13 โอกาสมาถึงแล้ว
17.00 น.ในช่วงเย็นหลังเลิกจากฝึกงานเสร็จ ท่ามกลางแสงแดดสีส้มอ่อน ๆ ก็มีรถยนต์หรูราคาแพงของ นายเต้ แฟนหนุ่มของมะปรางที่แล่นเข้ามาจอดรอเธออยู่ในลานจอดรถของโรงแรมอย่างสง่างาม
มะปรางรีบก้าวออกมาจากห้องทำงานหลังจากได้รับข้อความจากแฟนหนุ่ม รอยยิ้มของเธอผุดเต็มใบหน้าก่อนจะเดินมาบอกกับวรเมธว่าวันนี้เธอจะขอกลับเอง ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร นายเต้ก้าวลงมาจากรถได้ ก็รีบตรงเข้าหาแฟนสาวทันที
“เมื่อคืนเป็นไงบ้าง...คุณแม่ดุปรางนานมั้ย” นายเต้กระซิบถามอย่างเป็นห่วง แต่พอทักทายกันได้ไม่นาน รอยยิ้มกรุ่มกริ่มของนายเต้ก็ผุดขึ้นเมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ได้ครอบครองแฟนสาว ร่องรอยที่เขาทิ้งไว้ตามร่างกายของเธอเป็นเครื่องยืนยันความรักและความปรารถนาที่เขามีต่อเธออย่างชัดเจนที่สุด
“ก็ได้สักพักค่ะ แต่ปรางรีบเดินหนีเข้าห้องนอนซะก่อน” เธอตอบเสียงแผ่ว นายเต้ยกมือขึ้นลูบผมยาวสลวยของเธออย่างอ่อนโยน กลิ่นน้ำหอมที่ฉีดฟุ้งของเธอชวนให้เขาใจสั่น
“ไม่เป็นไรหรอก อีกหน่อยแม่ปรางก็คงใจอ่อนเองแหละ” เขาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มเธอเบาๆ ดวงตาฉายความปรารถนาที่ซ่อนไม่มิด มะปรางเงยหน้าขึ้นสบตากับแฟนหนุ่ม ความรู้สึกผิดที่ก่อนหน้าเธอแอบไปมีอะไรกับแฟนหนุ่ม ถูกกลบเกลื่อนด้วยความรักที่เขาแสดงออกกับเธอ
“ปรางยังไม่ได้บอกแม่เลยว่าเรามีอะไรกัน” เธอบอกด้วยเสียงที่หนักแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ คำยืนยันนั้นทำให้รอยยิ้มของนายเต้ขยายกว้าง
“ไม่ต้องบอกหรอก อีกหน่อยแม่ของปรางก็ยอมรับเรื่องของเราได้เองแหละ อีกปีหน้าพี่ก็เรียนจบแล้ว รับรองพี่ไม่ทิ้งปรางไปไหนหรอก” เขาบอกเธออย่างไม่สะทกสะท้าน พร้อมกับน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความหื่นกระหายอย่างโจ่งแจ้ง
มะปรางตัวสั่นสะท้านเมื่อนายเต้ดึงเธอเข้ามากอด ความทรงจำของค่ำคืนที่ผ่านมาฉายซ้ำในหัว สัมผัสที่ร้อนแรงและรสชาติของการเสียสาวที่แท้จริงทำให้เธอรู้สึกผิดหวังกับตัวเองที่ใจง่าย
“เดี๋ยวทานข้าวเสร็จ ไปนั่งเล่นเกมที่คอนโดพี่นะ”
“ไม่เอา!!!...เดี๋ยวพี่เต้ ก็ขืนใจปรางอีกหรอก”
“ไม่หรอกน่า...แค่ขอกอด ขอหอมแก้มก็พอ”
“ปรางยังไม่หายเจ็บเลยนะ คืนนี้ปรางไม่ยอมพี่แล้ว” แม้จะบ่นอุบอิบด้วยความแสนงอน แต่แววตาของเธอกลับไม่ได้แสดงการปฏิเสธอย่างจริงจังสักเท่าไหร่ มีเพียงประกายแห่งความต้องการที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็วเท่านั้น
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่มุมหนึ่งของโรงแรม ณิชาเลขาณุการสาวสวย ก็กำลังเตรียมตัวอยู่ในห้องน้ำของลานจอดรถ ก่อนจะฉีดพรมน้ำหอมไปทั่วชุดทำงานที่ถูกจัดอย่างระเบียบให้ดูโดดเด่นและมีเสน่ห์ เพื่อรอโอกาสทองที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับเจ้านายหลังเลิกงาน
ณิชายืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ วันนี้เธอตั้งใจเปิดกระโปรงรถของตัวเองทิ้งเอาไว้ เพื่อจะบอกกับวรเมธว่ารถของเธอเสีย คิดได้ดังนั้น เธอก็เร่งมือปรับเสื้อผ้าหน้าผมให้ดูเซ็กซี่ก่อนจะเติมลิปสติกเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อความสมบูรณ์แบบ แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังที่จะขอคืนดีกับเจ้านายอีกครั้ง และได้โอกาสใกล้ชิดเขาเพื่อหาความสุขในยามค่ำคืน
Grrrrrr….....Grrrrrrr...
ระหว่างที่เธอกำลังจะเดินไปบอกวรเมธว่ารถของเธอเสีย เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ณิชาล้วงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายใบหรูขึ้นมารับสายอย่างอารมณ์ดี แต่เมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นมารดา สีหน้าของเธอก็พลันเปลี่ยนไป ความคาดหวังก่อนหน้านี้กลายเป็นความหงุดหงิด เนื่องจากมีปัญหาเร่งด่วนบางอย่างที่เธอต้องรีบกลับไปจัดการ
“แม่นะแม่!” ณิชาสบถในใจอย่างเงียบ ๆ ฟันคมเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความขัดเคือง ความผิดหวังพุ่งเข้าจู่โจมอย่างรุนแรงเมื่อแผนการที่เธอวางไว้เพื่อช่วงชิงโอกาสใกล้ชิดเจ้านายถูกขัดจังหวะอย่างไม่ทันตั้งตัว
ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยประกายเสน่ห์ฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนนต่อสถานการณ์อันน่าเจ็บใจนี้ เลขาฯ คนสวยรีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าสะพายอย่างรวดเร็วด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ก่อนจะเดินไปยังห้องทำงานของวรเมธ
“คุณเมธขา เอ่อ...วันนี้ณิชาขอตัวกลับก่อนนะคะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้เป็นปกติที่สุด วรเมธเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารมองเลขาฯ สาวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เอาสิ!..ไม่มีงานอะไรแล้ว...เชิญครับ” เขาพูดด้วยความเหินห่าง แต่ณิชาก็ไม่มีเวลาแม้แต่จะเข้าไปออดอ้อนเขาเหมือนเช่นทุกครั้ง
“ขอบคุณค่ะ” ณิชาตอบรับสั้น ๆ แม้จะพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นก็เจื่อนลงไปถนัดตา เธอหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งโอกาสที่เธอตั้งใจเอาไว้พังลงต่อหน้าต่อตา
ลานจอดรถ ชั้นใต้ดินของโรงแรม รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว เมื่อมะปรางถูกแฟนหนุ่มรุ่นพี่ดึงร่างเธอเข้ามาโอบกอดไว้แนบชิด ราวกับว่าช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีนั้นมีความหมายยิ่งใหญ่
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น หลังจากที่ณิชารีบลงมาที่ลานจอดรถ เธอรีบเดินไปปิดฝากระโปรงรถของเธอ แต่สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นมะปรางที่โอบกอดกับใครบางคนอย่างแนบชิด ถึงแม้จะรีบแต่เธอก็ตั้งใจถ่ายรูปของมะปรางเอาไว้ อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อทำให้ปิ่นมณีเจ็บปวดเล่น ๆ บ้าง
“พี่เต้ เดี๋ยวใครก็มาเห็นหรอก”
“งั้นก็รีบ ๆ ขึ้นรถสิ”
“บอกก่อนสิว่าพี่จะพาปรางไปไหน”
“ก็ทานข้าวดูหนังฟังเพลงอะไรก็ได้...ที่ปรางชอบไง!!”
“ก็ได้!!! แต่ห้ามพาปรางกลับบ้านดึกนะคะ ปรางขี้เกียจฟังแม่เทศน์” บอกเสร็จเธอก็รีบก้าวขึ้นไปนั่งในรถยนต์หรูของเขา
“ก็คนเป็นแฟนกัน กลับช้านิดหน่อยมันจะผิดตรงไหนนักหนาล่ะ” เต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงบ่นก่อนจะอ้อมมาขึ้นรถฝั่งคนขับ
“ปรางรู้นะคะว่าพี่เต้จะส่งปรางช้าแบบเมื่อคืนอีก” มะปรางที่ได้ยินเสียงบ่นของแฟนหนุ่มก่อนที่เขาจะเดินขึ้นรถ ก็รีบต่อว่าอย่างรู้ทัน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบคำ แขนแข็งแรงก็รวบตัวเธอเข้าไปแนบชิดอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะมอบจูบอันเร่าร้อนและดูดดื่ม เพื่อกลบเสียงต่อว่าของเธอลงอย่างสิ้นเชิง ความปรารถนาของวัยรุ่นหนุ่มสาวพุ่งสูงขึ้นทันทีในพื้นที่ส่วนตัวของรถยนต์คันหรู แต่นั่นก็ไม่พ้นสายตาของณิชาที่แอบถ่ายวิดีโอของเธอกับนายเต้เอาไว้
19.00 น.
หลังจากที่พนักงานโรงแรมกลับบ้านไปจนหมดแล้ว เชียงรายธาราวีก็เริ่มเข้าสู่ความเงียบ เหลือเพียงพนักงานกะดึกเท่านั้น เสียงฝีเท้าและประตูลิฟต์เริ่มเบาบางลง แสงไฟในโถงกลางก็ถูกลดระดับลงตาม โรงแรมขนาดใหญ่แห่งนี้จึงเริ่มเข้าสู่ความเงียบสงัด มีเพียงบาร์ที่อยู่บริเวณชั้นสองเท่านั้นที่ยังคงครึกครื้นไปด้วยเสียงเพลงเพื่อ้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับแขก
วรเมธที่กำลังเตรียมตัวเดินทางกลับ แต่เมื่อเดินผ่านห้องทำงานห้องหนึ่ง แสงไฟภายในห้องนั้นยังคงเปิดอยู่ ก่อนที่สายตาของเขาจะสะดุดเข้ากับร่างเล็ก ๆ ที่ยังคงนั่งทำงานอยู่ในห้องนั้นเพียงลำพัง แววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาและความปรารถนาที่ซ่อนอยู่จึงฉายชัดขึ้นมา
มิ่งฟ้านั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งใจ เรือนผมยาวสลวยสีดำปรกใบหน้าสวยใสของเธอขณะที่กำลังพยายามเคลียร์งานเอกสารที่เพื่อนสาวฝากเอาไว้อย่างขยันขันแข็ง
เด็กสาวจมอยู่กับตัวเลขและไม่ได้สนใจกับสิ่งรอบข้าง โลกทั้งใบของเธอในตอนนี้คงมีเพียงตัวเลขในกองเอกสารเท่านั้น มิ่งฟ้าทำงานอย่างเงียบ ๆ จนไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูและกำลังมองดูเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม ความขยันและความรับผิดชอบของเด็กสาวผู้นี้ ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเธอยิ่งดูมีเสน่ห์และดึงดูดใจอย่างมากในสายตาของพ่อเลี้ยงหนุ่ม