บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 เด็กขี้งอน

..เกือบจะเที่ยงคืน...

หลังจากเรรันต์หลับไปแล้ว เธอกลับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาใหม่ เพราะเสียงเห่ากรรโชกของลัคกี้ หมาพันธุ์ไซบิเรียนจอมขี้บ่นที่เพิ่งได้เป็นของขวัญมา มันเอาแต่ร้องฮิ่งๆและกระดิกหาง ทำเรรันต์เริ่มรำคาญ ผุดลุกจากท่านอนเป็นท่านั่ง ขยี้หน้าขยี้ผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด

" เห่าทำไมลัคกี้ หนูกำลังทำพี่นอนไม่หลับอยู่นะ "

เธอบ่นอุบ ก่อนจะผละลงจากเตียงไปหาสาเหตุ เผลอมองลงต่ำ เห็นช่องลมหลังบานประตูมีแสงไฟ

" ชู่ว..ลัคกี้ หยุด.."

ชี้หน้าหมาพลางกระซิบ ย่อตัวไปจับมันขึ้นมาอุ้ม ก่อนค่อยๆย่องไปที่ประตู

" เที่ยงคืนแล้ว ใครมาเปิดไฟทางเดิน "

พึมพำ พลางยื่นมือไปหมุนลูกบิดแง้มมันออก ความกว้างแค่ตาข้างเดียวมองเห็น ก่อนกระพริบถี่เตรียมเพ่ง ทว่า..ต้องเบิกตากว้างกว่าเดิม เมื่อเพ่งไปเห็นภาพอันไม่สมควร

.....คิมหันต์ในท่ายืนหันหลังคุยกับผู้หญิงคนอื่น ซึ่งไม่ใช่คนในครอบครัวนี้ ทว่ากลับได้ยินแค่เสียงไม่เห็นหน้าที่ชัดเจนของหล่อน เพราะแผ่นหลังเขาบดบ

"ว้าว ..ที่นี่เหรอคะ "

ถ้าเดาไม่ผิด หล่อนคงจะเป็นผู้หญิงคนนั้น

" ใช่ คุณไปอาบน้ำเถอะ จะได้สบายตัวขึ้น"

" หืม..ไม่ได้เมามากขนาดนั้นนะคะ "

ดูก็รู้ คิมหันต์ตั้งใจพาหล่อนมาค้างที่นี่ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็น ของเรรันต์ ที่เสนอตัวมาเจอเอง กลับต้องสะดุดเพราะภาพนี้

ในจังหวะคนทั้งคู่ถลาเข้าหากัน กอดกัน และจูบกันอย่างไม่เกรงใจหลอดไฟ

"O.O "

เรรันต์เบิกตากว้าง ด้วยความตกใจสุดขีด เผลอดึงประตูปิดกลับ จนมันเกิดเสียง

เธอยิ่งตกใจหนักกว่าเดิม รีบวางหมาลง ถลาขึ้นเตียงอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมแกล้งทำเป็นหลับ เพราะรู้พวกเขาต้องได้ยิน และมันก็จริงด้วย

แอด..

คิมหันต์เปิดประตูเข้ามาดู

" ลัคกี้ พี่สาวแกหลับแล้วเหรอ.." พลางถามหมา

เมื่อเรรันต์ได้ยินอย่างนั้นถึงกับใจเต้นแรง ไม่เป็นจังหวะ เธอพยายามบังคับร่างกายให้นอนนิ่งที่สุด จนมันเริ่มชา

ตึก ตึก ตึก

ก่อนจะเบิกตากว้างอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่าเขานั้นเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น

" รันต์.."

เจ้าของฝีเท้าทำเชิงเรียก ทว่า..เธอกลับเงียบไม่กระดุกกระดิก ใช้ดวงตาหรี่มองผ่านผ้าห่ม และเห็นว่าเขานั้นกำลังยืนจ้องเธออยู่ ซึ่งนั่นยิ่งทำเธอหายใจไม่ทั่วท้อง

มือใหญ่ยื่นเข้ามาใกล้ คิดจะจับขยุ้มผ้า.. ทว่าไม่ทันมาถึง

" คิมคะ "

เสียงเรียกนี้ทำเขาชะงักซะก่อน

" ครับ "

ก่อนขานรับ ยืดตัวตรง แล้วเดินกลับไป

" มีอะไรรึเปล่าคะ "

" เปล่าครับ "

ท่ามความโล่งอกของเรรันต์ ที่รอดพ้นจากการถูกจับได้ และอารมณ์นอยด์ในเวลาเดียวกัน

**********************************

เช้าวันใหม่ ปกติเรรันต์เป็นคนตื่นเช้า ถึงจะมีเรียนหรือไม่มี เช้าสุดของเธอไม่เคยเกินเจ็ดโมง นอกจากตื่นขึ้นมาเพื่อจะไปวิ่งออกกำลังกายสูดโอโซนในสวนของหมู่บ้านแล้วนั้น บางครั้งเธอยังเข้าครัวทำกับข้าวเองด้วย ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดหรือมีแพลนจะทำขนมเค้กขึ้นมายิ่งแล้วใหญ่ นั่นหมายความว่าเธอจะใช้เวลาอยู่ในนั้นเป็นวันๆ

ทว่า..ไม่ใช่วันนี้ วันที่มีเรียนตอนบ่าย แต่เธอกลับไม่ยอมขยับ ยังคงนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนที่นอน สลับกับการกดแป้นพิมพ์ ด้วยสีหน้าบึ้งตึงราวกับไม่ตั้งใจเล่นสักเท่าไหร่

เสมือนเธอใช้มันคั่นเวลาก็เท่านั้น ใกล้ถึงเวลาไปมหาลัยโน่นแหละ เธอถึงคิดจะลุก

ทว่าเธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่นั้น สร้างความแปลกใจต่อคนทั้งบ้าน เพราะในขณะพวกเขาลงมาทานอาหารเช้ากันพร้อมหน้า แต่กลับขาดเธอไปคนหนึ่ง จะลำบากสาวใช้ต้องเดินมาตาม เคาะประตูเรียกเธออยู่หลายครั้ง

ก็อก ก็อก ก็อก

" คุณหนูคะ..."

"...."

" คุณหนู.."

"..."

" เปิดประตูให้เจิมหน่อยค่ะ "

ทว่า เธอไม่ตอบ

ซึ่งนั่นอาจจะทำสาวใช้อย่างเจิมเสียเวลาเปล่า เพราะคนอย่างเรรันต์ ถ้าเกิดได้งอนกับเรื่องอะไรเข้าแล้ว ถ้าไม่ใช่คนที่ใหญ่กว่าและมีอิทธิพลต่อใจ เธอจะไม่สนใจใคร

แต่เหมือนเจิมจะไม่ยอมแพ้ ตัดสินใจเสียมารยาทโดยการเคาะรัวๆ อยู่อย่างนั้น เพราะหล่อนเองก็เป็นห่วง

ก๊อกๆๆๆ

" คุณหนู..ตื่นค่ะ "

แต่หารู้ไม่ความเป็นห่วงของสาวใช้ กำลังทำให้คนข้างในรำคาญ เรรันต์ถึงกับยกมือขึ้นปิดหู กัดปากแน่น ใกล้หมดความอดทนเต็มที

" คุณหนู เจิมรู้นะคะว่าคุณหนูน่ะตื่นนานแล้ว ออกมาทานข้าวเถอะค่ะ ทุกคนรออยู่ "

จนกระทั่งทนต่อความรบเร้าไม่ไหว จึงต้องตะโกนกลับไป

" หนูไม่หิว! "

" เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงก็เป็นไปไม่ได้แน่นอน คุณหนูทานข้าวเช้าตรงเวลาทุกวัน อยู่ดีๆจะไม่หิวได้ยังไง ออกมาเถอะค่ะ เจิมเตรียมโจ๊กกุ้งไว้ให้คุณหนูแล้ว "

จ๊อก.. จ๊อก ~

มันไม่ผิดไปอย่างที่เจิมว่าหรอก เรรันต์หิวข้าวจริง หลังจากที่ได้ยินเมนูนั้น เธอเผลอมโนภาพตาม พาลทำท้องร้อง

" โจ๊กกุ้ง.. ฮู๊ยยย "

ซู๊ดปาก กระซิบประโยคตรงข้ามกับความต้องการของตัวเอง

" ไม่อยากกิน "

" ไม่กินจริงๆเหรอคะ โจ๊กกุ้ง ของโปรดคุณหนูเชียวน้า เจิมคนตั้งหลายชั่วโมง ใส่กุ้งตัวโตๆ รับรองค่ะ คุณหนูจะ... "

" หยุดเดี๋ยวนี้นะ หยุดพูด ไม่งั้นหนูจะไม่คุยกับเจิมอีก "

" แต่มันอร่อยจริงๆนะคะ "

" ชิ ยั่วให้ตายหนูก็ไม่ออกไปหรอก"

" ทำไมคะ คุณหนูไม่พอใจอะไรใครหรือเปล่า บอกเจิมได้นะ เดี๋ยวเจิมจะไปฟ้องคุณนายให้"

สาวใช้หยั่งเชิง เพราะหล่อนรู้นิสัยคุณหนูของหล่อนดี

" ไม่ได้โกรธใคร เจิมออกไปได้แล้ว หนูจะอ่านหนังสือ รู้ตัวไหมว่ากวนใจหนูอยู่น่ะ "

" โธ่ คุณหนู...แต่คุณหนูไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะคะ จะอ่านหนังสือหนักยังไงก็ต้องทาน เอางี้..ให้เจิมลงไปยกมาให้ไหมคะ คุณหนูจะได้ทานไปด้วยอ่านหนังสือไปด้วย "

" ไม่ต้อง "

" ทานสักหน่อยเถอะนะคะ "

" เอ๊...เจิมนี่ หนูชักจะรำคาญแล้วนะ ก็บอกว่าไม่กินไง ไม่กิน ไม่เข้าใจหรือไง! "

เธอตั้งใจจะตะโกนประโยคนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสวมหูฟัง ทว่า กลับต้องมาอ้าปากค้างกับเสียงนี้แทน

" เจิมลงไปเก็บโต๊ะไป เดี๋ยวเรรันต์ฉันจัดการเอง "

ถึงเธอจะได้ยินมันไม่ถนัด แต่เธอก็พอจะรู้ว่าใครพูด

" ค่ะ แต่ถึงกับยกมาเองเลยเหรอคะ อันที่จริงวานเด็กทำให้ก็ได้ค่ะ"

" แค่นี้ไม่ใช่ปัญหาหรอก ไม่เป็นไร เผื่อเรรันต์ไม่สบาย อยากจะทานข้างบน เจิมลงไปเถอะ ฝากดูแลแพรวเขาด้วยนะ บอกเขาเดี๋ยวฉันไปส่ง"

" ได้ค่ะ.. "

ประโยคสนทนาเงียบลง ในขณะที่คนในห้องกำลังเงี่ยหูฟัง ก่อนจะเบิกตาโพลงอีกรอบ มองลูกบิดประตูขยับ

" ฮ๊ะ! O.O"

ใช่! คิมหันต์กำลังจะไขกุญแจเข้ามาและเธอคงไม่รู้ด้วยว่า นับตั้งแต่ที่เธอถกเถียงกับสาวใช้อยู่ เขานั้นได้ยินหมดแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel