Chapter 3
Chapter 3
17.30 น.
‘ถึงที่หมายของคุณแล้วค่ะ’
เมื่อคนขับรถแท็กซี่ได้ยินเสียงสิริจากจีพีเอสส่งเสียงบอกว่าถึงที่หมายของผู้โดยสาร คนขับรถแท็กซี่ก็จอดรถบริเวณด้านหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่
หลังจากแก้วตาจ่ายเงินค่ารถเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวก็ลงจากรถพร้อมกับสะพายกระเป๋าเป้วิ่งเข้าไปกอดคุณแม่ของเธอที่ยืนรอรับตรงประตูทางเข้าบานเล็กของคฤหาสน์
“คิดถึงแม่ที่สุดเลยค่ะ”
“แม่ก็คิดถึงลูกที่สุดเลยจ้ะแก้วตา” ดวงใจผู้เป็นแม่ของแก้วตากอดตอบลูกสาวด้วยความคิดถึงไม่ต่างกัน หลังจากสามีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนที่แก้วตาอายุเพียงสิบขวบ ดวงใจที่เป็นเพียงแม่บ้านก็กลายเป็นเสาหลักของบ้าน ช่วงแรก ๆ ที่สามีได้จากโลกนี้ไป ดวงใจทำงานรับจ้างทั่วไปที่ต่างจังหวัด จนกระทั่งป้าลำไยที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง ซึ่งเป็นคนใช้เก่าแก่ที่คฤหาสน์หลังนี้ กลับบ้านต่างจังหวัดมาหาคนงานไปทำงานที่คฤหาสน์ ดวงใจก็เลยได้มาทำงานประจำที่นี่ ซึ่งดวงใจจะกลับบ้านต่างจังหวัดปีละครั้งโดยจะลางานหนึ่งสัปดาห์ เพื่อกลับไปเยี่ยมลูกสาวและคุณพ่อคุณแม่ ตลอดระยะแปดปีที่ต้องจากบ้านมาทำงานที่กรุงเทพฯ ดวงใจคิดถึงลูกสาวมาก แต่แล้วปีนี้ฟ้าดินก็เป็นใจเมื่อแก้วตาสอบชิงทุนได้มาเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ทำให้ตนและลูกสาวได้เจอกันมากขึ้น แต่ดวงใจไม่เคยพาแก้วตามาที่นี่สักครั้ง เพราะกลัวว่าลูกสาวจะอายเพื่อนที่มีแม่ทำงานเป็นคนรับใช้ แต่พอโดนแก้วตาอ้อนบ่อย ๆ ว่าอยากมานอนค้างกับตน ดวงใจก็ใจอ่อน จึงรวบรวมความกล้าไปขออนุญาตเจ้านายพาลูกสาวมานอนค้างที่ห้องพักคนงาน ซึ่งคุณหญิงก็ใจดีมาก อนุญาตให้พาลูกสาวมานอนค้างที่นี่ได้ทุกเมื่อ
“เมื่อคืนไปงานวันเกิดเพื่อนสนุกไหมลูก” ดวงใจเอ่ยถามลูกสาวของตน เพราะเมื่อคืนแก้วตาส่งไลน์มาบอกว่าไปงานวันเกิดเพื่อนที่คลับแห่งหนึ่ง
พอโดนแม่ถามแบบนี้ แก้วตาก็อึ้งไปแป๊บหนึ่งด้วยความรู้สึกผิด ก่อนที่จะรีบปรับอารมณ์ตอบแม่ด้วยน้ำเสียงสดใส “สนุกค่ะแม่”
“ดื่มเหล้าหรือเปล่า”
“ไม่ได้ดื่มค่ะ หนูดื่มแค่น้ำเปล่า สี่ทุ่มหนูก็กลับหอพักค่ะ” แก้วตาโกหกแม่ด้วยความรู้สึกผิดซ้ำ ๆ เธอดื่มน้ำเปล่าตามที่บอกแม่จริง แต่เธอดันพลาดท่าให้กับผู้ชายคนหนึ่ง จะเรียกว่าพลาดท่าก็ไม่ถูก เพราะเธอเต็มใจให้เขาทำเรื่องอย่างว่า ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมถึงยอมมีเซ็กซ์กับผู้ชายคนนั้นโดยที่เธอไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้เลย ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เธอก็เคลิ้มตามเขาไปเสียหมด
“อย่าไปเที่ยวที่แบบนั้นบ่อยนะลูก มันอันตราย”
“ค่ะแม่ หนูจะไม่ไปเที่ยวที่แบบนั้นอีกแล้ว หนูจะตั้งใจเรียนให้จบ แล้วจะเป็นเสาหลักของบ้านแทนแม่ให้ได้ แม่จะได้กลับบ้านไปอยู่กับคุณตาคุณยายซะที”
“จ้า...แม่จะรอวันนั้นนะลูก แต่ตอนนี้เราเข้าบ้านเจ้านายของแม่กันเถอะ” ว่าแล้วดวงใจก็พาแก้วตาเดินเข้าคฤหาสน์ที่ประตูรั้วบานเล็ก จากนั้นก็พาแก้วตาเดินลัดเลาะไปยังห้องพักคนรับใช้ห้องริมสุด
“โห...แม่ ห้องหรูมากเลย” หลังจากแก้วตาเข้ามาในห้องพักแม่ เธอก็กวาดตามองสำรวจรอบห้องที่มีเตียง ที่นอนขนาดใหญ่ ทีวี 30 นิ้วติดที่ผนัง โทรศัพท์ตั้งโต๊ะ ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า และห้องน้ำส่วนตัว ซึ่งมันดูดีกว่าที่เธอคิดไว้เยอะเลย เพราะสิ่งที่แก้วตาคิดไว้ เป็นเพียงห้องพักเล็ก ๆ มีหมอน เสื่อและผ้าห่มอย่างละหนึ่งผืนเท่านั้น ไม่คิดว่าห้องคนรับใช้ที่คฤหาสน์หลังนี้จะดูดีกว่าหอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเสียอีก
“ห้องพักคนรับใช้ที่นี่ก็เป็นแบบนี้ทุกห้องแหละลูก”
“เจ้านายของแม่จะต้องใจดีมากแน่ ๆ ถึงได้สร้างที่พักคนรับใช้ให้อยู่อย่างสะดวกสบายแบบนี้”
“พวกท่านใจดีมาก แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้หนูหมุนตัวก่อนสิลูก”
เมื่อแม่บอกแบบนั้นแก้วตาก็หมุนตัวหนึ่งรอบ ก่อนที่จะมองแม่ด้วยสีหน้ามีคำถามที่จู่ ๆ แม่ก็ให้หมุนตัว “มีอะไรหรือเปล่าคะแม่”
“หนูเจ็บขาหรือเปล่า ทำไมหนูถึงเดินเหมือนคนเจ็บขา”
“ไม่นี่คะ หนูปกติดี”
“งั้นก็เดินดี ๆ เดินถ่างขาแบบนี้เสียบุคลิกหมด” ดวงใจลูบหัวลูกสาวด้วยความรัก
“แฮ่ ๆ รับทราบค่ะแม่”
“จ้า”
“เปิดประตูห้องเร็ว ๆ สิวะ! อย่าชักช้าอีสัด!”
“ค่ะ ๆ คุณธาวิน”
“แม่...ใครทะเลาะกันอยู่ข้างนอก” แก้วตารีบถามแม่ด้วยความตกใจ เพราะในขณะที่เธอและแม่กำลังถามสารทุกข์สุกดิบกัน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายตะคอกดังลั่นอย่างเดือดดาลไปทั่วบริเวณห้องพักคนงานด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คล้าย ๆ เสียงคุณธาวิน หนูรอแม่อยู่ในห้องก่อนนะ เดี๋ยวแม่ออกไปดูก่อน” ว่าแล้วดวงใจก็ออกจากห้องพักไปดูเหตุการณ์ด้านนอก จึงทำให้เห็นลูกชายคนโตของคุณธันวา ยกเท้าถีบประตูห้องพักของนางแจ่มจันทร์อย่างแรงจนประตูพัง
โครม!!
“กรี๊ดดดด!”
“กรี๊ด! หาพ่องมึงเหรอ? หนวกหู!” ธาวิน หนุ่มหล่อวัย 27 ปี ทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลเลิศทรัพย์ไพบูลย์ตะคอกด่าคนรับใช้วัย 30 ปีด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
