บท
ตั้งค่า

คิแพง - บทที่ 17 -- เขาจะเอาแพง

ประตูบานเดิมถูกเลื่อนเบาๆ ก่อนคนเลื่อนจะแทรกเข้ามา ม่อนกับบาสที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมทันทีที่เห็นหญิงสาวเดินเข้ามาราวกับคนหมดแรง และทิ้งตัวลงบนฟูกถึงกับเลิกคิ้ว

“มีไรเหรอแพง”

บาสเป็นคนเปิดประเด็นก่อน และเมื่อเห็นคนถูกถามเอาแต่อ้ำๆอึ้งๆ ม่อนจึงมีส่วมร่วมบ้าง

“เออนั่นสิ มีอะไร หน้าแกซีดมากเลยนะ ใครเป็นอะไรหรือเปล่า..”

“ถ้าจะมีก็คงเป็นฉันนี่แหละ”

“ทำไม?”

คนตัวเล็กหมุนตัวเองมานั่งในตำแหน่งพร้อมเล่า ขณะเดียวก็มองหน้าทั้งคู่ราวกับไตร่ตรองไปด้วย และเมื่อคำตอบในหัวคือเธอมีเพื่อนสนิทอยู่แค่สองคน จึงตัดสินใจเริ่มทันที

“พวกแกจำคนที่ฉันเคยเล่าให้ฟังได้ไหมวะ ตอนไปดูหนังกันอะ”

“อ่า ทำไม?”

“เขาคืออาคีรา เบญจรัญ”

“เบญจรัญ” บาสหลุบตาต่ำทวนคำ “คุ้นๆเหมือนเคยได้ยิน”

“คนรวยอะแก คนรวย คนดัง มหาเศรษฐีอะไรเถือกนั้นน่ะ”

พะแพงเสริมให้ เพราะไม่อยากจะอธิบายเยอะ ทว่าม่อนเป็นผู้ไขความกระจ่าง เพราะรายนี้เปรียบเสมือนเจ้าแม่ข่าวกรอง และแน่นอนทำบาสนึกขึ้นได้ตามไปด้วย

“ที่ทำอสังหาริมทรัพย์ปะ”

“อ่าใช่”

“ที่โคตรรวย ของรวย ของรวยอะ”

“อ๋อ นึกออกแล้ว”

“ถ้าเป็นคนนั้นหล่อมากนะแพง ทำไมวะ... อย่าบอกนะว่า”

“อืม แพงรู้สึกว่าเขา...จะเอาแพงให้ได้เลยว่ะ”

“หา!!!”

ทั้งคู่อุทานพร้อมกัน พลันห้องทั้งห้องถูกปรับเข้าโหมดเครื่องบิน ไม่มีใครพูดอะไรออกมาต่อ ด้วยความอึ้ง แต่ทั้งยังมึนงงอยู่ว่าระดับเสี่ยคิระ มาวิ่งตามผู้หญิงธรรมดาอย่างเพื่อนของเขาทำไม แต่พอมองไปยังใบหน้าของเจ้าตัว จ้องอยู่เช่นนั้นแบบลึกๆ และตัดความสนิทที่คบกันมาตั้งแต่ม.ปลาย เป็นคนแปลกหน้าเพิ่งจะเจอกันครั้งแรก ทั้งคู่ถึงกับเม้มปากแน่น หันมองหน้ากันเองราวกับนัดหมายกันไว้

“ม่อนเข้าใจแล้ว”

“หืม?”

“แพง แกสวยจังวะ”

และนั่นคือเหตุผลทั้งหมด

“อะไรอ่ะบาส อยู่ดีๆก็มาชมกัน ใช่เวลาไหม”

ร่างสูงส่ายหัว ตายังคงจ้องมองเพื่อนสาวอยู่

“ก็มันใช่เวลาไง ถึงได้พูดออกมา แกรู้ไหมว่าแกสวย สวยมากเลยแหละ”

เขาเพิ่งจะเข้าใจคำว่าสวยทุกมุมก็ตอนนี้ ที่ผ่านมาคงจะสนิทและเจอกันอยู่ประจำถึงได้ชินกับสิ่งที่เห็น แต่พอลองลบความรู้สึกนั้น ลองแปลงร่างเป็นคนแปลกหน้า เขาถึงกับเข้าใจเสี่ยคนนั้นเลยทันที

“หุ่นเอยอะไรเอย โอ้ย...”

ม่อนถึงกับกุมขมับ

“พอเลยพวกแก ทั้งคู่เลย อะไรของพวกแกวะเนี่ย ฉันไม่ได้เขินหรอกนะโว้ย ยิ่งกลุ้มมากกว่าเดิม”

พะแพงอยากจะร้องไห้ สีหน้าที่ยับยู่ยี่บอกคนทั้งคู่แบบนั้น ถึงได้พากันเงียบชั่วคราว และเข้าสู่หมวดจริงจัง

“เมื่อกี้เขาโทรมาเหรอ”

“อือ”

“โทรมาขอนอนกับแก?” คนถูกถามพยักหน้า “พูดแบบไหน พูดตรงๆเลยเหรอ”

“ก็ไม่เชิงหรอก...” คนตัวเล็กยืดตัวอีกครั้ง เตรียมเล่าต่อ “คืองี้นะ ฉันน่ะ หาช่องทางติดต่อที่จะคืนเงินเขา เพราะเขาโอนมาให้มากเกินไป อันที่จริงที่ตกลงกันไว้มันแค่แก้วละห้าหมื่น”

นาทีนี้ม่อนกับบาสอ้าปากค้างไปแล้ว

“เดี๋ยวๆ ใจเย็นๆ พวกฉันงง แกจะบอกฉันว่าเมื่อคืนคนที่แกไปนั่งดริงก์ด้วยคือเขาอย่างนั้นเหรอ”

“อือ”

“เฮ้ย”

“ก็นั่นแหละ ฉันโกหกแกเพราะคิดว่ามันจะจบแล้ว ซอรี่นะ”

“แล้วยังไงต่อ”

“ฉันจำอะไรไม่ค่อยได้เลยพวกแกรู้ปะ เพราะฉันเมามาก รู้ตัวอีกทีนอนอยู่กลางเตียงของโรงแรมหรู อย่า..อย่าคิดไปเอง ฉันนอนอยู่คนเดียว”

ม่อนหุบปากทันควันให้กับประโยคทักท้วง จังหวะหล่อนอ้าปากเตรียมจะสวนแทรก

“ก็คือ เขาไม่ได้ทำอะไรแก ทั้งที่แกเมา แต่พาแกไปค้างที่โรงแรม”

“อ่าห่ะ”

“หมอนี่มันเอาจริง..”

“ยังไง”

ทุกคนหันไปหาบาส ร่างสูงที่เงียบไปนาน แต่นั่งฟังไม่พลาดสักฉาก พลันอยู่ดีๆก็ขัดขึ้น

“ก็มันต้องการจะเลี้ยงแพงแบบจริงจังไง เลี้ยงแบบ...เด็กเสี่ยอ่า มันเลยไม่รีบร้อน”

“ไม่มีทาง!”

“แล้วแพงจะทำไง คนแบบนี้จะแจ้งตำรวจเหรอ ถ้าตำรวจสามารถทำอะไรมันได้ มันคงรู้ไม่ทำตั้งแต่แรกปะ”

“ใช่ บาสพูดถูก”

“เผลอๆ มันจะเล่นแพงหมดอนาคตเอาด้วย”

พะแพงถึงกับหน้าเสีย นาทีนี้ความกังวลที่มีมากถึงขีดสุด ชนิดที่ใครจะพูดแบบไหนหากเป็นไปได้เธอเชื่อหมด นึกถึงภาพที่เขาจูบเธอ และกระชากแขนออกจากโซฟา เพื่อจะพาไปไหนสักที่ยังรู้สึกแย่ไม่หายเลย ถึงมันจะเลือนราง ทว่าก็พอจะจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง โชคดีที่เพื่อนเขาเข้ามาทัน และที่แย่ไปกว่านั้นคือเธอหลับซะก่อน

“เดี๋ยว กลับมาเรื่องนี้ก่อน ค้างไว้อยู่ ที่แกบอกว่าติดต่อขอคืนเงินเพราะให้เยอะไป..ทำไมนะ”

“เขาไม่เอาคืน ถ้าจะคืนต้องคืนด้วยอย่างอื่น”

“อย่างอื่นที่ว่านี่คือ...”

“อืม ตัวแพง”

“ว้าย แรงมากกก”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel