6 หน้าแตก
เสียงเสื้อผ้าที่ถูกกระชากออกจากร่างกายอย่างเร่งรีบ พร้อม ๆ กับลมหายใจที่หนักหน่วง ริมฝีปากของทั้งคู่ไม่ผละออกจากกันภายในห้องนอนของรีสอร์ตที่มีผ้าม่านกำมะหยี่สีเข้มหนาทึบปิดกั้น แสงแดดจากภายนอกที่สาดส่องเข้ามาได้เพียงเล็กน้อยนั้นพอจะทำให้เรือนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวที่นอนบิดเร้าอยู่ใต้ร่างกำยำของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ทุกสัมผัสที่เขามอบเธอเป็นไปอย่างเชี่ยวชาญและเร่าร้อน ราวกับกำลังใช้เรือนร่างอันเย้ายวนนี้เป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ตึงเครียดจากหลายวันที่ผ่านมา
กลิ่นหอมของผิวเนื้อที่ถูกความเร่าร้อนจากกายหนาแผดเผาไปทั่วทุกอณู ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ตามแรงอารมณ์ที่รุนแรงของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ลลิตาขยำกลุ่มผมที่ท้ายทอยของเขาแน่นเมื่อวรเมธซุกไซ้ลงไปตามซอกคอและลาดไหล่ของเธอ ความหิวกระหายที่เขามีในยามนี้เป็นเพียงแค่ความปรารถนาทางกายเท่านั้น
ปิ่นมณี เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องพักห้องหนึ่งและเดาว่าพ่อเลี้ยงเมธจะต้องอยู่ข้างในนั้นพร้อมกับหญิงสาวคนนั้นที่เธอไม่มั่นใจว่าจะเป็นลลิตาหรือณิชากันแน่ แต่หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยโทสะและความหึงหวง ก่อนจะสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเคาะประตูอย่างสุภาพ
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...
เสียงเคาะประตูที่ดังอยู่นาน ทำลายความบันเทิงอันเร่าร้อนของชายหนุ่มไปอย่างสิ้นเชิง ความสุขที่กำลังจะถึงจุดสูงสุดถูกฉุดกระชากลงมาอย่างหยาบคาย เขารู้สึกหงุดหงิดจนสีหน้าบึ้งตึง ปิ่นมณีซึ่งรออยู่ด้านนอกประตู เตรียมคำพูดเอาไว้ในใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอจะอ้างถึงเรื่องการปวดหัวไมเกรน คือสาเหตุของการมารบกวนเวลาส่วนตัวของเขาในครั้งนี้ เพื่อจะได้ให้วรเมธเป็นคนไปส่งเธอที่โรงพยาบาล
ไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรง แต่ร่างสูงใหญ่ที่มายืนอยู่ตรงหน้าเธอนั้น ไม่ใช่วรเมธอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก แววตาของหนุ่มใหญ่คนนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ความหงุดหงิดจากการถูกขัดจังหวะ แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงจนปิ่นมณีรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน
เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเดียวที่เขาสวมใส่ กระดุมยังติดไม่ครบทุกเม็ด มันถูกสวมทับอย่างลวก ๆ และยับยู่ยี่ราวกับเพิ่งถูกคว้ามาคลุมร่างในนาทีสุดท้าย ปิ่นมณีเหลือบมองเห็นร่องรอยบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อตัวนั้นอย่างเลือนราง ซึ่งทำให้เธอเดาได้ไม่ยากว่าหนุ่มใหญ่คนนี้อาจจะกำลังสนุกอยู่กับกิจกรรมอันสุดเร่าร้อนภายในห้องอยู่
“มีธุระอะไร?” เสียงแหบห้าวของเขาจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางสายตาที่ดุดันและจ้องมองใบหน้าของเธออย่างหาเรื่อง ปิ่นมณีถึงกับสะท้าน หญิงสาวหน้าถอดสีทันทีที่ก่อนจะรีบเอ่ยปากขอโทษ
“อุ๊ย!!! ต้องขอโทษด้วยค่ะ! คือว่า... ฉันน่าจะเคาะห้องผิดค่ะ ต้องขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ” เธอรีบกล่าวคำขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ก่อนจะพยายามเดินออกจากบริเวณนั้นอย่างเร็วที่สุด หลังจากนั้นปิ่นมณีก็มาหยุดยืนที่หน้าห้อง ๆ หนึ่ง ก่อนจะชั่งใจว่าจะเคาะดีหรือเปล่า แล้วเธอก็ไม่กล้าเคาะห้องนั้น เพราะกลัวว่าจะเดาผิดเหมือนเช่นเมื่อสักครู่อีก
กลิ่นหอมของผิวเนื้อที่ถูกความเร่าร้อนของกายหนาแผดเผาไปทั่วทุกอณู ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ตามแรงอารมณ์ที่รุนแรงของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ลลิตาขยำกลุ่มผมที่ท้ายทอยของเขาแน่นเมื่อวรเมธซุกไซ้ลงไปตามซอกคอและลาดไหล่ของเธอ ความหิวกระหายที่เขามีในยามนี้เป็นเพียงแค่ความปรารถนาทางกายเท่านั้น
“อื้มมม เมธขา!!! อร๊ายยยย!!!” เสียงครวญครางของลลิตาดังขึ้นท่ามกลางการเล้าโลมที่เผ็ดร้อนเมื่อทุกสัมผัสของพ่อเลี้ยงหนุ่มตอบสนองไปที่ร่องสวาทของเธอด้วยลิ้นของเขา มันเป็นเสียงที่หลุดออกมาจากส่วนลึกของความพึงพอใจ ทำให้ความหลงใหลของเธอมีต่อเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาคือสิ่งที่เธอต้องการมาตลอด
“เมธขา... ลิตาเสียว... อื้อ!!...ที่รัก...จะทนไม่ไหวแล้ว” ลลิตาพยายามจะพูด แต่คำพูดของเธอถูกกลืนหายไปด้วยความรู้สึกที่ถาโถม
วรเมธไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่เขาตอบด้วยการกระทำ จังหวะลิ้นที่ตวัดอย่างรุนแรงและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมนั้น ทำให้ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกด้วยความหวามไหวที่ไม่เคยได้รับจากใครเท่านี้มาก่อน
“อร๊อย!!!!...... เมธขา... อีก... อีกนิดเดียว... อ๊า!” เธอใช้มือจิกไปที่ผ้าปูที่นอนด้วยความทรมานปนสุข