บท
ตั้งค่า

14 หลอกเด็กมารีดน้ำ NC

วรเมธยืนมองอยู่ครู่หนึ่งในความเงียบสงัดนั้น เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งพล่านในใจ มันเป็นความรู้สึกห่วงใยและความปรารถนา ที่ต้องเก็บซ่อนเอาไว้ทุกครั้งที่เห็นเธอ แสงไฟในห้องทำงานทำให้เขามองเห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักของเธอ สุดท้ายเข้าก็ตัดสินใจเอ่ยปากเรียกเธอเพื่อทำลายความเงียบนั้นลง

“มิ่งฟ้า!!! เธอยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ?” เสียงทุ้มลึกของพ่อเลี้ยงหนุ่มดังขึ้น ทำให้มิ่งฟ้าเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่

“อ๋อค่ะ!!! พ่อเลี้ยง... มะปรางฝากให้หนูช่วยจัดการเอกสารพวกนี้ แต่อีกเดี๋ยวก็จะเสร็จแล้วค่ะ”

“ฉันนึกว่ามะปรางชวนเธอกลับพร้อมกันเสียอีก” เขาถามด้วยความแปลกใจเล็กน้อย

“มะปราง กลับไปพร้อมแฟนเค้าค่ะ หนูไม่กล้าไปเป็น กขค เค้าหรอก” เธอตอบพลางอมยิ้ม

“แฟนเค้ามารับเหรอ” วรเมธถามอย่างไม่แน่ใจ

“ค่ะ” มิ่งฟ้าตอบรับ วรเมธขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้นานแล้ว

“นี่งานของมะปรางทั้งหมดเลยใช่มั้ย...” เขาถามเสียงเข้ม

“ค่ะ”

“งั้น!!!...เธอปล่อยมันไว้ก่อนเถอะ มันเป็นหน้าที่ของมะปรางเค้า ไม่ใช่ของเธอ” วรเมธกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดกับบุคลิกที่เคร่งขรึมและเย็นชาที่คุ้นเคย

“นี่มันก็มืดค่ำแล้ว ฉันว่าเราออกไปหาอะไรทานกันก่อนเถอะ เสร็จแล้วฉันจะไปส่งเธอเอง” มิ่งฟ้าลังเลเล็กน้อย เธอรู้สึกไม่สบายใจที่จะทิ้งงานให้กองเอาไว้อยู่แบบนี้

“แต่หนู...”

“เชื่อฉั้นเถอะน่า!!” วรเมธเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอ

“ตั้งแต่เธอมาฝึกงานที่นี่....ฉันยังไม่ได้เลี้ยงฉลองต้อนรับเธอเลยนะ มิ่งฟ้า”

“งั้นเรารอมะปรางก่อนดีมั้ยคะ” มิ่งฟ้าเสนอด้วยความเกรงใจ

“ไม่ต้องรอหรอก สำหรับมะปรางเอาไว้เลี้ยงส่งทีเดียวก็ได้ เธอรีบไปเตรียมตัวซะ...มิ่งฟ้า!!!” เสียงที่เข้มงวดนั้นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง มิ่งฟ้ารู้สึกแปลกใจกับข้อเสนอที่กะทันหันของพ่อเลี้ยง แต่ก็รู้สึกอบอุ่นในใจกับความห่วงใยนั้น เด็กสาวจึงตอบตกลง

“ค่ะพ่อเลี้ยง งั้นรอหนูสักครู่นะคะ หนูขอเก็บแฟ้มพวกนี้ก่อน” เสียงหวานตอบรับทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มยิ้มกว้าง เธอรีบร้อนเก็บข้าวของด้วยความประหม่าภายใต้สายตาที่ทอดมองอย่างไม่ลดละ สายตาที่มักจะทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของเธอเต้นระรัวอยู่เสมอ

วรเมธยังคงเปี่ยมด้วยอำนาจและแฝงความเด็ดขาดตามแบบฉบับของพ่อเลี้ยง แต่ในความเข้มงวดนั้น มิ่งฟ้ากลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ เด็กสาวรับรู้ได้ถึงความปรารถนาดีที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาคมกริบคู่นั้น

วรเมธยืนมองท่าทางคล่องแคล่วอ่อนช้อยของเด็กสาวอย่างเงียบ ๆ ร่างกายที่เติบโตเต็มวัยของมิ่งฟ้า เปรียบเสมือนตัวแทนของความงามแบบหญิงชาวเหนือ อกอิ่มที่เต็งตึงเอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายที่กำลังสร้างส่วนโค้งเว้าที่ดึงดูดสายตา ความปรารถนาที่จะครอบครองถูกกดทับไว้ภายใต้มาดของพ่อเลี้ยง ทำให้วรเมธรับรู้ได้ว่าหากปล่อยให้ความงามนี้หลุดมือไปเขาจะต้องเสียดายเธอไปชั่วชีวิต

“ปีนี้เธออายุเท่าไหร่แล้ว มิ่งฟ้า...” พ่อเลี้ยงหนุ่มจะลดระดับน้ำเสียงให้กลายเป็นความนุ่มนวลอย่างที่เธอแทบไม่เคยได้ยินมาก่อน

“ปีนี้หนูอายุ 20 แล้วค่ะ” มิ่งฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเพียงชั่วครู่... แก้มของเธอแดงระเรื่อขึ้นทันที

“อืม!!...” วรเมธรับคำในลำคอเบา ๆ ภาพของเธอในชุดนักศึกษาเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนผ่องที่ยั่วยวน จากนั้นความคิดในหัวของพ่อเลี้ยงก็บอกว่า...เขาจะไม่โดนคดีพรากผู้เยาว์แล้วสินะ!

“แล้วการฝึกงานที่นี่เป็นยังไงบ้าง” เขาถามต่อ พยายามคุมโทนเสียงให้เป็นปกติที่สุด

“ก็ดีค่ะ” คำตอบสั้นๆ นั้นทำให้เขาต้องทอดถอนหายใจในใจ... เธอช่างบริสุทธิ์และง่ายดายที่จะพอใจในทุกเรื่องราวเสียจริง ๆ

“ดีแล้ว... งั้นอีกสองปีเธอก็จบแล้วสิ” วรเมธยิ้มเมื่อคิดถึงเวลาที่เขารอคอย และมันก็ใกล้เข้ามาทุกที เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอโบยบินออกไปไหนอย่างเด็ดขาด

“ค่ะ” มิ่งฟ้าตอบรับอย่างว่าง่าย... ดวงตาใสซื่อของเธอไม่มีความลับใดๆ ซ่อนอยู่เลย วรเมธก้าวเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่บ่งบอกความเป็นตัวเธอโชยมาแตะจมูกเขา... ทำให้สติของพ่อเลี้ยงหนุ่มถึงกับวูบไหว

“เธอมีแฟนหรือยัง...มิ่งฟ้า!!!” คำถามนั้นไม่ได้ต้องการเพียงแค่คำตอบ แต่หากเป็นความรู้สึกหวงแหนที่กัดกินในอกทำให้เขาต้องถามด้วยความระมัดระวัง น้ำเสียงนั้นอ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยความปรารถนาที่อยากให้คำตอบเป็นไปตามที่เขาคาดหวัง

“ยังค่ะ” มิ่งฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงชัดเจน

“ดีแล้วล่ะ อย่าเพิ่งรีบมีเลย...ดีแล้วที่เธอไม่เหมือนมะปราง” คำกล่าวของเขานั้นคล้ายเป็นการหวงแหนอย่างร้ายกาจและไร้เหตุผล ซึ่งวรเมธก็รู้ดีแก่ใจว่าเขาต้องการเก็บมิ่งฟ้าเอาไว้ให้เป็นของเขาเพียงผู้เดียว

คอนโดหรู ใจกลางเมือง หลังมื้ออาหารค่ำที่เต็มไปด้วยความหวานซึ้งที่สุดแสนจะโรแมนติกจบลง นายเต้ก็ไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปแม้แต่น้อย เขาประคองร่างเล็กของมะปรางที่อิดออดและขัดขืนขึ้นคอนโดหรูมาจนถึงหน้าห้องพัก ก่อนจะชักชวนแฟนสาวให้เข้ามาภายในห้องนอนจนสำเร็จ

ทันทีที่ประตูห้องปิดลง สายตาที่ทอดมองของนายเต้ก็กลับเต็มไปด้วยความหิวกระหายที่ไม่อาจปกปิด มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสเรือนร่างของเธออย่างจงใจ

“ปรางของพี่... หุ่นดีเหลือเกิน...” เสียงกระซิบพร่าของนายเต้ดังใกล้หู มะปรางรู้สึกเหมือนมีไฟอ่อนๆ กำลังลามเลียไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันพลันมลายหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงความรู้สึกวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้ง

“งั้นปรางสวยสู้มิ่งฟ้าได้หรือเปล่าคะ...” คำถามที่แฝงไปด้วยความคาดหวังที่ไม่ค่อยมั่นใจนักหลุดออกจากปากเธอ แม้นายเต้จะเลือกเธอ แต่ความสวยสะพรั่งของมิ่งฟ้าก็ยังคงเป็นเงาที่ตามมาหลอนใจเธออยู่เสมอ

“ได้สิ” คำตอบนั้นหนักแน่นและเด็ดขาดไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย วินาทีนี้จะให้พูดอะไรนายเต้ก็ต้องยอมที่จะยกย่องเธออยู่แล้ว เพราะความหื่นกระหายกำลังเข้าครอบงำ มะปรางใจเต้นระรัวด้วยความดีใจเมื่อได้ยินคำตอบนั้น

“จริงเหรอคะ?” มะปรางถามย้ำด้วยความตื่นเต้นจนแทบไม่เชื่อหู

“จริงสิ!”

“แล้วทำไมตอนแรกพี่เต้ถึงไปจีบมิ่งฟ้าก่อนล่ะ...” แม้จะดีใจ แต่เธอก็ยังคงคาใจกับเรื่องราวในอดีต อยากได้ยินคำยืนยันที่จะทำลายความกังวลนั้นให้สิ้นซาก นายเต้รีบประสานสายตาเข้ากับดวงตาที่เริ่มมีแววหวั่นไหวของมะปราง เขาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มเธอเบาๆ สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

“พี่ก็แค่ลองใจปรางเฉย ๆ น่ะ อยากรู้ว่าปรางจะรู้สึกยังไง อย่าคิดมากซิ “ เขาใช้คำพูดที่ฟังดูมีเหตุผล คำพูดที่เขาปรุงแต่งขึ้นมาอย่างดีเพื่อปลอบประโลมให้เธอยอมจำนน และมันก็ได้ผลกับหัวใจที่เปราะบางและความอ่อนต่อโลกของเธอ

“จริงเหรอคะ...”

“จริงที่สุดเลยครับ ไม่มีใครสวยและน่ารักได้เท่าปรางอีกแล้ว...” มะปรางดีใจที่ได้ยินในสิ่งที่เขาบอก ความกังวลใจเรื่องมิ่งฟ้ามลายสิ้นไปจากหัวใจ

บัดนี้... เธอพร้อมแล้วที่จะมอบทั้งกายและใจให้แก่ชายคนรักอีกครั้ง เรือนร่างงดงามที่หญิงสาวพยายามดูแลรักษามันมาเป็นอย่างดี ผิวพรรณนุ่มเนียนที่เพิ่งถูกเปิดซิงไปเมื่อคืนวาน พร้อมจะเปิดเผยให้เขาเชยชมอีกครั้งอย่างเต็มที่ มะปรางหลับตาลงอย่างช้า ๆ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel