บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 เริ่มหาเงิน

“ไม่! ข้าสั่งให้ชิงชิงทำ นางก็ต้องทำสิ!” ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นสีหน้าไม่พอใจของฉีชิงอีก็รู้สึกทนไม่ได้ นิ้วชี้พลันสั่นระริก

หว่านอี้ซูเกรงฮูหยินผู้เฒ่าจะเคืองบุตรสาวตนจึงรีบยกมือขึ้นโอบไหล่ฉีชิงอี “ชิงชิง เจ้าไปทำตามที่ท่านย่าบอกเถิด”

“อือๆ” ฉีชิงอีรับคำด้วยดวงตาแวววาม

เด็กหญิงรับผ้าขี้ริ้วจากมารดาแล้วก้มลงเช็ดพื้น ใช้มือวางบนผ้าขี้ริ้วรวบเอาเศษขนมที่หล่นอยู่พื้นไปทิ้งใส่ในถังไม้ที่อยู่มุมห้อง

ฉีกุ้ยหลินมองญาติผู้น้องด้วยสายตาเหยียดๆ ปลายนิ้วชี้ไปใกล้ปลายเท้าของตน “ชิงชิง ตรงนั้นยังเหลือเศษขนมอยู่เลย เจ้าทำให้สะอาดหน่อยสิ”

“ข้าเก็บเอง” หว่านอี้ซูเดินเข้าไปคิดจะทำความสะอาดแทนบุตรสาว

ฉีชิงอีรีบวิ่งไปขวางมารดาไว้ ฉีกุ้ยหลินขยับเท้าเบี่ยงออกเล็กน้อย ปล่อยให้ญาติผู้น้องที่มีฐานะต้อยต่ำในครอบครัวก้มลงเก็บเศษขนมที่เหลืออยู่

ฉีชิงอีเงยหน้าขึ้นเห็นฉีกุ้ยหลินลอบยิ้ม เด็กหญิงก็ส่งสายตาเคืองญาติผู้พี่ด้วยความโมโหอยู่แวบหนึ่ง ในใจนึกจดความแค้นนี้เอาไว้

‘ฉีกุ้ยหลิน นิสัยของเธอนี่มัน...ตัวร้ายในนิยายชัดๆ คอยดูเถอะ ให้ฉันพาแม่กับน้องออกจากจวนนี้ได้ก่อน แค้นนี้ต้องชำระแน่’

สามแม่ลูกถอยไปยืนเรียงแถวกันอยู่ด้านข้าง ฉีเป่ามองดูขนมในจานที่อยู่ตรงหน้าญาติผู้พี่ ขนมเหล่านั้นเขาเคยเห็นฉีฟู่กับฉีกุ้ยหลินกินอยู่หลายครา แต่คนทั้งสองกลับไม่เคยหยิบยื่นให้เขาเลยสักครั้ง

“เสี่ยวเป่า เจ้าอยากกินขนมหรือ” ฉีอ้ายเหม่ยบุตรสาวของลุงรองร้องขึ้น

ฉีกุ้ยหลินหันไปทำตาดุใส่ญาติผู้น้องคราหนึ่ง “อ้ายเหม่ย เจ้าไม่เห็นหรือว่าขนมนี่เหลือแค่ไม่กี่ชิ้น ข้ากับพี่ฟู่ยังกินไม่อิ่มเลยนะ”

ฉีอ้ายเหม่ยอายุน้อยกว่าฉีกุ้ยหลินสองปี ครั้นถูกฉีกุ้ยหลินดุเช่นนั้นก็ได้แต่หุบปากฉับ หากไม่รวมสองพี่น้องบ้านสะใภ้สาม นางถือว่าเป็นหลานลำดับสุดท้ายในใจของท่านย่า

ฮูหยินผู้เฒ่าแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่หลานทั้งสองพูดคุยกัน นางมิได้ต้องการมอบขนมราคาแพงจากร้านเถาเป่าให้กับหลานนอกคอกอยู่แล้ว

“เอาล่ะๆ อี้ซู เจ้าพาลูกๆ เจ้ากลับไปเรือนเถิด บ่ายนี้ข้ามีแขกคนสำคัญ พวกเจ้าไม่ต้องมาใกล้โถงนี้อีก”

“เจ้าค่ะ ท่านแม่” หว่านอี้ซูยอบกายรับคำ

ฉีชิงอีกับฉีเป่าคารวะท่านย่าพร้อมกัน แล้วก็ตามมารดาออกจากห้องโถงใหญ่กลับไปเรือนพัก

ครั้นไปถึงเรือนพัก ฉีชิงอีก็ทำมือทำไม้บอกมารดาว่านางต้องการจะออกไปข้างนอก หว่านอี้ซูเห็นว่า ฮูหยินผู้เฒ่ามีแขกคนสำคัญมาเยือน พี่สะใภ้ใหญ่ของตนคงจะไม่มีเวลาส่งสาวใช้ประจำตัวมาคอยจับผิด นางจึงพยักหน้ากับบุตรสาว

“เจ้าไปเถิด แม่กับเสี่ยวเป่าจะไปซักผ้าที่ลานด้านหลัง เจ้าระมัดระวังให้มาก รีบไปรีบกลับก็แล้วกัน”

“อือๆ” เด็กหญิงรับคำแล้ววิ่งไปยังรูสุนัขลอดที่กำแพงด้านข้าง

ฉีเป่าหันไปเขย่าแขนมารดาด้วยความดีใจ “ท่านแม่ พี่ชิงชิงออกไปข้างนอกเช่นนี้ เย็นนี้ต้องได้อาหารอร่อยๆ มาฝากเราแน่ๆ ขอรับ”

“เช่นนั้น พวกเราก็รีบไปซักผ้ากันเถิด ในเมื่อพี่สาวเจ้าออกไปหาอาหารอร่อยให้เรากิน เราสองคนก็ต้องทำงานที่เหลือแทนนางด้วย”

“ขอรับ”

เด็กหญิงถือเอากระบุงเล็กติดมือไปด้วย นางมุดออกจากรูสุนัขลอดได้ก็หาที่หลบคนแล้วโบกมือเรียกระบบออกมา

‘ทุกอย่างแก้ปัญหาได้ด้วยเงิน เอาของในซุปเปอร์มาร์เก็ตออกมาขายดีกว่า แต่ว่าจะเอาอะไรออกมาขายดี ต้องขายได้แบบไม่ยุ่งยาก ได้เงินเร็วๆ’

ระบบซุปเปอร์มาร์เก็ตของนางนับว่ามีความแปลกกว่าระบบอื่น นั่นคือ ถ้านำเอาของข้างในไปขายในโลกจริงได้ ถ้าได้รับเงินมาเท่าใด ระบบจะเติมเงินเข้าให้เท่านั้นโดยถือเป็นการหาเงินครั้งเดียวได้เงินสองทาง เมื่อใดที่เงินในระบบครบล้านตำลึง ผู้ใช้ระบบก็จะสามารถกลับไปสู่โลกปัจจุบันได้ ถือว่าจบภารกิจ

ในระบบที่ฉีชิงอีดูแล สิ่งที่ต้องระวังก็คือหีบห่อสินค้าที่ใช้แล้วต้องเก็บกลับมาทิ้งในระบบ ขวดยาแก้ไอครั้งก่อนนางจึงต้องเก็บกลับมาใส่ถังขยะในซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่เช่นนั้นจะถูกหักเงิน ระบบนี้ไม่ต้องการให้นำขยะในยุคปัจจุบันกลับไปทิ้งไว้ในยุคโบราณ ดังนั้น จึงกำหนดให้ผู้ใช้ระบบต้องนำขยะกลับคืนมาด้วย

ฉีชิงอีในฐานะโปรแกรมเมอร์เห็นว่าควรเพิ่มการเลือกหีบห่อที่เหมาะสมให้กับสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตล้านตำลึง

‘ขวดยาแก้ไอต้องเปลี่ยนจากขวดแก้วไปใช้โถเล็กๆ แบบที่คนโบราณใช้น่าจะดีกว่า’

ระหว่างที่นางทะลุมิติไม่อาจจะปรับเปลี่ยนระบบได้ ทำได้เพียงส่งข้อความเสนอแนะผ่านช่องรับความคิดเห็นไปยังผู้ดูแลส่วนกลางที่เรียกว่า ‘ระบบจักรวาล’ เพื่อให้โปรแกรมเมอร์ส่วนนั้นช่วยปรับปรุงแก้ไขให้

เด็กหญิงเรียกจอสรุปผลงานของนางออกมาดู ครั้นเห็นว่าเงินในระบบเหลือไม่ถึงห้าตำลึงก็ถอนหายใจ

‘ได้เวลาหาเงินแล้ว ต้องทำทั้งภารกิจขายสินค้าจากระบบและยังต้องหาเงินในยุคนี้ด้วย’

เด็กหญิงโบกมือปิดระบบแล้วหันไปทางริมคลอง นางเดินไปใกล้ตลิ่ง เด็ดใบบัวออกมาหลายใบเพื่อรองกระบุงเล็ก จากนั้นก็เรียกระบบออกมา กดซื้อมันฝรั่งทอดหลายถุงนำมาเทลงในกระบุง จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังเหลาสุราสุดคลอง

เถ้าแก่เซียวเจ้าของร้านสุราเล็กๆ ที่ท้ายสุดของถนน มองเห็นฉีชิงอีก็ยิ้มให้ “เจ้ามาแล้วรึ!”

เด็กหญิงวางกระบุงที่สะพายมาลงที่โต๊ะ ยามนี้เถ้าแก่เซียวเพิ่งเปิดร้าน เหลาสุราของเขามีลูกจ้างเป็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ยามที่ลูกค้าเข้ามาเต็มจึงต้องจ้างคนมาช่วยล้างถ้วยล้างชามที่หลังร้านเพิ่มเป็นการชั่วคราว และนั่นก็ทำให้ฉีชิงอีได้เข้ามาทำงานโดยบังเอิญ

“อือๆ” ฉีชิงอีชี้ไปในกระบุง

“เจ้ามีอันใดมาให้ข้าดู” เถ้าแก่เซียวชะโงกหน้าไปดูในกระบุงอันเล็ก

ที่ก้นกระบุงมีแผ่นสีเหลืองบางๆ ส่งกลิ่นหอม เถ้าแก่วัยกลางคนยื่นหน้าเข้าไปดู เขาหยิบมันฝรั่งทอดแผ่นหนึ่งขึ้นมาดมดู

“อืม...มีกลิ่นหอม”

ฉีชิงอีชี้บอกเป็นนัยให้เขาลองชิม เถ้าแก่เซียวกัดเข้าไปคำหนึ่งแล้วทำตาโต

“อร่อย!” เขากัดซ้ำไปอีกคำ และสุดท้ายก็ใส่ปากไปจนหมดแผ่น “มันฝรั่งใช่หรือไม่”

เด็กหญิงพยักหน้ารับ นางดีใจที่เถ้าแก่เซียวเข้าใจง่ายจึงชี้ให้เขาชิมอีกแผ่น

“ไม่ต้องแล้ว! อร่อยมากทีเดียว เจ้าคิดจะเอามาขายให้ข้าใช่หรือไม่”

“อือๆ” เด็กหญิงร้องรับ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel