บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 โรงหมอเฉียงเจิ้ง

“ได้ๆ เหมาะกับเหลาสุราของข้าพอดี เอาเป็นว่าข้าซื้อเอาไว้ลองขายดูก็แล้วกัน” เถ้าแก่เซียวหันไปดูรอบร้าน “วันนี้ลูกค้ายังไม่เข้าเสียด้วย และลูกค้าก็ไม่ค่อยเยอะ ข้ายังไม่ต้องการแรงงานเพิ่ม ถ้าซื้อมันฝรั่งพวกนี้ของเจ้าเอาไว้ เจ้าก็จะได้มีเงินใช้ ข้าให้เจ้าห้าตำลึงก็แล้วกัน”

ฉีชิงอียิ้มรับคำด้วยความยินดี ห้าตำลึงก็ถือว่าเหมาะสม พอได้รับเงินแล้ว เด็กหญิงมุ่งหน้าไปตลาด เป้าหมายของนางคือโรงหมอเฉียงเจิ้ง

ผู้ช่วยหมอมองเห็นเด็กหญิงสะพายกระบุงอันเล็กเข้ามายืนอยู่หน้าตรงก็ยิ้มให้ “เจ้าต้องการยาหรือ”

เด็กหญิงร้องอือๆ ตอบ ผู้ช่วยหมอขมวดคิ้ว ฉีชิงอีจึงชี้ที่คอของนางและร้องอือๆ ออกมาอีกคราหนึ่ง

“เจ้าเป็นใบ้หรือ ช่างน่าสงสารจริง!”

ยามนั้นโรงหมอยังไม่มีคนป่วยเข้ามาตรวจรักษา ท่านหมอเจียงผู้เป็นเจ้าของร้านยาสมุนไพรและโรงหมอจึงได้ออกมาเดินตรวจตราความเรียบร้อย ครั้นมองเห็นเด็กหญิงที่ยืนจ้องมายังตนก็เลิกคิ้ว

“เด็กน้อย เจ้ามีธุระกับข้ารึ!”

“ท่านหมอเจียง เด็กคนนี้เป็นใบ้ขอรับ ข้าไม่รู้ว่านางต้องการสิ่งใด”

ฉีชิงอีสบตากับท่านหมอแล้วชี้ที่คอของนางแล้วทำท่าทางการแตะชีพจรให้หมอเจียงดู

“เจ้าอยากตรวจอาการหรือ”

เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงัก ชี้ไปยังโต๊ะตรวจโรค

“มาสิ! ข้าจะตรวจให้เจ้าไม่คิดอัฐก็แล้วกัน แต่หากต้องซื้อยา เจ้าต้องจ่ายเองนะ” หมอเจียงเอ่ยยิ้มๆ

ครั้นตรวจอาการของฉีชิงอีเรียบร้อย ท่านหมอก็มีสีหน้าหนักใจ จ้องเด็กหญิงตรงหน้านิ่งอยู่อึดใจหนึ่ง

“เจ้ามิได้เป็นใบ้ตั้งแต่เกิดนี่ อาการนี้เกิดจากการโดนวางยา ไม่รู้ว่าบิดามารดาของเจ้าไปสร้างความแค้นหนักหนาให้แก่ผู้ใดจึงถูกรังแกเช่นนี้”

ฉีชิงอีตกตะลึง นางคาดไม่ถึงว่าเจ้าของร่างในวัยสิบขวบจะถูกคนปองร้ายถึงขั้นวางยาให้เป็นใบ้

‘หา! ถูกวางยานี่เอง คนใบ้ทั่วไปเป็นเพราะหูไม่ได้จึงพูดไม่ได้ ถึงว่าสิ...หูของชิงชิงได้ยินปกติ แต่กลับพูดไม่ได้ เป็นเพราะถูกคนวางยานี่เอง เลวจริงๆ ฝีมือใครนะ’

เด็กหญิงกำลังจะพยายามทบทวนความทรงจำ หมอเจียงก็เอ่ยต่อ ทำให้นางต้องละความคิดนั้นลงก่อน

“แต่มิใช่ว่าจะรักษาไม่ได้ เจ้าจะต้องมาให้ข้าฝังเข็มและกินยาต่อเนื่องสิบวัน เพียงแต่...ระหว่างนี้ หากว่าเจ้าถูกคนผู้คนวางยาซ้ำ อาจจะรักษาไม่ได้อีกเลย”

เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงักเป็นการยอมรับว่าเข้าใจ

“ค่ารักษาของเจ้า คือ ครั้งละหนึ่งตำลึง ครั้งนี้ข้าจะฝังเข็มให้เจ้า ส่วนยานั้นเป็นยาเม็ด เจ้ากินไปครั้งละหนึ่งเม็ด”

ฉีชิงอีควักเอาถุงเงินออกมาแล้วล้วงเอาเงินหนึ่งตำลึงออกมาวางบนโต๊ะ หมอเจียงจึงเริ่มทำการฝังเข็มให้กับนาง และให้ผู้ช่วยหมอนำยาเม็ดออกมาให้นางกิน

ก่อนจะกลับจวน ฉีชิงอีนึกถึงปลานึ่งบ๊วยในครัวเมื่อเช้าที่นางอยากกินจึงแวะภัตตาคารเทียนเต่อ นางจำได้ว่าตอนบิดายังมีชีวิตอยู่ ในยามค่าแรงออก เขามักจะแวะซื้ออาหารอร่อยกลับไปฝากภรรยากับบุตรอยู่บ่อยๆ

ภัตตาคารเทียนเต่อเป็นร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ ฉีชิงอีเคยมากับบิดาสองสามครั้ง เด็กหญิงเดินเข้าไปหาเสี่ยวเอ้อแล้วชี้ไปที่กระดานรายการอาหารที่ติดอยู่ผนัง

“เจ้าอยากสั่งปลานึ่งบ๊วย มีเงินรึ! เมนูนั้นสองตำลึงเชียวนะ”

เด็กหญิงพยักหน้าแล้วควักเอาเงินสองตำลึงออกมาส่งให้เสี่ยวเอ้อ

“เจ้ารอตรงนี้สักครู่นะ ข้าจะไปสั่งในครัวให้” เสี่ยวเอ้อผู้นั้นนำเงินหนึ่งตำลึงของเด็กหญิงไปส่งให้หลงจู๊

หลงจู๊ชะโงกหน้าออกจากหลังโต๊ะมองไปยังเด็กหญิง “อ้อ! เด็กคนนี้นี่เอง ข้าจำได้ว่านางเป็นบุตรสาวของผู้คุ้มภัยที่มาร้านเราบ่อยๆ”

พักหนึ่งเสี่ยวเอ้อก็นำปิ่นโตไม้ที่ข้างในมีจานใส่ปลานึ่งบ๊วยมาส่ง กลิ่นหอมของปลานึ่งยั่วยวนใจยิ่งนัก

“เอาไว้เจ้าเอาปิ่นโตกับจานมาคืน ข้าก็จะให้ค่ามัดจำคืนเจ้าไปสองร้อยอีแปะ อย่าลืมเล่า” เสี่ยวเอ้อสั่งความ

“อือๆ” เด็กหญิงรับคำแล้วหิ้วปิ่นโตไม้จากไป

ฉีชิงอีค่อยๆ ดันปิ่นโตไม้เข้าไปในรูสุนัขลอดอย่างระมัดระวัง นางกลัวว่าน้ำนึ่งปลาที่หอมยั่วใจนั่นจะหกทิ้งเสียก่อนที่มารดาและน้องชายจะได้ชิม

ครั้นโผล่ออกมาจากพุ่มไม้แล้วเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้ เด็กหญิงก็รีบหิ้วปิ่นโตวิ่งตรงไปยังเรือนเล็กของตน ฉีเป่ามองเห็นพี่สาวก็ยิ้มกว้าง

“พี่ชิงชิงกลับมาแล้ว!”

หว่านอี้ซูเห็นปิ่นโตไม้ในมือบุตรสาวก็จำได้ “เจ้าไปซื้ออาหารที่ภัตตาคารเทียนเต่อมาหรือ เจ้าไปเอาเงินมาจากที่ใดมากมายเพียงนี้”

ฉีชิงอีอมยิ้ม นางวางปิ่นโตไม้บนโต๊ะแล้วยกฝ่ามือขึ้นตั้ง คล้ายกับจะบอกให้มารดาอย่ากังวล

“ท่านแม่ กลิ่นปลานึ่งขอรับ” เด็กชายเอ่ยด้วยความตื่นเต้น

เด็กหญิงอมยิ้มเปิดฝาปิ่นโตขึ้น สองแม่ลูกถึงกับทำตาโตกับอาหารในจาน หว่านอี้ซูตกตะลึง นางจำได้ว่าปลานึ่งบ๊วยเลิศรสของภัตตาคารเทียนเต่อราคาราวสองตำลึง แพงกว่าครอบครัวคนทั่วไปจะได้ลิ้มรส เบี้ยหวัดของสามีนางในฐานะผู้คุ้มภัยเพียงเดือนละสิบสองตำลึงเท่านั้น

ปลานึ่งบ๊วยจานนี้ สามีของนางเคยซื้อกลับมาคราหนึ่งเมื่อครั้งเขากลับมาจากการคุ้มกันสินค้าเข้าเมืองหลวง เงินพิเศษที่ได้มาในครั้งนั้น เขาใช้ซื้อปลานึ่งกลับมาสองตัว ตัวหนึ่งมอบให้ฮูหยินผู้เฒ่า และอีกตัวนำกลับมาให้ภรรยาและบุตร

“ปลานี่แพงมากทีเดียว ชิงชิง เจ้าจะเก่งเกินไปแล้วถึงกับนำปลานึ่งนี่กลับมาได้” ผู้เป็นมารดาร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel