เด็กดื้อ 7
"มึงทำอะไรไอ้คิรา"
ในระหว่างที่ผมก้มลงไปหอมแก้มไอ้คนตัวเล็กตรงหน้าเสียงที่เรียกผมจากด้านหลังก็ทำเอาตกใจจนผละออกจากกันแถบไม่ทัน
"อะไรมึง กูยังไม่ได้ทำอะไรเลย"
"แต่กูเห็น"
เห็นไปดิกูไม่ยอมรับซะอย่างจะทำไม เหอะ ผมลุกขึ้นและดึงผ้าห่มผืนใหญ่คุมตัวไอ้คนตัวเล็กตรงหน้าแล้วเดินแทรกผ่านไอ้คิรินออกมาทันที มันก็ปิดประตูห้องและเดินตามผมขึ้นมาชั้นบน
"นั้นน้องเพื่อนอย่าคิดทำอะไร"
"กูทำอะไร บอกตัวมึงเองเถอะ"
"อะไรของมึงคิ"
"มึงกับกูเป็นแฝดกันนะคินมึงอย่าลืม แค่มึงมองกูก็รู้ถึงลำไส้ใหญ่มึงแล้ว"
"ไม่เสือกดิ"
"ไอ้สัดนิ ไปนอนเลยมึง"
"มึงก็ควรนอน"
ยามสายของอีกวันแสงแดดที่ส่องเข้ามาจนรู้สึกร้อนใบหน้าขาวผมเพรายุ่งเยิงไปหมดลุกขึ้นนั่งทั้งที่ยังไม่ลืมตา มือขาวควานหาผ้าห่มผืนหนามาคุมร่างกายเอาไว้จนเป็นดักแด้ ตาค่อยๆลืมเพื่อสู้แสง
"อืม ปวดหัวจัง" คิวเท็นนั่งนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ใช่เมื่อคืนเล่นเกมอยู่กับเพื่อพี่ชายแล้วดื่มไปด้วย นี้สินะสาเหตุการปวดหัว คิวเท็นนั่งรุกอยู่สักพักก็นึ่งอะไรต่อไม่ออกจึงตัดสินใจช่างมันแล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำ ออกมาด้านนอกห้องทุกอย่างยังคงเงียบสงบเหมือนไม่มีคนอยู่ ร่างบางรู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก ขึ้นไปที่ชั้นสองเคาะห้องนอนของคนพี่ทั้งสองคนรู้สึกหวาดกลัวเข้าไปอีกเมื่อไปมีคนตอบรับกลับมา
"ไปไหนกันหมด ทำไมทิ้งผมไว้คนเดียวฮึก"
ร่างบางเดินลงมาชั้นล่างเข้าไปในห้องนอนที่ตัวเองพึ่งออกมา คิวเท็นดึงผ้าห่มผืนใหญ่เข้าไปตรงมุมห้องด้านหนึ่งเอาผ้าผืนใหญ่นั้นคลุมตัวเองเอาไว้ ก้มหน้ากับเข่าที่ชันขึ้นและร้องไห้ออกมา ทำให้นึกถึงตอนเด็กไปที่คิวเท็นนั้นถูกทิ้งเอาไว้ในห้องมืดๆของบริษัทของพ่อ ด้วยความที่เป็นเด็กและซุกซนคิวเท็นและอิกคิวจึงชวนกันเล่นซ่อนหา คนพี่ไปซ่อนให้คนน้องเริ่มหาก่อน จนคนน้องคิดว่าจะไปซ่อนในที่พี่หาไม่เจอ เพราะพี่ชายที่เล่นซ่อนหาด้วยหาแปปเดียวก็เจอ เลยเข้าไปซ่อนในห้องเล็กที่เคยเอาไว้เก็กเอกสาร แต่ตอนนี้เป็นห้องเปล่า แต่มันทึบและไม่มีช่องระบายอากาศ คิวเท็นจึงเข้าไปซ่อนในนั้นแต่แงบประตูไว้นิดนึงแต่พอได้ยินเสียงพี่ชายเรียกหาตึงเผลอปิดประตูสนิทเพราะกลัวพี่ชายหาเจอ ด้วยความที่เป็นเด็ก อากาศถ่ายเทก็ไม่มีร่างเล็กหมดสติไปตอนไหนก็ไม่รู้ ลืมตาตื่นมาอีกทีก็เริ่มหายใจไม่ออก รอบตัวมืดไปหมด พอจะเปิดประตูก็เปิดไม่ได้ ผ่านไปหลายชั่วโม่งกว่าจะเจอตัวพ่อและแม่รีบพาตัวคิวเท็นส่งโรงพยาบาลทันที นับตั้งแต่นั่นมาคิวเท็นไม่ชอบการอยู่คนเดียวและที่มืดอีกเลย ยกเว้นตอนที่ได้ขับรถความเร็วทำให้จิตใจของคิวเท็นสงบตัดขาดจากสิ่งรอบตัวแท้จะต้องอยู่คนเดียวแต่ยังคงได้นินเสียงทุกๆคนผ่านหูฟังทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่เดียว
เมื่อเลิกเรียนคาบเช้าคิรินก็ตรงกลับมาที่คินโดทันที ด้วยความเคยชินที่ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร แม้กระทั่งเพื่อนสนิทโทรมาตามนานๆครั้งถึงจะออกไปหา แต่เมื่อกับมาที่ห้องมันเงียบเหมือนดังปกติ แต่ที่แปลกไปคือ ที่ห้องของเขามันต้องมีคนอยู่เพราะมีผู้อาศัยเข้ามาเพิ่มแต่นี้กับเวียบสนิทตึงวางดระเป๋าเอาไว้ที่โต๊ะกินข้าวแล้วเดินไปเปิดห้องนอนเล็ก แอร์ก็ยังเปิดอยู่แล้วคนไปไหน เมื่อกำลังจะปิดประตูกลับได้ยินเสียงสะอื้น
"ใคร"
คิวเท็นได้ยืนเสียงจึงเงยหน้าขึ้นจากหัวเข่าเอาผ้าที่คุมตัวเองออก ใบหน้าที่มีแต่คราบน้ำตานองจมูกรั้นนั้นแดงกล่ำไหนจะดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นที่กำลังสั่นไหว คิรินเดินตรงเข้าไปหาทันที
ร่างบางโผล่เข้ากอดคนตรงหน้าทันทีที่เห็นใบห้าเล็กซุกเอากับหน้าท้องแกร่งพอดี ลมหายใจของคิรินขาดช่วงไปทันทีที่โดนจู่โจมแบบนี้
"ทิ้ง...ทุกคนทิ้งผมไปหมดเลย ฮึก ฮือ "
"ใจเย็นๆ หยุดร้องกูปลอบคนไม่เป็น"
คิรินได้แต่เอามือลูบหัวคนตัวเล็กที่กอดเอวเข้าอยู่ร้องไห้สะอึกสะอื้น คิวเท็นเอาหน้าที่เปื้อนน้ำตาเช็ดเข้ากับเสื้อรักศึกษาของคิรินจนคิรินเบ้หน้าใส่
"ไม่มีใครอยู่เลย ผมกลัวฮะ กลัวมากเลย อย่าทิ้งผมนะ นะ"
"เออๆไม่ทิ้งหยุดร้องไห้และเลิกเขย่ากูสักที"
"เฮียคิน ไปไหนมาฮะ"
"ไปเรียนดิ กินอะไรยัง"
โครก~
พอพูดถึงเรื่องของกินท้องของไอ้เด็กตรงหน้าก็ตอบออกมาเสียงดังเชียว ผมดันตัวมันออกก่อนและเดินออกมานอกห้อง ไอ้ตัวเล็กนั้นก็เดินตาออกมาติดๆ
"ไปนั่งรอ เดียวทำให้กิน"
"ผมหรอฮะ"
"ควายมั่ง"
"ควายอะไรจะน่ารักแบบผม"
"ส่องกระจกบ้างนะ"
และแล้วข้าวผัดไข่ที่มีแค่ข้าวกับไข่แค่นั่นจริงครับมาวางไว้ตรงหน้า
"ขอบคุณครับ"
"อืม กินเสร็จแล้วก็ล้างให้เรียบร้อย อย่าทำข้าวของกูพังอีกเข้าใจมั้ย" ใบหน้าคมก้มลงมาจรแทบจะติดกับใบหน้าคนตัวเล็กที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากได้แต่ข้างนิ่ง แล้วทำตาปริ่มๆ อืม ดาเมจเฮียคินรุนแรงมากเลย เท่านั้นไม่พอยังมากระซิบข้างหูจนรู้สึกสยิวกิ๊วเข้าไปอีก
"ไม่ได้ทำให้ฟรี กูคิดค่าตอบแทนมึงที่หลังแน่"
