บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ทางเลือกที่ไม่มีทางเลือก

“เงินที่เมษาหามาได้ น้าอยากให้หนูเก็บเอาไว้ใช้เป็นเงินทุนเลี้ยงดูตัวเอง น้าก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่งแล้วลูก น้าอยู่กับเมษาได้อีกไม่นาน...”

“ฮือ น้ามัชอย่าพูดแบบนี้สิคะ น้ามัชต้องอยู่กับหนูไปนาน ๆ นะ ต้องอยู่เห็นหนูประสบความสำเร็จก่อน หนูไม่ยอมให้น้ามัชจากไป หนูไม่ยอมค่ะ ฮึก ไม่ยอม” เมษารีบพูดแทรกขึ้นมาเมื่อเธอรับฟังสิ่งที่น้ามัชจะพูดต่อไม่ได้

“เมษา...น้ารักหนูมากนะ ถ้าหนูอยากเห็นน้ามีความสุขจริง ๆ หนูต้องฟังน้า ชีวิตของน้าตอนนี้ขอแค่ได้เห็นเมษาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก่อนตายน้าก็พอใจแล้ว น้าจะจากไปอย่างมีความสุข”

“แต่ถ้าเอาเงินมากมายมารักษาน้าแล้วน้าต้องมาเห็นหลานทำงานงก ๆ เรียนหนักไม่ได้พักไม่ได้ใช้ชีวิต แบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่น้าต้องการเลยและมันทำให้น้าเป็นทุกข์ยิ่งกว่าโรคที่น้าเป็นอยู่เสียอีก เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นเรื่องธรรมดาและน้าไม่เคยกลัวเลยยกเว้น...”

“ความสุขของหลานสาวที่น้ารัก”

“ฮึก น้ามัช” เมษาโผตัวเข้ากอดน้ามัชแนบแน่น ซุกหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาลงบนบ่าของผู้หญิงที่เก่งและเข้มแข็งที่สุด

“หนูรักน้ามัชนะคะ”

เธอมีชีวิตเติบโตมาได้ขนาดนี้ก็เพราะน้ามัชและต่อให้น้ามัชจะพูดให้เธอยอมรับความจริงและพยายามให้เธอปล่อยวางมากแค่ไหนก็ตาม เมษาไม่มีวันยอมปล่อยให้ครอบครัวเพียงคนเดียวของเธอต้องยอมแพ้ต่อโรคที่มันยังมีโอกาสรักษาให้หายได้

น้ามัชยอมลำบากเพื่อเลี้ยงดูเธอแล้วทำไมเธอจะยอมลำบากและเสียสละเพื่อน้ามัชบ้างไม่ได้ล่ะ ‘พี่เมนี่’ ชื่อของทางออกที่จะทำให้เธอยื้อเวลาให้ได้อยู่กับคนที่เธอรักนานขึ้น แม้จะต้องสูญเสียศักดิ์ศรีของตัวเองเมษาก็จะยอมทำเพื่อต่อชีวิตของน้ามัชมันก็คุ้มที่เธอจะยอมเสีย...

หนึ่งเดือนถัดมา

สองมือบีบเข้าหากันแน่นในขณะที่นั่งรอพี่เมนี่คุยโทรศัพท์กับใครบางคน และคงเป็นคนที่เมษาจะได้พบกับเขาในเร็ว ๆ นี้

หลังจากวันนั้นเมษาได้ตัดสินใจที่จะเลือกรับข้อเสนอของเมนี่ หญิงสาวที่เธอบังเอิญได้พบตอนที่น้ามัชเจ็บหัวใจจนต้องส่งตัวไปโรงพยาบาล ตอนนั้นเมษากลัวมากเธอไม่รู้จะต้องทำยังไงนอกจากปล่อยให้ตัวเองนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉินแต่แล้วเมนี่ก็เดินเข้ามาทัก

“พี่ชื่อเมนี่นะจ๊ะ และพี่มีวิธีช่วยน้องหาเงินมาผ่าตัดช่วยคนที่น้องรัก”

“…”

เมษาไม่ได้ตอบกลับ เธอทำเพียงแค่หันไปมองหน้าผู้หญิงแปลกหน้าที่เธอไม่เคยพบมาก่อน และที่แปลกไปกว่านั้น เราไม่รู้จักกันแล้วทำไมเขาถึงเดินเข้ามานั่งคุยกับเธอแถมยังรู้อีกว่าเธอต้องการอะไร

“พี่ไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกน้องนะ แต่พี่รู้และพี่ดูออกว่าน้องต้องการเงิน เงินจำนวนมากซะด้วย” เมนี่มีวิธีมองคนในแบบของเธอและเธอมักจะดูขาดเสมอว่าคนไหนรวย รวยจริง รวยปลอม และคนไหนขัดสนเรื่องเงินและแบบหลังนี้แหละคือเป้าหมายของเมนี่

และวันนี้เธอช่างโชคดีจริง ๆ ที่ได้เจอเป้าหมายตรงกับความต้องการของลูกค้าคนใหม่ที่กระเป๋าหนักมาก ทั้งหล่อ ทั้งรวยจนเมนี่อยากเสนอตัวเองให้เขามากแต่ อดค่ะ!

“ลูกค้าของพี่กำลังมองหา เด็กสาว สักคนเอาไว้ช่วยผ่อนคลายยามเหงา ก็ตามประสาหนุ่มโสดที่ไม่อยากผูกมัดกับใครน่ะและลูกค้าของพี่เขาจ่ายเป็นรายเดือนด้วยนะ จ่ายหนักด้วย น้องเก็บเงินจากงานนี้แค่ไม่กี่เดือนก็ได้ค่าผ่าตัดแล้วนะ”

“พี่จะให้หนูไปขายตัวเหรอคะ!”

เมษารีบสวนขึ้นทันทีหลังจากที่เธอทนฟังอยู่นาน หึ เห็นเธอใส่ชุดนักศึกษาแบบนี้ใช่ว่าเธอจะไม่เข้าใจนะว่าพี่สาวคนนี้ต้องการจะสื่อเรื่องถึงอะไรและถึงเธอจะจนเธอก็ไม่คิดที่จะเอาตัวเองไปทำเรื่องแบบนั้น

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกจ้ะคนสวย งานนี้เราผูกขาดกับคนเพียงแค่คนเดียว จบสัญญาก็แยกย้าย มันก็เหมือนน้องมีแฟนนั่นแหละคล้ายกันเพียงแต่น้องจะไม่มีสถานะที่ชัดเจน สิ่งเดียวที่น้องต้องทำคือมอบความสุขและความพึงพอใจให้เจ้าของสัญญาหรือจะให้พี่พูดให้เห็นภาพชัดเจน งานนี้คือการเป็นเด็กเลี้ยง กินหรู อยู่สบาย”

“มันก็ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่หรอกค่ะ เหมือนเป็นเมียน้อยหรือผู้หญิงที่เขาซื้อกิน”

“ซื้อขาดจ้ะและมีสัญญาจ้างงานที่ชัดเจน ส่วนเรื่องเมียน้อยอะไรนั้นพี่ขอพูดเลยนะจ๊ะ ว่าพี่จะไม่ทำเรื่องบ้านเล็กบ้านน้อยแบบนั้น ลูกค้าที่ติดต่อผ่านพี่ทุกคนพี่คัดแล้วและทุกคนคือคนโสดไม่มีพันธะจ้ะ”

“นี่น้องคนสวย พี่จะบอกว่างานนี้บางคนได้เจอรักแท้ด้วยนะ เด็กหลายคนที่ตกลงรับงานของพี่ ตอนนี้มีครอบครัวที่น่ารักมีสามีเลี้ยงดูสบายตัวไปแล้ว น้องไม่อยากเจอแบบนั้นบ้างเหรอ ได้ทั้งเงินรักษาคนสำคัญแล้วอาจจะยังได้เจอความรักดี ๆ ที่เราอาจจะนึกไม่ถึงก็ได้”

“...” เมษาไม่ตอบเพราะไม่ว่าจะคิดยังไงเมษาก็มองว่ามันคือการขายตัวอยู่ดีและต่อให้เธอหมดสิ้นหนทาง เธอก็จะไม่ยอมขายตัวเองเพื่อแลกกับเงินแน่ เงินที่ได้จากงานแบบนั้นมันน่าภูมิใจที่ไหนกัน ต่อให้อดตายเธอก็จะไม่ทำไม่มีทางทำเด็ดขาด

แต่...เมื่อถึงคราวจำเป็นอย่างเช่นตอนนี้ เรื่องที่เธอเคยพูดออกไปเต็มปากของตัวเอง วันนี้เมษาได้กลืนทุกคำพูดของเธอที่พูดไปในวันนั้นลงคอไปหมดแล้ว มันก็แค่เสียศักดิ์ศรีแต่ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ ศักดิ์ศรีมันช่วยให้น้ามัชหายป่วยไม่ได้

‘ขอให้เราเลือกถูกด้วยเถอะ ขอให้เขาใจดีกับเรา’ คงมีแต่คำภาวนาเท่านั้นที่เมษาจะให้กำลังใจตัวเองได้ ในเมื่อเธอเลือกไปแล้วตัดสินใจไปแล้วเมษาก็จะต้องสู้

“น้องเมษาจ๊ะ ลูกค้าของพี่พร้อมแล้วค่ะ”

เมษารีบลุกขึ้นและจัดระเบียบชุดเดรสผ้าชีฟองสีขาวของตัวเองให้เรียบร้อย วันนี้เธอเลือกใส่เดรสเปิดไหล่แขนยาวและความยาวของเดรสเลยหัวเข่าขึ้นมาเล็กน้อย มองแล้วยังคงสุภาพและน่ารัก เมษารู้ว่าเธอมาอยู่ตรงนี้ด้วยงานแบบไหนแต่เธอก็ยังอยากแต่งตัวเป็นตัวของตัวเองไม่ได้อยากจะแต่งตัวเอาใจคนแก่ (?)

“พี่เมนี่บอกข้อมูลของลูกค้าคนนี้ให้หนูรู้สักนิดไม่ได้เลยเหรอคะ” ระหว่างรอประตูลิฟต์เปิดออกเพื่อที่เธอกับเมนี่จะได้เข้าไปและขึ้นไปยังชั้นที่ลูกค้าคนนั้นอาศัยอยู่

“บอกไม่ได้จ้ะ”

“แบบรูปร่าง หน้าตา อายุ ก็บอกไม่ได้เหรอคะ”

“ใช่จ้ะ มันเป็นข้อตกลงของลูกค้าแต่พี่รับรองได้ว่าลูกค้าคนนี้ งานดีกว่าที่น้องเมษาจะจินตนาการได้” งานดีจนเมนี่อยากอาสาเป็นเด็กเลี้ยงซะเองแต่เขาดันไม่เอาเธอนะสิ เฮ้อ เสียดายจัง

“...” งานจะดีมากขนาดไหนกันนะ เมษาได้แต่คิดและก็สงสัย ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจินตนาการถึงใบหน้าในความหมายของคำว่า งานดี ของเมนี่อยู่นั้น ประตูลิฟต์ได้เปิดออกเผยให้เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่เมษาตกตะลึงในความรูปงามของเขา

‘หล่อมาก แบบนี้เรียกว่างานดีได้ไหมนะ’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel