บทที่ 4 เจ้าของสัญญา
สองสายตาสบประสานกันอยู่อย่างนั้นไม่มีใครยอมหลบสายตาของใคร ทั้งสองจ้องมองกันราวกับว่าตกอยู่ในภวังค์หากแต่สายตาคมเข้มที่มองผ่านแว่นตาเลนส์ใสนั้น เมษาไม่สามารถเดาได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เธอรู้สึกเหมือนถูกชายหนุ่มรูปงามคนนี้ประเมินด้วยสายตาอย่างไรอย่างนั้น
แต่ก่อนที่เด็กสาวจะได้ค้นหาความหมายที่ซุกซ่อนอยู่ในดวงตาสีนิลที่ชวนหลงใหลคู่นั้น ชายหนุ่มได้เดินออกจากลิฟต์และเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเมษา เขาจงใจเว้นระยะห่างระหว่างเขาและเมษาไว้เพียงแค่หนึ่งก้าว และด้วยระยะห่างที่ใกล้กันขนาดนี้ทำให้เมษารับรู้ได้ว่าผู้ชายคนนี้ตัวสูงมาก ‘น่าจะสูงเกือบ190เซนติเมตรแน่’
เมษาแอบคิดเพราะใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับหน้าอกของเอง และนั่นทำให้ผู้หญิงที่สูงแค่160เซนติเมตรอย่างเธอต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเขา
อึก จู่ ๆ น้ำลายก็แห้งขึ้นมาเสียอย่างนั้นเมื่อสายตาของเมษาสบกับสายตาของเขาอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้มีแรงดึงดูดอย่างน่าประหลาดใจ เมษารู้สึกแบบนั้น แต่เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าแรงดึงดูดที่ทำให้เธอเหมือนถูกสายตาของเขาตรึงเอาไว้แบบนั้น มันคือความรู้สึกแบบไหนกันแน่และต้องขอบคุณที่เขาเป็นฝ่ายละสายตาหันไปหาพี่เมนี่ก่อน
“ตรงปกดีครับ”
เสียงทุ้มนุ่ม เสียงของเขาน่าฟังมาก ดูสุภาพ ทว่าตัวของเขากลับทำให้เมษารู้สึกกลัวยังไงก็ไม่รู้สิ แต่! คนนี้คือลูกค้าของพี่เมนี่ใช่ไหมแล้วตรงปกคืออะไร
“รูปที่ส่งให้เป็นรูปที่ไม่ผ่านการแต่งเลยค่ะ เพราะเมนี่อยากให้ลูกค้าได้รับความประทับใจที่ไม่ปรุงแต่ง”
คำพูดของเมนี่ทำให้เมษาเข้าใจแล้วว่าตรงปกคืออะไร คงจะเป็นรูปถ่ายที่เมนี่จับเธอจัดท่าทางโพสถ่ายรูปคล้ายกับถ่ายบัตรประชาชนและให้เขียนข้อมูลส่วนตัวราวกับว่าเธอกำลังกรอกเอกสารสมัครงาน จะว่าไปมันก็เหมือนการสมัครงานนั่นแหละ สมัครงานเป็นเด็กเลี้ยง!
“ถูกใจคุณลูกค้าใช่ไหมคะ” เพื่อความมั่นใจเมนี่จึงขอถามออกไปสักหน่อย ก็คุณลูกค้าเล่นทำหน้านิ่งจนอ่านไม่ออกแบบนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านการหาเด็กอย่างเธอก็ใจคอไม่ดีน่ะสิ
“ขอบคุณครับ ที่เหลือผมจัดการต่อเอง” จะขอเดาว่าพอใจได้ไหมนะกับคำตอบแบบนี้แต่จะพอใจหรือไม่ ฝ่ามือหนาของเขาได้ดันตัวเมษาให้เดินเข้าไปในลิฟต์แล้วกดให้ลิฟต์ปิดประตูแล้วเรียบร้อย
“...” เกิดความเงียบขึ้นระหว่างคนสองคนที่ต้องอยู่ในลิฟต์หรูหราด้วยกัน ‘ลิฟต์ก็ไม่ได้แคบนะแต่อึดอัดจัง’
“ชั้น65”
“คะ”
เมษาเงยหน้าขึ้นเป็นเชิงถามว่าเขาพูดกับเธอหรือเปล่าเพราะตั้งแต่เข้ามาในลิฟต์เขายังไม่พูดกับเธอเลยสักคำ ส่วนตัวเมษาเองก็ยอมรับว่าเธอเกร็งมาก ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะเป็นพูดทักทายเขาดีไหม
พอเธออยากจะพูดคำว่า สวัสดีค่ะ อยากแนะนำตัวเขาก็ทำเป็นไม่มองมาทีเธอ และพอเธอเก็บมือของตัวเองลงเขาก็ยกแขนขึ้นมากอดอกแล้วมองหน้าเธอนิ่ง มองอย่างนั้นโดยไม่พูดไม่จาอะไรสักคำ จนเมื่อไม่กี่วินาทีนี้แหละที่เขาอ้าปาก
“ห้องของฉันอยู่ชั้นที่65 ให้กด 65A ออกจากลิฟต์ก็จะเจอประตูห้องทันที”
“...” เมษาพยักหน้าพร้อมเก็บข้อมูลใส่สมองอันน้อยนิดของตัวเอง
“หนะ หนูชื่อเม...”
“เมษา ฉันรู้จักชื่อและข้อมูลของเธอบ้างแล้ว”
“เชิญ” ชายหนุ่มผายมือให้เมษาเดินออกจากลิฟต์ก่อนและก็เป็นอย่างที่เขาบอก เมื่อเธอเดินออกจากลิฟต์ก็จะเจอประตูสีดำบานใหญ่ซึ่งเมษาคิดว่า นี่คือประตูเข้าห้องของเขาและจะต้องใช้ระบบแสกนลายนิ้วมือเท่านั้นถึงจะสามารถเปิดประตูเข้าไปได้
“วางนิ้วโป้งข้างที่ถนัดลงไปตรงนี้” เสียงของเขานุ่มมากนะแต่ติดไปทางออกคำสั่งยังไงชอบกล เมษาทำตามที่เขาบอก เธอแตะนิ้วหัวแม่มือข้างขวาลงบนที่แสกนนิ้ว แต่ดูเหมือนนิ้วของเธอจะเล็กไปหรือว่าเธอวางไม่ถูกตำแหน่งเพราะเมษาพยายามขยับนิ้วแล้วแต่ระบบยังไม่ยอมจับลายนิ้วมือของเธอสักที
ฮึ เหมือนจะได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ จากคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ คนตัวเล็กยิ่งรู้สึกกดดันมากขึ้นไปอีก
“กดแรงหน่อยสิ”
“หนะ หนูพยายามแล้วนะคะ” ฮือ เมษาอยากจะร้องไห้ เธอไม่ได้จะลีลานะเธอพยายามแล้วจริง ๆ แต่มันไม่ได้สักทีแล้วเขาก็มาพูดกดดันกันอีก ทำแบบนี้เธอก็ขวัญกระเจิงหมดสิ มือสั่นจนควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเนี่ย
หมับ เห็นเด็กสาวเงอะงะไม่ได้ดั่งใจ คนที่ตัวสูงกว่าเลยต้องยื่นมือเข้ามาช่วย นิ้วหัวแม่มือของเมษาถูกมือของคนที่ยืนซ้อนจากทางด้านหลังของเธออยู่ จัดการจับนิ้วของเธอให้เข้าที่และสัมผัสได้ถึงน้ำหนักมือของเขาที่กดบนนิ้วของเธอแต่ไม่ได้ทำให้เมษารู้สึกเจ็บ มือของเขาเบามากกว่าที่คิดและยังนุ่มมากด้วย เผลอ ๆ นุ่มกว่ามือของเธอที่เป็นผู้หญิงเสียอีก
“ขอบคุณค่ะ” เมษายกมือขึ้นไหว้ขอบคุณชายหนุ่มที่ในที่สุดก็ช่วยเธอแสกนเก็บลายนิ้วมือได้สำเร็จก่อนที่เขาจะเป็นคนเปิดประตูและผายมือให้เธอเดินเข้าไปก่อน
บรรยากาศภายในห้องของเขาทำเอาเมษาตะลึงงันเพราะมันดูเหมือนบ้านสองชั้นมากกว่าเป็นคอนโดห้องชุด ห้องของเขาเป็นคอนโดแบบDuplex(ดูเพล็กซ์)ที่ภายในจะมีชั้นลอยที่ชั้นสองจะมีส่วนของห้องนอนประมาณ2-3ห้อง เมษาไม่อยากจะคาดเดาเลยว่าราคาห้องนี้จะมีมูลค่าเท่าไหรและที่แน่ ๆ คือ ชาตินี้เธอคงไม่มีปัญญาซื้อ
แต่ที่ทำให้เมษาประหลาดใจที่สุดคงความเป็นระเบียบ ห้องของเขาตกแต่งแบบเรียบง่ายข้าวของทุกอย่างอยู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของเจ้าของห้องได้ดี
เมษาไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอกที่ห้องของเขาจะเป็นระเบียบแบบนี้เพราะดูจากเจ้าของห้องก็รู้ เขาเนี๊ยบมากตั้งแต่หัวจรดเท้า ขนาดไม่ได้แต่งตัวเยอะทรงผมก็ไม่ได้เซ็ตให้เป็นทรงอะไรมากแต่ทั้งหมดดูรวมกันแล้วก็คือแป๊ะ คนอะไรใส่แค่กางเกงวอร์มกับเสื้อยืดสีดำยังหล่อขนาดนี้...
“นั่งสิ” เขาบอกแต่ข้อมือของเมษากับถูกมือของเขาจับเอาไว้แล้วบังคับกลาย ๆ ว่าต้องการให้เธอนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกันและนั่งชิดกันด้วย
“สิ่งที่ฉันอยากให้เธอรู้ในขณะที่เธออยู่ในสถานะ เด็กเลี้ยงของฉัน...” ชายหนุ่มพูดในขณะที่เขาลอบสำรวจใบหน้าของเมษาไปด้วย
‘ดูดีกว่าในรูปนะ ดวงตามุ่งมั่นแต่มีความเศร้าปนอยู่ แก้มเนียนใส จมูกเชิดรั้น ปากเล็กแต่อวบอิ่ม ผิวนอกร่มผ้าแอบแห้งไปนิดคงเป็นเพราะดื่มน้ำน้อย...’
