บทที่ 5 ทำความรู้จักกัน
“ฉันไม่ชอบความวุ่นวาย”
“ค่ะ หนู...” หนูเข้าใจ นั่นคือคำที่เมษาอยากจะตอบเขากลับไปแต่เธอต้องค้างไว้เพียงเท่านั้นเมื่อถูกพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“เธอจะได้พูด เมื่อฉันอนุญาตให้เธอพูด”
“…” ริมฝีปากบางต้องเม้มเข้าหากันเพื่อปิดปากของตัวเองให้สนิท ในเมื่อเขาพูดออกมาแบบนั้นแล้วเมษาจะกล้าปล่อยเสียงของเธอให้เล็ดลอดออกมาได้อย่างไร
“ฉันชอบความเป็นส่วนตัวมาก เพราะฉะนั้นเธอจะมาที่ห้องนี้ได้เมื่อฉันต้องการให้เธอมาเท่านั้นและห้ามเธอพาคนอื่นมาด้วยและห้ามให้ใครรู้เรื่องของเรา”
“...” เมษาพยักหน้าเป็นการบอกว่าเธอรับทราบในสิ่งที่เขาบอกและจะทำตามอย่างว่าง่าย
“เรื่องต่อไป ระหว่างที่เธออยู่ในสถานะเด็กเลี้ยงของฉัน ห้ามเธอมีคนรัก ห้ามมีความสัมพันธ์ทั้งทางกายและทางใจกับใครทั้งนั้น”
“...” เมษาพยักหน้าและเรื่องนี้เธอเองก็รู้ดีอยู่แล้วเพราะมันอยู่ในสัญญาที่พี่เมนี่ให้เธอเซ็น อีกอย่างเธอเองก็ไม่ได้จะกล้าพอที่จะยอมเปิดใจศึกษากับใคร
เมษารู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำงานแบบไหนและมันคงเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวมากหากมีใครสักคนเข้ามาและเธอยอมเปิดโอกาสคบหากับเขา เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้จะเลวพอที่จะหลอกลวงใคร แค่ที่เป็นตอนนี้เธอก็ละอายกับตัวเองมากพอแล้ว
“ดี”
“เธอรู้อะไรเกี่ยวกับตัวฉันบ้าง”
“...”
เมษาส่ายหน้า ข้อมูลของเขาเธอไม่รู้อะไรเลยเพราะพี่เมนี่บอกว่าลูกค้าคนนี้ไม่ต้องการให้พี่เมนี่เปิดเผยข้อมูลของเขา
แม้กระทั่งชื่อเธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาชื่ออะไร เมษารู้แค่ว่าเขาโสด ในสัญญาระบุว่าเขาจะจ่ายเงินเดือนให้เธอเดือนละห้าหมื่นห้าพันบาทโดยที่เธอจะต้องมาอยู่กับเขาทุกคืนวันศุกร์จนถึงเย็นวันอาทิตย์
ด้วยสัญญานี้ทำให้เมษาต้องโกหกน้ามัชว่าเธอจะไปนอนทำวิจัยที่บ้านของกิ๊กเพื่อนสนิทที่น้ามัชก็รู้จักดี การที่เมษาเอาชื่อเพื่อนรักมาอ้างทำให้น้ามัชไม่สงสัยและถามอะไรเธอมากนัก น้ามัชดีใจเสียด้วยซ้ำที่เห็นเธอออกไปใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนฝูงบ้าง
แต่เมษารู้แก่ใจตัวเองดีว่าสิ่งที่น้ามัชดีใจคือเรื่องโกหกของเธอและเมษารู้สึกผิดกับสิ่งที่เธอทำลงไปมาก ได้แต่หวังว่าสักวันเธอจะได้รับการให้อภัยหากน้ามัชรู้เหตุผลที่แท้จริงที่เธอตัดสินใจทำเรื่องนี้
“ดีมาก”
น้ำเสียงของชายหนุ่มพึงพอใจที่ได้เห็นเธอส่ายหน้าเพราะนั่นคือการยืนยันว่า เมนี่ไม่ได้ทำผิดสัญญาที่เขาขอก่อนจะจ่ายเงินก้อนโตให้เธอไป
“เมนี่บอกว่าเธอไม่เคยทำงานแบบนี้...”
เหมือนเป็นแค่คำพูดชวนคุยแต่ไม่รู้ทำไมเมษาถึงรู้สึกว่าเขากำลังดูแคลนเธอ เหอะ จะโทษเขาก็คงไม่ได้เพราะการที่เธอเลือกมาเป็นเด็กเลี้ยงของเขาแบบนี้จะให้เขาคิดว่าเธอง่าย ว่าเธออยากหาเงินโดยการเอาตัวเข้าแลกก็ไม่แปลกหรอก
“ผลตรวจร่างกายของเธอก็ทำให้ฉันเชื่อว่าเธอยังไม่เคยมีเซ็กซ์ แล้วเคยมีแฟนไหม”
“...” เมษาส่ายหน้าอีกครั้ง
“จริงเหรอ?”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจติดไปทางไม่อยากจะเชื่อของชายหนุ่มทำให้เมษาอดที่จะเงยหน้าแล้วหันไปมองสบตากับเขาไม่ได้ ตอนนี้เธอเริ่มอึดอัดมากกว่าเดิมไปอีกเพราะพูดไม่ได้ก็เขาไม่ให้เธอพูด
เมษาอยากอ้าปากบอกเขามากว่าการที่เธอไม่เคยมีแฟน มันก็ไม่ได้แปลว่าเธอผิดปกติหรือดูเป็นผู้หญิงที่แกล้งไร้เดียงสาต่อหน้าเขาสักหน่อย เธอโตแล้วแต่ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของเธอต้องผ่านการคบหาผู้ชายมาก่อนนี่ ชีวิตของเธอมีเรื่องที่สำคัญให้ทำมากกว่าการมีแฟนตั้งเยอะและเธอไม่เคยคิดอยากจะมีด้วย
“ฉันก็แค่ถาม เธอไม่ต้องแสดงความไม่พอใจผ่านสายตาขนาดนั้นก็ได้เด็กน้อย”
“…!”
เด็กน้อย ใช่สิ เธอก็คงเด็กกว่าเขาอยู่แล้วแหละ ชิ๊
พอคิดดูอีกทีเมษาแอบโล่งใจที่ภายนอกของเขาไม่ได้ดูเป็นคนอายุเยอะจนทำให้เธอรู้สึกเหมือนนั่งคุยอยู่กับคนรุ่นพ่อ แต่ก็อยากรู้จังว่าเขาอายุท่าไหร่ เขาหนุ่มมาก ดูเป็นคนที่ดูแลตัวเองมาอย่างดีทำให้เมษาคาดเดาอายุของผู้ชายคนนี้ได้ยากมาก
“อึดอัดไหม” เมษารีบพยักหน้าโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด เธออึดอัดมาก แค่นั่งใกล้เขาได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่หอมจนทำให้เธอเคลิ้มได้ก็อึดอัดจนทำตัวไม่ถูกแล้ว ไหนจะพูดไม่ได้อีกจะไม่ให้เธออึดอัดได้ยังไง แล้วเขายังทำตัวเหมือนเป็นคนมีจิตสัมผัสที่อ่านใจเธอออกอีกว่าเธอคิดอะไรหรือรู้สึกอะไรอยู่
‘เขาเป็นคนหล่อที่น่ากลัวและไม่น่าไว้ใจมาก!’
“แล้วทำไมไม่บอกล่ะ”
“...!” ก็คุณไม่ให้พูดนี่คะ อยากตะโกนใส่หน้าคนหน้านิ่งที่สุด เห็นนิ่ง ๆ ที่จริงก็แอบกวนเหมือนกันนะคะ
“ตอนนี้ฉันอนุญาตให้เธอพูดได้แล้ว” เหมือนเมษาจะเห็นเขายิ้มที่มุมปากแว๊บหนึ่งก่อนที่เขาจะยกแขนขึ้นมากอดอกแล้วเอนหลังพิงโซฟาด้วยท่าทางสบายใจ ต่างจากเมษามากที่นั่งนิ่งไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียว
“คุณ อนุญาตให้หนูพูดได้แล้วใช่ไหมคะ” ขอถามอีกนิดเพื่อความมั่นใจ
“อืม แต่อย่าพูดเยอะก็แล้วกันเพราะฉันไม่ชอบอะไรที่รำคาญหู”
‘เขาดูเป็นคนรักสงบมากสินะ หรือเพราะเป็นคนแบบนี้เลยไม่อยากมีแฟนจริงจัง เขาอาจจะเป็นคนเบื่อง่ายเลยไม่อยากมีความสัมพันธ์แบบผูกมัดกับใคร หรือไม่ก็เคยมีแฟนแล้วแต่เจ็บปวดจากความรักครั้งก่อนเขาเลยเลือกที่จะอยู่คนเดียวแล้วหาเด็กเลี้ยงอย่างเธอมาเป็นเพื่อนแก้เหงาแทน’
“กำลังสำรวจตัวตนของฉันอยู่เหรอ หืม?”
กึก! เขาต้องมีญาณทิพย์ชัวร์ ถึงได้รู้ว่าเธอกำลังทำแบบนั้นอยู่
“เปลี่ยนจากคิดแล้วถามตัวเองอยู่ในใจ เป็นมาถามฉันตรง ๆ ดีกว่าไหม”
“หนูขออนุญาตถามชื่อของคุณได้ไหมคะ” ในเมื่อเขาอนุญาตแล้วถ้าอย่างนั้นเมษาจะขอถามเรื่องที่เธออยากรู้เป็นอันดับแรกก่อนก็แล้วกัน แต่จะต้องขออนุญาตเขาก่อนเพราะเธอไม่แน่ใจว่าชื่อจริงของเขาจะจัดอยู่ในกลุ่มข้อมูลที่เธอไม่มีสิทธิ์รู้ด้วยหรือไม่
“ฉันชื่อ อลัน”
“หนูชื่อ เมษา ยินดีที่ได้รู้จักคุณอลันนะคะ”
“...” อลันระบายยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยื่นมือข้างขวามาหาเมษาเพื่อรอให้เธอยื่นมือมาจับทักทายแบบฝรั่ง เมษาลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยอมยื่นมือไปจับมือกับเขา
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน เมษา”
