5 มากับใคร
ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำแล่นเข้าสู่บริเวณทางเข้าด้านหน้าของรีสอร์ต จังหวะมือเรียวที่กำลังลูบไล้ให้กับลูกค้าคนสำคัญอยู่นั้น สายตาอันว่องไวของเธอก็พลันจับจ้องไปยังเงารถสปอร์ตสีดำที่คุ้นตา
รถของพ่อเลี้ยง!!! หัวใจของปิ่นมณีเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ราวกับกลองที่ถูกรัวอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกทั้งอยากเจอและอยากเห็นหน้า วรเมธนั้นพุ่งพล่านขึ้นจนใบหน้าร้อนผ่าว ก่อนจะเห็นเขาเดินลงจากรถพร้อมหญิงสาวคนหนึ่ง ความร้อนรุ่มที่เกิดจากความหึงหวงก็ผุดขึ้นมาทันที
“ขออนุญาตนะคะคุณพี่... คือพอดีว่าหนูรู้สึกปวดหัวไมเกรน เดี๋ยวขอให้พนักงานคนอื่นมาดูแลคุณพี่ต่อได้ไหมคะ” ปิ่นมณีเอ่ยขออย่างสุภาพและรวดเร็ว
“อ๋อได้สิคะ งั้นเดี๋ยวพี่ขอนวดต่ออีกหนึ่งชั่วโมงเลยนะ” ลูกค้าหญิงสูงวัยเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเอง
“ค่ะ” ปิ่นมณีตอบรับก่อนจะรีบเดินออกจากห้องทรีทเมนต์ และเรียกให้เพื่อนพนักงานมาทำหน้าที่แทน
เธอมุ่งหน้าไปยังโซนที่พักส่วนตัวของรีสอร์ตอย่างร้อนรน เพื่อจะไปหาพ่อเลี้ยงหนุ่ม อย่างน้อย ๆ ก็จะได้เสนอหน้าและขัดขวางไม่ให้วรเมธสานสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่น
ปิ่นมณีเดินตามหาวรเมธไปรอบ ๆ บ้านพัก ก่อนจะถามสาวใช้ที่ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เห็นแม้แต่เงาของพ่อเลี้ยง เธอได้แต่คิดในใจว่า...พ่อเลี้ยงหนุ่มอาจจะเปิดห้องพักในส่วนของแขกให้กับผู้หญิงคนที่พามาก็เป็นได้
เธอจึงตัดสินใจเดินย้อนกลับไปยังส่วนต้อนรับของรีสอร์ต ก่อนจะเจอกับพนักงานสาวคนหนึ่ง ที่เพิ่งจะเข้ามาทำงานได้ไม่นาน และกำลังนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์เพียงคนเดียว ก่อนหน้านี้พนักงานต้อนรับสาวรู้ดีว่าเจ้านายเพิ่งจะสั่งเอาไว้ว่าห้ามให้ใครรบกวน และห้ามบอกกับปิ่นมณีว่าเขากับลลิตาพักอยู่ห้องไหนของรีสอร์ตอย่างเด็ดขาด
“พ่อเลี้ยงเมธอยู่ห้องไหน!?” ปิ่นมณีถามเสียงกระด้าง ไม่เหลือความนุ่มนวลแบบที่ใช้กับลูกค้า
“เอ่อ... พ่อเลี้ยงเมธสั่งเอาไว้ว่า....ไม่ให้ใครรบกวนค่ะ” พนักงานสาวเอ่ยตอบอย่างเรียบ ๆ
“ฉันถามว่าเค้าอยู่ห้องไหน?!” น้ำเสียงของปิ่นมณีตวาดแผ่วเบา แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ แต่พนักงานสาวไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด
“คือหนู... หนูไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ” เธอรีบโกหกออกไปทันที เพราะถูกวรเมธกำชับเอาไว้
“แกอย่ามาโกหกฉันนะ!” ปิ่นมณีเดินเข้าไปประชิดเคาน์เตอร์ มือเรียวตบลงบนโต๊ะเสียงดังฉาด
“ฉันเห็นเค้าเดินลงจากรถพร้อมกับผู้หญิง แกบอกมา...อีผู้หญิงคนนั้นมันเอาพ่อเลี้ยงไปที่ห้องไหน ตอบมา!!!” คำขู่นั้นไม่ได้ผล ถึงแม้พนักงานสาวจะหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว แต่เธอก็มั่นใจในคำสั่งของพ่อเลี้ยงเมธ
“คือ ๆ หนูไม่รู้จริง ๆ ค่ะ คือพ่อเลี้ยงไม่ได้บอกเอาไว้” เธอรีบตอบด้วยน้ำเสียงติดขัด สีหน้าของปิ่นมณีแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอย่างที่สุด
“นี่แกกล้าขัดคำสั่งฉันอย่างนั้นหรือ” ปิ่นมณีตวาดเสียงกร้าว ใบหน้าสวยเฉียบเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดขวาง อำนาจที่เคยใช้ได้ผลถูกท้าทายอย่างไม่คาดคิด พนักงานต้อนรับสาวก้มหน้าลงต่ำ มือประสานกันแน่นใต้เคาน์เตอร์เพื่อระงับความประหม่า น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่พยายามตอบกลับอย่างหนักแน่น
“เปล่าค่ะ แต่หนูไม่กล้าขัดคำสั่งของพ่อเลี้ยง ท่านสั่งเอาไว้ว่าห้ามใครรบกวน หนูต้องปฏิบัติตามค่ะ” คำตอบที่อ้างถึงวรเมธยิ่งทำให้ปิ่นมณีเดือดดาล เพราะนั่นหมายความว่าคำสั่งของเธอไม่มีความหมายเมื่อเทียบกับเขา ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
“ดีย์!!!...งั้นแกก็เตรียมตัวหางานใหม่ได้เลย” ปิ่นมณีทิ้งท้ายด้วยคำขู่ที่เต็มไปด้วยโทสะและอำนาจ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว
“เสียงเอะอะโวยวายอะไรกันเหรอน้ำ!!!” ดาว... พนักงานต้อนรับรุ่นพี่เดินกลับมาถึงก็เอ่ยถามทันที หลังจากขอตัวไปทำธุระก่อนหน้านี้ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วงพนักงานรุ่นน้อง
“ก็คุณปิ่นนะสิคะ พี่ดาว!!! จะให้น้ำบอกห้องพักที่คุณวรเมธ....เอ่อ” น้ำไม่กล้าเล่าเรื่องราวของเจ้านาย แต่ดาวที่อยู่มาก่อนรีบพยักหน้าเข้าใจ
“แล้วน้ำได้บอกไปหรือเปล่า” ดาวถามอย่างกระชับและจริงจัง
“เปล่าค่ะ น้ำไม่กล้า” เธอตอบพร้อมกับเงยหน้ามองรุ่นพี่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล
“แล้วนี่!!!...น้ำจะถูกไล่ออกมั้ยคะ” ดาวถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะยื่นมือมาแตะไหล่น้องเบา ๆ เพื่อปลอบโยน ดวงตาที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์มองเธออย่างให้กำลังใจ
“ไม่หรอกน้ำ อำนาจการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่คุณปิ่นเลย คนที่จะไล่น้ำออกได้มีแค่พ่อเลี้ยงเมธคนเดียวเท่านั้น น้ำทำถูกแล้วล่ะ”
คำพูดของดาวช่วยคลายความตึงเครียดของน้ำลงได้มาก เธอพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แม้จะยังรู้สึกหวาดกลัวต่ออำนาจของปิ่นมณีอยู่บ้าง แต่เธอก็ยึดมั่นว่าการทำตามคำสั่งของ พ่อเลี้ยงเมธ เจ้าของรีสอร์ต คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด