักษณะมันเหมือน....
เธอหยุดชะงักมือที่ลูบอยู่ทันที ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจและชักมือกลับ แหงนหน้าขึ้นมองเพื่อความแน่ใจ ตอนนี้หน้าเธอและเขาห่างกันแค่คืบและเขายังหลับอยู่
“พัฒน์” เธอเอ่ยชื่อเขาในใจ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ตัวเกร็งไปชั่วขณะ หญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยเพราะเจ็บใจตัวเอง ค่อยๆ ขยับตัวทีละนิดให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ กัดริมฝีปากแน่น ตอนนี้เธอห่มผ้าผืนเดียวกันกับเขา มือขวาค่อยๆ ดึงผ้าห่มออกจากตัวแบบเบามือไม่ให้เขารู้สึกตัว มือซ้ายเจ้ากรรมสอดอยู่ใต้แขนแข็งแรงของเขาที่เธอหนุนนอนอยู่
หญิงสาวค่อยๆ ดึงมือตัวเองออกมาอย่างระมัดระวังเหมือนกลัวว่ามันจะระเบิด ยกหัวขึ้นจากแขนชายหนุ่ม ก่อนจะลุกออกจากที่นอนอย่างแผ่วเบา ค่อย ๆ เดินย่องเหมือนพวกหัวขโมยไปที่ประตู เปิดออกช้า ๆ เพื่อไม่ให้มีเสียง และปิดลงอย่างเบามือ ก่อนจะหายใจทิ้งอย่างโล่งอก วิ่งตรงกลับมาที่ห้องนอนของเธอทันที หน้าร้อนวูบวาบนั่งนึกลำดับเหตุการณ์ของเมื่อคืน มือฟาดลงที่นอนด้วยเจ็บใจตัวเองที่เมาทิ้งตัวได้ขนาดนั้น
พิพัฒน์ลืมตาขึ้นยิ้มมุมปากน้อย ๆ กลั้นขำกับอาการของเธอ เขาตื่นตั้งนานแล้วแต่แกล้งหลับเพราะกลัวเธอตกใจ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน หญิงสาวจะยึดห้องคืนหลังจากที่เขาออกมาจากห้องน้ำ เธอก็นั่งอยู่บนเตียงนอนเสียแล้วด้วยอาการสะลึมสะลือ
“วันนี้ฉันจะนอนที่นี่ คุณไปนอนที่อื่น”
“ไม่สิคุณจ่ายค่าเช่าแล้ว”
“งั้น...ฉันให้คุณนอนได้ครึ่งหนึ่งก็แล้วกัน มา ๆ ๆ”
เธอพูดและพยายามเบิกตาให้กว้างที่สุดแต่ทำไม่ได้ หนังตาเธอมันหนักจนหย่อนแต่ยังฝืน
“ผมจะไปนอนห้องนั่งเล่น คุณนอนไปเถอะ”
“ไม่ ๆ ๆ มา ๆ ฉันไม่ถือสาหรอก”
พิพัฒน์ก้าวเท้าจะเดินออกจากห้อง หญิงสาวพรวดพราดลุกขึ้นคว้าแขนเขาไว้แล้วลากมาที่เตียงนอน
“ไม่เอา...ไม่เอา ฉันไม่เอาเปรียบใครคุณจ่ายแล้ว คุณนอนได้ฉันอนุญาต”
ขาเธออ่อนปวกเปียกแต่ไม่รู้เอาแรงมาจากไหนดึงกระชากแขนชายหนุ่มสุดแรง พิพัฒน์ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเซถลาล้มทับกับร่างเล็กบนที่นอน เธอกอดเขาหลวมๆ ตบที่แขนเขาเบา ๆ
“นอน ๆ”
แล้วก็หลับตาปุ๋ยไม่สนโลกใดๆ พิพัฒน์ใช้ศอกยันตัวค้างไว้บนที่นอน ร่างเล็กทับแขนข้างหนึ่งของเขาไว้ ความเป็นสุภาพบุรุษในตัวเขาบอกให้ลุกออกไป ลมหายใจอุ่นๆ กลิ่นสาโทอ่อน ๆ ของเธอกระทบที่หน้าอกของเขาและสะท้อนมาที่หน้าชายหนุ่ม เขามองใบหน้าเรียวเล็กที่ห่างกันไม่ถึงศอก
แผงขนตางอนดำขวับรับกับตาโตที่ตอนนี้ปิดสนิท ริมฝีปากและแก้มของเธอแดงระเรื่อสะท้อนกับแสงโคมไฟสีนวลที่หัวเตียง ไรผมบางๆ ระบายอยู่ริมหน้าผากและข้างแก้ม ผมเธอที่รวบไว้หลวมๆ ตอนนี้หลุดลุ่ย
เขาเผลอมองแบบลืมตัว มือเกลี่ยไรผมออกจากแก้มและหน้าผากของเธอเบา ๆ หัวใจของชายหนุ่มปฏิเสธที่จะลุกออกไป เขาหยิบผ้าห่มขึ้นมาห่มและเอนตัวลงนอนท่าสบาย ร่างเล็กขยับซุกตัวมุดในผ้าห่มหนุนแขนและหัวไหล่แข็งแรงของเขา มือกอดรอบตัวเขาไว้เหมือนหมอนข้าง เลือดในกายชายหนุ่มวิ่งพล่านร้อนวูบวาบหัวใจเต้นแรงในความเงียบ เอื้อมมือไปปิดโคมไฟที่หัวเตียง แต่คงไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ในคืนนี้
