บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 ออกตามน้อง

แกร็ก...

เสียงหมุนลูกบิดที่ถูกผลักเข้ามาพร้อมกับคนเปิด ทำเรรันต์ซึ่งนอนกลิ้งอยู่บนเตียงในทีแรกถึงกับหน้าเหวอ อ้าปากค้าง ทำตัวไม่ถูก คิมหันต์ผุดเข้ามาเลิกคิ้วขึ้น เสมือนถาม เธอเป็นอะไรไป? ทำไมถึงไม่ลงไปทานข้าวพร้อมกับคนอื่นข้างล่าง ทว่า.เรรันต์กลับหลุบตาลง ทำเป็นไม่สนใจ เอนหลังพิงพนักเตียง จรดนิ้วเรียวพิมพ์งานต่อ

“เฮ้อ”

นั่นทำคิมหันต์ถึงกับผ่อนลมหายใจระงม ระบายความอาการไม่พอใจออกมา วางถาดอาหารลงบนโต๊ะ เดินไปยืนเท้าสะเอวข้างๆ

“ไม่สบายเหรอคะ” ถามเสียงเรียบด้วยความเป็นห่วง ในขณะคนถูกถามยังไม่ตอบ “หรือไม่หิว?”

เหมือนเดิม เธอแสร้งเงียบ ทำอย่างกับเขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่มีตัวตน...

“มีเรียนรึเปล่า”

นั่นเลยทำให้คนถามขัดใจหนัก ถึงกับโน้มตัวลงไปกระชากแขนเธออย่างแรง เพื่อให้เธอหันมาสนใจ

“เรรันต์ ไม่ได้ยินที่พี่ถามเหรอ!”

“หนูไม่ว่างคุย ไม่เห็นเหรอว่ารีบทำรายงานอยู่น่ะ เดี๋ยวก็ส่งอาจารย์ไม่ทันหรอก”

ประโยคหลังเธอแค่พึมพำกับตัวเอง ในขณะดวงตายังคงจ้องมองจอคอมอยู่อย่างนั้น นั่นเลยทำให้คิมหันต์รู้เลยทันที ว่าเธอต้องไม่พอใจอะไรเขาสักอย่างแน่ คิดได้อย่างนั้นเขาก็ทุ่มตัวลงไปนั่งบนเตียง จนคอมเธอกระเพื่อมขึ้น หวังจะเรียกร้องความสนใจ ทว่า..เธอกลับมองค้อน

“พี่คิม! เห็นไหมคะ ว่าปลั๊กมันหลุด งื้อ คอมหนูดับเลย”

และโวยวาย พลางยกคอมมาเคาะๆ ทำหน้าบึ้ง “ถ้ารายงานหนูหายขึ้นมาจะทำยังไง”

“ไม่รู้ ก็หนูไม่คุยกับพี่เองนี่”

“ก็บอกว่าไม่ว่าง พี่ไม่ได้ยินเหรอ”

“พูดกับพี่แค่สองสามคำ มันทำหนูเสียเวลาขนาดนั้นเลยรึไง”

“ใช่ค่ะ!”

เธอหันมาตะโกนใส่เขา พร้อมหน้าที่บึ้งตึง นั่นทำคิมหันต์ถึงกับขมวดคิ้วงง คิดในใจ ไม่เจอกันนาน เธอก้าวร้าวขนาดนี้เชียวหรือ.. ก่อนจะลุกขึ้นมายืนมองหน้า ในจังหวะที่เธอเองก็จ้องหน้าเขาไม่วางตา

“งั้น..ถ้ารบกวนหนูขนาดนี้ พี่ก็ขอโทษล่ะกัน”

บอกน้ำเสียงเรียบขรึม หมุนตัวเดินออกไป

ปัง!

ปิดประตูทิ้งท้ายใส่เธอเสียงดัง เรรันต์สะดุ้งโหยง ความสะเทือนของมันทำเธอได้สติ ร่างบางนั่งนิ่ง ถ่างตาโต ก่อนจะก้มหน้าร้องไห้ ปล่อยโฮอยู่คนเดียว

“ฮึกๆๆ ฮื้อ”

คิดในใจ เธอเป็นบ้าอะไร ทำไม อยู่ๆ ถึงกลายเป็นเด็กงี่เง่าแบบนี้!

หัวใจดวงน้อยๆ แผ้วขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเธอได้ยินเสียงรถแล่นออกจากบ้านไปด้วยความเร็ว

...คิมหันต์คงโกรธเธอจริงๆ

บ่ายโมงในมหาลัย วันสุดท้ายของการส่งรายงาน เพราะความพยายามแท้ๆ เรรันต์ถึงส่งทันจนได้ ก่อนจะออกมานั่งเล่นต่อที่ห้องสมุด มีความเย็นฉ่ำของแอร์กระทบผิวเป็นเพื่อน ทว่า กลับไม่ฉ่ำถึงใจเธอ เรรันต์นั่งเท้าคางหน้ามุ่ยอยู่ตรงลานโต๊ะยาว ซึ่งมีไว้สำหรับให้นักศึกษาอ่านหนังสือ ในขณะห้องสมุดมีนักศึกษาอยู่แค่สามคน นั่นเพราะพรุ่งนี้เป็นวันสุดสัปดาห์ ส่วนใหญ่เขาจะไปเที่ยวกันหมด แต่ก็คงจะมีเบสอีกคนละมั้ง ที่ใจตรงกับเธอ หรือไม่เขาอาจจะตั้งใจก็ได้ เดินเข้ามาสมทบ นั่งตรงข้ามพลางยิ้มหวานให้

“เป็นอะไรรึเปล่า ดูทำหน้าเข้าสิ”

เอ่ยประโยคแรกทักทายเธอ เรรันต์ช้อนตาขึ้นมามอง พ่นลมหายใจออกมา แค่สีหน้าที่แสดงให้เห็น เบสก็พอจะรู้แล้ว

“เซ็ง”

“หือ อย่างรันต์เนี่ยนะ เซ็งเป็นกับเขาด้วย”

เบสถามติดตลก เรรันต์ขมวดคิ้ว

“ทำไมล่ะ เราก็เป็นคนนะ มองเราเป็นอะไร”

“ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แค่ไม่เคยเห็นโมเม้นแบบนี้ต่างหาก ปกติรันต์สดใสจะตาย”

ในขณะที่เรรันต์กำลังคิด ทว่าประโยคบอกเล่าวรรคนี้ของเบสทำเธอชะงัก

“เราเป็นแบบนั้นจริงๆน่ะเหรอ”

“ใช่ดิ” เบสยิ้ม

หารู้ไม่ว่าในหัวเรรันต์ตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ เธอมองหน้าเบสนิ่ง เอื้อมมือไปจับแขนพลางยิ้มหวานจนแก้มบุ๋ม มาถึงตรงนี้แหละที่ทำเบสอึ้ง งงกับการกระทำของเธอ ก่อนจะโพล่งออกมาด้วยความตกใจ หลังจากรู้คำตอบ

“เบส พาเราไปเที่ยวหน่อยดิ”

“เที่ยว?!”

“ใช่”

“ตอนนี้เหรอ” เธอส่ายหน้าเบาๆ

“เปล่า คืนนี้”

“คืนนี้?” เบสถามย้ำพร้อมขมวดคิ้ว “ที่ไหนล่ะ เรรันต์อยากไปเที่ยวที่ไหน”

“ผับ”

“ห๊ะ ผับ!” คำตอบของเรรันต์แต่ละคำ ทำเบสตอนนี้ทึ่งไม่เบา เขาเริ่มไม่แน่ใจ ถามต่อติดขำ “ฮ่ะๆๆ รันต์จะไปทำไม มันไม่เหมาะกับรันต์เลยนะ”

“ทำไม ไม่เหมาะยังไง”

“ก็ รันต์เป็นคนเรียบร้อยไง”

“เฮ้อ รันต์แค่ไม่อยากกลับบ้าน”

“ทำไม ..”

“รันต์อยู่บ้าน รันต์อึดอัด”

เบสถึงกลับขำไม่ออก เพราะอยู่ดีๆ น้ำตาของคนตรงหน้าไหลลงมาด้วย

“รันต์..”

“ฮึก”

“ใจเย็นๆนะ”

เอื้อมมือไปบีบมือเธอเบาๆ เริ่มเข้าใจ หญิงสาวกำลังมีปัญหา

“โอเค เบสพาไปก็ได้ แต่รันต์ต้องสัญญากับเบสก่อน ว่ารันต์ไปรันต์จะสนุกกับมันจริงๆ”

เรรันต์มองหน้าคนพูด ก่อนจะพยักหน้าลงเบาๆ

“อื้ม..”

ในที่สุดชายหนุ่มเลี่ยงที่จะขัดใจเธอไม่ได้ เขาพาเธอไปเที่ยวจริง และครั้งนี้ก็เหมือนเป็นการหัดเที่ยวของเธอเสียด้วย ซึ่งมันผิดกิจวัตรของเรรันต์ไปเยอะเลย เนื่องจากเธอไม่ได้แวะเข้าบ้านก่อน อันที่จริงไม่เคยจะเกินทุ่มครึ่งด้วยซ้ำ ทำให้คนที่เห็นความผิดปกติอย่างคุณนายอารีย์วิตกกังวล นั่นเพราะตอนนี้เข็มนาฬิกาบอกเวลาจะห้าทุ่มแล้ว

ใช่ ...เรรันต์ยังไม่กลับมา....

“เคล”

“ครับ”

“กลับมาตะกี้ เห็นรถน้องจอดอยู่รึเปล่า”

“รันต์น่ะเหรอครับ”

“อืม”

หล่อนลงมาถามลูกชายคนโต ซึ่งนั่งอยู่บนโซฟา เพราะก่อนหน้านี้หล่อนไปหาที่ห้องมาแล้วแต่ไม่มี คิดไปในทางที่ดีว่า เรรันต์อาจจะอยู่ส่วนใดส่วนนึงของบ้านก็ได้ และคิดว่าสระว่ายน้ำน่าจะเป็นไปได้ที่สุด แต่ทว่า..ให้เจิมไปดูกลับ.. ..ไม่มี..

“หาทั่วบ้านแล้วค่ะคุณนาย ไม่เจอคุณหนูเธอเลย”

“เป็นอะไรรึเปล่า..”

หล่อนพึมพำ ประจวบเหมาะพอดี กับคิมหันต์เดินเข้าบ้านมา เขาเลิกคิ้วขึ้น เมื่อเห็นพี่ชายกับนายแม่ตัวเองดูสีหน้าไม่สบายใจเท่าไหร่นัก

“เจิม เธอโทรรึยัง”

“คุณนายกับเจิมโทรแล้วค่ะ แต่คุณหนูไม่รับสาย”

“มีอะไรรึเปล่าครับ”

จนคิมหันต์ทนต่อความสงสัยไม่ไหวเลยต้องถาม ในขณะตัวเขาเอง เหมือนจะเมามาหน่อยๆด้วย

“น้องยังไม่กลับบ้าน ปกติรันต์จะไม่เหลวไหลแบบนี้”

เคลบอกและคำพูดของนายแม่ที่ทำคิมหันต์เริ่มจะเข้าใจขึ้นมาชะงัก เขาขมวดคิ้วเข้าหากันแทบจะสร่างเมา ยกข้อมือตัวเองขึ้นดูนาฬิกา พูดเค้นเสียง

“ห้าทุ่มแล้วเนี่ยนะ ไม่ได้อยู่มหาลัยแล้วแน่นอน”

บอกคนทั้งสาม ก่อนจะดึงโทรศัพท์ตัวเองมากดโทรออก

“มา...ผมโทรตามเอง”

ตรู๊ด....ตรู๊ด....ตรู๊ด.....

เสียงสัญญาณรอจากปลายสาย เหมือนจะสร้างความตื่นเต้นให้คิมหันต์ไม่น้อย ที่อยู่ดีๆก็มีความรู้สึก ห่วง หวง และไม่พอใจขึ้นมา เขารู้สึกหัวใจตัวเองร้อนรนแปลกๆ พลางภาพตอนเขามีปากเสียงกับเรรันต์ลอยเข้ามา ก่อนสะดุดลงเพราะเสียงปลายสาย

(ฮะ ฮัลโหล)

“เรรันต์ นี่หนูอยู่ไหน ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับบ้าน”

ถามเสียงห้วน ทว่า ปลายสายกลับทำเขาอึ้งกว่า

)อาน นี้ คราย ค้า)

เพราะเสียงเธอมันยานคางซะเหลือเกิน

“ รันต์ นี่หนูเมาหรือ...”

( อื้อ )

“เรรันต์ นี่ หนูอยู่ไหน ตอนนี้อยู่กับใคร”

ตกใจหนัก เริ่มยิงคำถามใส่รัวๆ

( ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วยอ้า )

ปลายสายไม่ตอบ กลับย้อนถามเสียงห้วน ยิ่งทำคิมหันต์แน่ใจเลยทันที ว่าเธออยู่ในสถานที่บันเทิงแน่ๆ เขาถามย้ำอีกรอบ แน่นอน คำตอบชัดเจน

“พี่ถามว่าหนูอยู่กับใคร ตอบ!”

(... กับแฟนค่ะ )

ตื้ด..ตื้ด...ตื้ด....

ตัดสายทิ้งโดยไม่คิดจะบอกล่วงหน้าก่อน คิมหันต์เลือดขึ้นหน้า บีบโทรศัพท์แน่น ก่อนจะหมุนตัวพรวดพราดออกไป ไม่สนใจใครเลย

“คิม น้องอยู่ไหน”

“คิม จะไปไหนน่ะ”

“อะไรของมันวะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel