บท
ตั้งค่า

คิแพง - บทที่ 20 -- ยังอยากได้แพงอยู่ไหม

ร่างทั้งร่างของเธอลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ กับสภาวะสมองเบลอ และหูอื้อที่มาพร้อมๆกัน น่าแปลก เธอเป็นถึงขนาดนี้ราวกับคนช็อค แต่คนพูดยังคงนั่งนิ่ง ไม่พอยังแหงนหน้าขึ้นมองเธอตาไม่กะพริบตา

“ผมเข้าใจที่พี่ตกใจ แต่ทำไงได้มันติดไปแล้ว”

“ละ ล้อกันเล่นหรือเปล่า”

ถ้าจะเหลือก็คงเป็นความหวัง ที่น้องชายอาจจะแค่แกล้งกัน ทว่าดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง เพราะแววตาของมันเต็มไปด้วยความว่างเปล่า

“หน้าตาผมบอกอย่างนั้นเหรอ”

“แกไปติดใครมา”

“จะใครอีกล่ะ พี่ดูหน้าผมสิ”

พะแพงหรี่ตามองตาม หากแต่ความสงสารตอนนี้หมดไปแล้ว เธอกลับมาสงสารตัวเองแทน นั่นเพราะไม่รู้ว่าจะต้องช่วยยังไง

“แล้วมาหาฉันทำไม”

“พี่จะไม่ช่วยผม?”

ความโกรธที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต หลังรู้ว่ามีเขาคลานตามกันมา วันนี้กลับต้องเห็น นั่นเพราะเธอรู้สึกมันเกินกว่าจะเยียวยา หญิงสาวกัดฟันกรอด จ้องเขาตาเขม็ง

“ติดคุกซะดีไหมเพชร ฉันไม่เคยคิดว่าจะมีน้องชายที่เลวระยำแบบนี้”

แต่แทนที่คนฟังจะสะทกสะท้านกลับยักไหล่แล้วหัวเราะในลำคอ

“พี่ไม่กล้าหรอกน่า”

“ว่าไงนะ?”

“พี่ควรจะคิดแบบแม่นะ ยังไงผมก็เกิดมาเป็นสายเลือดเดียวกันกับพี่แล้ว จะเปลี่ยนอะไรได้”

“ทำไมถึงเห็นแก่ตัวอย่างนี้นะเพชร”

“เพราะผมเลือกที่จะเป็นคนเลวแล้วไง!” เขาเถียงอย่างไร้เหตุผล แต่นั่นไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งเท่ากับการตวาด เธอรู้สึกริมฝีปากล่างเลือดออกซิบๆเพราะถูกฟันขูดโดยไม่รู้ตัว และรู้สึกเจ็บที่มือเพราะตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เผลอกำมือแน่นซะจนเล็บจิก “คนเลวจะไปเข้าใจอะไรกับความคิดของคนดีเล่า เอาเป็นว่าช่างเถอะ ผมอยากรู้ว่าพี่จะช่วยหรือเปล่า”

“เงินเป็นล้านนะเพชร แกบ้าไปแล้วรึไง ฉันอายุแค่นี้ ยังเรียนอยู่เลย จะไปหามาจากไหนให้แกผลาญ อีกอย่างมันไม่ใช่เรื่องของฉันด้วย ฉันไม่ช่วย”

เสียงหัวเราะเย้ยหยันออกมาจากลำคอของเขาอีกครั้ง คราวนี้สร้างความโกรธให้กับคนฟังอีกเท่าทวีคูณ

“ไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร งั้นผมจะให้แม่ช่วย ที่ดินบ้านที่แม่อยู่ยังไม่เคยเอาไปจำนองที่ไหนใช่ไหม”

“ไอ้เพชร! ไอ้เหี้ย!”

เหมือนเสียงตวาดลั่นห้องตอนนี้จะหวนกลับมาเป็นเธอ คนตัวเล็กเหลืออด และหมดความอดทน ความโกรธที่มีมากจนล้นปรี่กลายเป็นความอึดอัด และความอึดอัดมากมายจะต้องหาที่ระบายทำให้เธอถึงกับกระทืบเท้า ปล่อยโฮออกมาอย่างลืมอาย

ในขณะที่เพชรยังคงยืนมอง สายตาของเขาไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิด หรือเห็นใจเลยสักนิด เขามองร่างเล็กที่ทิ้งตัวลงบนโซฟา มองเธอร้องไห้ราวกับเด็กน้อยในตอนนั้น ที่เคยโดนเขาแอบตัดผมตุ๊กตาบาร์บี้ตัวโปรดและทำสัตว์เลี้ยงในทามาก็อตของเธอตาย พลันลุกขึ้นยืนหยิบเสื้อช็อปข้างตัวมาพาดบ่า

“มันให้เวลาผมสามวัน หวังว่าพี่จะช่วยผม ถ้าครั้งนี้พี่ช่วยได้ ผมจะพิจารณาตัวเองเป็นคนดีเพื่อพี่และแม่สักครั้ง”

พลางเดินออกไปจากห้องหน้าตาเฉย ไม่สนใจพี่สาวของเขา ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่กำลังเครียดจัดจนหูดับ และมองอะไรไม่เห็นเพราะขนตาเปียกชุ่มไปแล้วตอนนี้

เวลาเลยไปเกือบเที่ยงคืน คนร่างเล็กเพิ่งจะฟื้นจากการร้องไห้มาอย่างหนัก นั่นเพราะอาจไม่มีน้ำตาหลงเหลือให้ไหลออกมาแล้ว และร่างกายก็เหนื่อยจนอยากพัก เธอถึงได้นั่งเอนหลังพิงหัวเตียงอย่างหมดแรง

“ชั่วพริบตาเดียวเลยแฮะ”

คนตัวเล็กพึมพำกับตัวเองพลางหัวเราะ เพิ่งจะยิ้มได้อยู่ชั่วครู่กับการได้นอนเต็มอิ่ม หลังลิสต์งานที่วางแผนจะไปสมัครในวันพรุ่งนี้ ทว่ากลับพังทลายลงเพียงเพราะน้องชายเหยียบเข้ามา สลับกับการเปิดจอโทรศัพท์มองแจ้งเตือนทวงคำตอบของหลินที่ส่งมาทิ้งไว้ มาถึงตอนนี้เธอไม่รู้จะตกลงดีไหม กับการทำงานนี้ที่หล่อนบอกว่าง่ายก็แค่กางร่มให้นักแข่งก็พอ แต่ไม่ว่าจะยังไงภายในระยะเวลาสามวัน งานนี้ก็ไม่สามารถนำเงินหนึ่งล้านมาให้เธอได้ เว้นก็แต่...

มือบางสั่นเทาราวกับหนาวเหน็บ ทันทีที่ปลดล็อคหน้าจอ เข้าไปยังประวัติการโทร แล้วตัดสินใจกดหาหมายเลขที่ไม่ได้เมม แต่กลับจำได้ ซึ่งไม่นานปลายสายก็รับ และนั่นราวกับเธอกำลังเดินเข้าหานรกด้วยตัวเอง

(ฮัลโหล)

“คุณยังอยากจะได้แพงอยู่ไหมคะ”

(ครับ?)

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel