Chapter 11
Chapter 11
“การผ่าตัดสมองผ่านไปได้ด้วยดีครับ แต่คนไข้มีสภาวะไม่รู้สึกตัว เปอร์เซ็นต์การฟื้นของคนไข้มีเพียงแค่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งทางเราต้องบอกญาติตามตรงว่าคนไข้มีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็นเจ้าชายนิทรา” คำพูดของแพทย์ที่บอกอาการบาดเจ็บของเหมราชยังหลอนอยู่ในหัว จนทำให้ไลลาร้องไห้ออกมาด้วยความกังวลใจ เพราะกลัวว่าพี่ชายของเธอจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก
“หม่ามี้ร้องไห้ทำไมคะ” ใบชาเอ่ยถามด้วยความตกใจพร้อมกันนั้นเด็กน้อยก็ยกมือเช็ดคราบน้ำตาให้คุณแม่ของเธอ
“หม่ามี้สงสารพ่อเหมค่ะ”
“โอ๋ ๆ ไม่ต้องร้องไห้นะคะ คุณลุงบอกหนูว่าพ่อเหมก็แค่นอนหลับ เดี๋ยวพ่อเหมก็ตื่นค่ะ” ใบชาปลอบใจคุณแม่ของเธอด้วยความไร้เดียงสา ก่อนที่จะหันไปหาตัวช่วยที่ตอนนี้กำลังขับรถอยู่ “คุณลุงขา ช่วยยืนยันกับหม่ามี้หน่อยสิคะ ว่าพ่อเหมก็แค่นอนหลับ”
“อย่าเครียดไปเลยนะ ฉันได้ย้ำกับทีมแพทย์ให้เฝ้าดูแลอาการของเหมราชอย่างใกล้ชิด เหมราชจะต้องฟื้นอย่างแน่นอน”
ย้อนกลับไปสองชั่วโมงก่อนหน้านี้ หลังจากธีโอพาสองแม่ลูกขับรถออกจากไร่องุ่นวัชรากุล เขาก็พาไลลากับใบชาแวะไปที่โรงพยาบาล ซึ่งเมื่อไปถึงโรงพยาบาล ทางทีมแพทย์ได้ผ่าตัดเสร็จแล้ว และย้ายเหมราชไปอยู่ในห้องไอซียู โดยหมอที่ผ่าตัดได้แจ้งอาการเหมราชกับเขาและไลลาว่า เหมราชอาจจะกลายเป็นเจ้าชายนิทรา
หลังจากไลลารับรู้อาการของเหมราช หญิงสาวก็เอาแต่ทำหน้าเครียด ไม่พูดไม่จา และในระหว่างที่ธีโอกำลังขับรถพาไลลาและน้องใบชาเดินทางไปยังบ้านของเขา จู่ ๆ คนที่นั่งเงียบตั้งแต่ขับรถออกจากโรงพยาบาลก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหนัก นี่ถ้าไม่ติดว่ากำลังขับรถอยู่ เขาคงดึงคนตัวเล็กมากอดปลอบแล้ว
“เฮียเหมจะฟื้นจริง ๆ ใช่ไหมคะ” ไลลาเอ่ยถามธีโออย่างมีความหวัง
“เฮียของเธอต้องฟื้นแน่นอน” ธีโอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพื่อให้คนฟังมีกำลังใจขึ้น
“หนูหวังว่าเฮียจะฟื้นอย่างที่คุณพูด” ไลลาพยักหน้าแล้วโอบกอดลูกของเธอที่นั่งบนตักไว้แน่น จากนั้นเธอมองออกนอกรถโดยไม่พูดอะไรต่อ จนกระทั่งรถสปอร์ตหรูขับเคลื่อนเข้าไปยังบริเวณบ้านหรูสามชั้นโทนสีดำ น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของใบชาก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น
“ว้าว! บ้านของคุณลุงสวยจังเลยค่ะ” ใบชาทำตาโตและมองบ้านหรูสามชั้นด้วยแววตาเป็นประกาย
“หนูชอบไหมครับน้องใบชา”
“ชอบมาก ๆ เลยค่ะ หนูขออยู่ที่นี่ตลอดไปได้ไหมคะ” ใบชาเอ่ยถามธีโอตามประสาเด็กที่อยากอยู่บ้านสวย ๆ
“ได้สิครับ”
“เย่ ๆ คุณลุงใจดีที่สุดเลย แต่เอ๊ะว่าแต่คุณลุงเป็นอะไรกับหม่ามี้คะ ถึงได้ให้หม่ามี้มาอยู่บ้านด้วย” ย้อนกลับไปตอนที่คุณลุงธีโอไล่ตะเพิดเสี่ยแก่กับลูกน้องออกจากไร่ไปแล้ว คุณแม่ก็เดินมาเปิดประตูรถ อุ้มเธอลงจากรถ โดยที่คุณแม่บอกกับเธอว่า...เราจะย้ายไปอยู่บ้านคุณลุงธีโอกัน ใบชาก็เลยสงสัยว่าคุณลุงธีโอเป็นอะไรกับคุณแม่ ทำไมคุณแม่ถึงได้พาเธอย้ายมาอยู่บ้านคุณลุงธีโอ
“ลุงเป็นแฟนกับหม่ามี้ของหนูครับ”
“อ๋อ...คุณลุงกับหม่ามี้เป็นแฟนกัน งั้นก็แสดงว่าคุณลุงธีโอเป็นสามีของหม่ามี้ ถ้าคุณลุงธีโอเป็นสามีของหม่ามี้ งั้นก็แสดงว่า...คุณลุงธีโอเป็นปะป๊าของหนูใช่ไหมคะ”
คำถามของใบชาทำเอาไลลาอึ้งมาก เพราะไม่คิดว่าเพียงแค่ธีโอบอกว่า...เขากับเธอเป็นแฟนกัน ใบชาจะเชื่อแบบสนิทใจโดยไม่มีข้อกังขา มิหนำซ้ำยังอยากได้ธีโอเป็นพ่ออีกด้วย แต่ถึงลูกสาวของเธอจะคิดเป็นตุเป็นตะไปอย่างนั้น ไลลาก็เลือกที่เงียบ เพื่อรอฟังคำตอบของธีโอว่าเขานั้นจะตอบใบชาอย่างไร
“น้องใบชาลองเรียกลุงว่าปะป๊าสิครับ”
“ปะป๊า” ใบชาเอ่ยเรียกธีโอด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ครับลูกสาวของปะป๊า” ธีโอไม่เคยคิดเลยว่าการที่ใบชาเรียกเขาว่า ‘ปะป๊า’ จะทำให้เขามีความสุขมากขนาดนี้
“เย่ ๆ ในที่สุด หนูก็มีปะป๊าเป็นของตัวเองแล้ว” ถึงธีโอจะไม่ใช่พ่อแท้ ๆ แต่เมื่อใบชาได้เรียกธีโอว่า ‘ปะป๊า’ เหมือนกับว่าธีโอเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดในชีวิตของใบชา เพราะตั้งแต่เกิดมา ใบชารู้แค่ว่าพ่อตาย แต่ไม่เคยเห็นแม้กระทั่งรูปถ่ายพ่อแท้ ๆ เลยสักครั้งว่าพ่อมีหน้าตารูปร่างแบบไหน
“งั้นเข้าบ้านกันเถอะลูก” ธีโอลูบหัวใบชาที่นั่งบนตักไลลาด้วยความเอ็นดูสุดหัวใจ
“ค่ะปะป๊า”
หลังจาก ไลลาและใบชาลงจากรถ ธีโอก็พาสองแม่ลูกเดินเข้าไปในบ้านหรู ก่อนจะพาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสาม
เมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นที่หมาย ธีโอก็พาไลลาและใบชาเดินไปห้องนอนใหญ่ แต่ยังไม่ทันได้เข้าห้อง ไลลาที่เงียบมานานก็เอ่ยถามขึ้นว่า...
“จะให้หนูกับลูกนอนห้องไหนคะ”
ยังไม่ทันที่ธีโอจะเอ่ยตอบไลลา ใบชาก็เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว “หม่ามี้กับปะป๊าเป็นแฟนกันก็ต้องนอนด้วยกันสิคะ ส่วนหนูเป็นโสดก็ต้องนอนแยกห้องค่ะ”
