บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 คนแปลกหน้า

บ่ายของวันถัดมากิ่งกานดาขับรถมาที่โรงพยาบาลเพื่อรับพ่อและคนป่วยแปลกหน้า พลางนึกถึงคำพูดของผู้เป็นพ่อ

“ให้เขาพักที่บ้านเราก่อน เขามาตามหาญาติที่โนนพะยอม เอาไว้ให้หายดีและเดินได้สะดวกค่อยว่ากันอีกที”

พ่อของเธอทำอะไรมีเหตุผลเสมอ หลังจากที่เฝ้าอยู่โรงพยาบาลทั้งคืนพ่อคงสอบถามเรื่องราวจากเขาแล้ว ยิ่งถ้าเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและการช่วยเหลือคนอื่นด้วย ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เห็นด้วยกับการให้คนแปลกหน้ามาพักที่บ้าน แถมพ่อยังให้พักห้องที่เธอสร้างไว้และบอกว่าคือวิมานส่วนตัว ตกแต่งยังไม่ทันจะเสร็จดีด้วยซ้ำคนอื่นก็ต้องเข้ามาอยู่ก่อนอีกต่างหาก ชักไม่ค่อยพอใจชายแปลกหน้าคนนี้เสียแล้ว ความขุ่นเคืองเล็ก ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ

รถวิ่งมาจอดหน้าบ้าน สวนกิ่งกานดา คือป้ายที่ติดอยู่ด้านหน้า พิพัฒน์กวาดสายตามองรอบบริเวณ บ้านชั้นเดียวหลังเล็กกะทัดรัดแต่ดูอบอุ่น ห่างออกมาจากตัวหมู่บ้านที่เพิ่งผ่านมาไม่ไกลมากนัก

หน้าบ้านเป็นลานโล่งห่างจากถนนเล็กหน้าบ้านพอสมควร รั้วบ้านแบบโปร่งไม่สูงมากนัก มองเห็นตัวบ้านด้านใน ด้านข้างบ้านต่อยื่นเป็นทางเดินมุงหลังคาออกไปยังอีกห้อง ติดกันเป็นศาลาริมน้ำที่ขุดเป็นคลองเล็กๆ ไว้ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาอยู่รอบ ๆ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น ถัดไปเป็นทุ่งโล่งหญ้าเขียวชอุ่มที่มีรั้วลวดหนามกั้นไว้ มีฝูงวัวเล็มหญ้าอยู่กลางทุ่งหลายสิบตัว

“ไอ้โหน่ง……เปิดประตู”

หญิงสาวตะโกนบอกคนที่อยู่ในบ้าน นาวินวิ่งมาก่อนเสียงตะโกนแล้วหลังจากได้ยินเสียงรถเข้ามาจอดหน้าบ้าน

“ชักช้า” บ่นตาเขียว

“โธ่…เจ๊ จะรีบไปไหน”

เขาบ่นพลางเลื่อนประตูเหล็กหน้าบ้านเปิดออก รถขับเข้ามาในบริเวณบ้าน นายแจ่มเปิดประตูรถ

“ลงมาสิพัฒน์”

“ครับ”

ชายหนุ่มลงจากรถเดินสามขารวมไม้เท้ายันที่รักแร้ช่วยพยุงเดิน สุนัขตัวโตพันธุ์ผสมยืนแกว่งหางครางอิ๋ง ๆ รอกิ่งกานดาอยู่ข้างรถ เธอเดินมาลูบหัวมันแล้วขยี้ เม้มปากขบฟันด้วยอาการมันเขี้ยวกับความขี้อ้อน สองมือประคองใบหน้าสุนัขตัวโปรดไว้แล้วโยกเล่นไปมา

“อะไรขนุน คิดถึงละสิ ไม่มีอะไรมาฝากเลยรอบหน้านะ”

มันชื่อ ขนุน พิพัฒน์คิดในใจ เป็นครั้งแรกที่เห็นรอยยิ้มเธอ หลังจากนั่งมาในรถเธอไม่เปิดปากสนทนาเลย มีเพียงการตอบคำถามผู้เป็นพ่อแบบถามคำตอบคำเท่านั้น คงไม่ค่อยชอบหน้าเขาสักเท่าไหร่ ชายหนุ่มคาดเดาในใจ

“ที่นี่บ้านลุงเอง พัฒน์พักห้องนั้นนะ”

นายแจ่มชี้นิ้วไปที่วิมานของกิ่งกานดา ที่ต่อเติมยื่นออกมาอยู่ริมน้ำติดกับศาลานั่งเล่น หญิงสาวหน้านิ่งชำเลืองมองค้อนด้วยหางตาแล้วเดินเข้าบ้านไป

“ตอนเย็นค่อยออกมากินข้าวด้วยกัน โหน่งพาพัฒน์ไปพักที่ห้อง หาเสื้อผ้ามาให้พี่เขาเปลี่ยนด้วย”

“จ้า ลุงแจ่ม”

บนโต๊ะอาหารมื้อเย็นทุกคนนั่งพร้อมหน้าโดยมีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งคนคือพิพัฒน์ กิ่งกานดาเป็นคนลงมือทำอาหารในวันนี้

“ผมขอเช่าอยู่ระหว่างที่รักษาตัวนะครับลุงแจ่ม คิดค่าเช่ามาได้เลยนะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอก” … ยังไม่ทันที่ชายชราจะพูดต่อ

“เดือนละห้าพันบาทไม่รวมค่าอาหาร” กิ่งกานดาสวนขึ้นทันที เคี้ยวข้าวช้า ๆ และมองหน้าเขา

“ไอ้กิ่ง” เสียงปรามจากลุงแจ่ม

“ตกลงครับ” คำตอบของพิพัฒน์ที่ทำให้หญิงสาวพอใจไม่น้อย

“ห้องกิ่งนะไม่ใช่ห้องพ่อ” เธอย่นปาก พร้อมยกคิ้วยักไหล่ แบบฉันไม่แคร์

“เงินสำหรับพี่กิ่งสำคัญเสมอ” โหน่งเสริม

“แกอีกคน...ยืมไปเมื่อไหร่จะคืนทำมาปากดี”

นาวินหุบปากทันทีแกล้งทำหน้าจ๋อย ตักข้าวเข้าปากทำไม่รู้ไม่ชี้ ทุกคนกินข้าวไปสนทนากันไปเริ่มทำความคุ้นเคยกันและกัน กิ่งกานดาแอบสังเกตชายหนุ่ม ด้วยท่าที กิริยามารยาท ทั้งคำพูดคำจาก็ดูสุภาพ เขาดูค่อนข้างจริงจัง ออกจะเย็นชาอยู่สักหน่อย น่าจะมาจากตระกูลพวกผู้ดีมีสตางค์กระมัง เรื่องอะไรจะให้อยู่ฟรี หญิงสาวคิดในใจ

“พักที่นี่ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยนะ พักให้สบายใจได้เลย หมอบอกประมาณเดือนกว่าถึงจะถอดเฝือกได้ เดี๋ยวลุงจะลองถามคนรู้จักที่โนนพะยอมให้ ว่ามีใครรู้จักกับญาติของพัฒน์หรือเปล่า”

“ขอบคุณครับลุงแจ่ม”

หลังอาหารเย็นนายแจ่มนั่งพักพูดคุยกับพิพัฒน์ต่อ ด้วยนิสัยความเป็นผู้นำชุมชนถึงแม้จะเกษียรไปแล้ว แต่ชายชราก็ยังคงสนใจเรื่องความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้คนแปลกหน้าที่มาขอความช่วยเหลือ

พิพัฒน์เดินกะโผลกกะเผลกออกมาจากห้องนอนในเช้าวันใหม่ กับสถานที่ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย เป็นเพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไปทำให้เขาหลับยาวตลอดคืน ตื่นมาเลยรู้สึกสดชื่นถึงแม้อาการปวดขาจะยังตึง ๆ อยู่ ชายหนุ่มเดินออกมานอกระเบียงมองออกไปไกลสุดสายตา

รอบบริเวณเป็นไร่มันสำปะหลังกับไร่อ้อยเขียวเป็นทิวยาวสลับกันไป ช่างเป็นบรรยากาศที่เงียบสงบ ที่เขาไม่ค่อยจะมีโอกาสได้สัมผัสมันสักเท่าไหร่ แตกต่างกับชีวิตในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายโดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มหลับตาสูดลมหายใจรับอากาศบริสุทธิ์เข้าจนเต็มปอด ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนออกมาอย่างยืดยาว

เสียงละอองน้ำที่กระทบกับใบไม้ที่ข้างรั้วทำให้ชายหนุ่มหันไปมองตามเสียงนั้น กิ่งกานดายืนหันหลังให้เขา ในมือเธอถือสายยางฉีดน้ำรดน้ำต้นไม้อยู่ ร่างเล็กรวบผมหลวมๆ แบบสบาย ๆ เธอสวมกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดตัวโคร่งยิ่งทำให้เธอตัวเล็กลงไปอีก ชายหนุ่มเดินกะเผลกสามขาตรงไปที่หญิงสาวยังไม่ทันถึงเธอก็หันมามองและวางสายยางลง ก่อนจะเดินไปปิดก๊อกน้ำ

“ลุงแจ่มไม่อยู่เหรอครับ?” เขาเปิดบทสนทนา

“พ่อไปประชุม” ตอบด้วยใบหน้านิ่ง ตวัดสายตามองเขาแค่แวบเดียว

“ผมขอยืมโทรศัพท์คุณหน่อยได้ไหม?”

“ทายาทโรงแรมหรู พิพัฒน์ ทรัพย์เทวากุล ประสบอุบัติเหตุขณะเดินทาง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม และตำรวจได้เร่งค้นหาร่างแต่ไม่พบ คาดว่าอาจมีพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล”

คือข้อความที่พาดอยู่บนหัวข่าวธุรกิจ พร้อมกับรูปซากรถเก๋งคันหรูที่พังยับเยิน และข่าวก็แชร์ต่อเป็นมุมกว้างอย่างรวดเร็วผ่านทางโซเชียลมีเดีย

เสียงโทรศัพท์ในสถานีตำรวจดังขึ้น ปลายสายแจ้งข้อมูลติดต่อกับ ผู้กองก้องเกียรติ

(“ไอ้พัฒน์ แกหายหัวไปไหนมาวะ ฉันติดต่อแกไม่ได้ตั้งหลายวัน นึกว่าตายห่าไปแล้ว แล้วนี่แกอยู่ไหน แล้วทำไมไม่โทรเข้ามือถือกู”)

คำถามเป็นชุดของผู้กองก้องเกียรติที่มาพร้อมกับความเป็นห่วง

“ยังไม่ตายแต่เกือบตาย” คำถามมากมายแต่ตอบเพียงประโยคเดียว

พิพัฒน์ถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เพื่อนรักฟัง ก้องเกียรติคือเพื่อนเพียงคนเดียวที่เขาไว้ใจที่สุด สองหนุ่มที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กจากการอุปถัมภ์ของนาย สุเทพ เจ้าของบ่อกุ้งและนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในภาคใต้ อีกทั้งโรงแรมหรูในภูเก็ตและกรุงเทพ

พ่อของพิพัฒน์เป็นเพื่อนสนิทกับสุเทพ ส่วนพ่อและแม่ของก้องเกียรตินั้นเป็นคนงานในบ่อกุ้ง พ่อแม่ของทั้งสองเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านพักคนงานตั้งแต่สองหนุ่มยังอยู่ชั้นปฐม หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นสุเทพก็รับพิพัฒน์เป็นบุตรบุญธรรม และรับอุปการะก้องเกียรติไว้เช่นกัน

(“ฉันว่าแล้วว่ากลิ่นมันทะแม่ง ๆ กำลังให้คนตามหาแกอยู่ นึกว่าเป็นผีเฝ้าเขาไปซะแล้ว”)

“แกไปสืบข้อมูลแล้วบอกฉันให้เร็วที่สุด”

“โอนเงินมาให้ฉันผ่านบัญชีนี้นะ” พร้อมกับแจ้งเลขบัญชีไป

“คิดว่าน่าจะมีคนตามความเคลื่อนไหวของฉันอยู่ สืบหานายเข้มด้วยตอนนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง” สองหนุ่มพูดคุยอยู่สักพักก่อนจะวางสายไป

พิพัฒน์ยื่นโทรศัพท์มือถือส่งคืนให้หญิงสาวที่นั่งจิบกาแฟอยู่ม้านั่งหน้าบ้าน พร้อมกับคำขอบคุณ และนั่งลงตรงข้ามกับเธอ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟในแก้วตรงหน้ากระตุ้นต่อมสะสมคาเฟอีนในร่างให้ทำงาน กิ่งกานดารับโทรศัพท์จากมือชายหนุ่มและวางลงที่โต๊ะกลมตรงหน้า

“เอ่อ...” พิพัฒน์มองที่แก้วกาแฟที่ไออุ่นลอยฟุ้งในอากาศ และหยุดคำพูดไว้แค่นั้น

“คะ?” คอกาแฟอย่างกิ่งกานดามองตาเดียวก็เข้าใจได้ทันที หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“คุณคิดค่าอาหารเดือนละเท่าไหร่?” เอ่ยถามหญิงสาว

“.....”

กิ่งกานดามองหน้าคนถามที่รอฟังคำตอบจากเธออยู่

“อืม” เอียงคอทำท่าครุ่นคิด มือเกาคางเล่น

“คุณเคยจ่ายเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้นแหละ เดี๋ยวพ่อก็มาว่าฉันไม่มีน้ำใจอีก” พวกคนรวยก็คงมีแม่บ้านคอยทำอาหารประเคนให้อยู่แล้ว นี่เธอใจดีแล้วนะที่ไม่บอกเป็นตัวเลขให้เขา พูดจบก็ยกกาแฟขึ้นจิบแบบยั่ว ๆ

“ผมอยากได้กาแฟสักแก้ว คุณช่วยหน่อยได้ไหมครับ?”

อย่างน้อยก็เป็นคำขอร้องละน่า กิ่งกานดาคิดในใจ

“ไม่ฟรีนะคะ”

“ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าตกลง กิ่งกานดาเดินเข้าไปในห้องครัว สักพักก็กลับมาพร้อมกับกาแฟสำหรับชายหนุ่ม และยื่นให้เขา

“แล้วคุณจะจ่ายเมื่อไหร่?”

หน้าสวย ๆ ไม่ได้แปลว่าใจดีสินะ พิพัฒน์คิดในใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel