บทที่4 เซอร์ไพรส์
บทที่4 เซอร์ไพรส์
ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!
เสียงกริ่งหน้าห้องดังรัวจนเจ้าของห้องขมวดคิ้ว
“ใครแม่งมากดกริ่งรัววะ” ไคเลอร์วางอาหารในมือลง ก่อนลุกเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าหงุดหงิด
ทันทีที่บานประตูเปิดออก เสียงของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“เซอร์ไพรส์!”
สิ้นเสียง ร่างของหญิงสาวหน้าตาสวย รูปร่างดี ก็ถูกดันให้มายืนอยู่ตรงหน้าเขา
ไคเลอร์นิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนสายตาคมจะตวัดกลับไปมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารโดยอัตโนมัติ และควีนก็กำลังมองมาทางนี้เหมือนกัน ดวงตาคมประสานเข้ากับดวงตากลมโตเพียงเสี้ยววินาที ก่อนควีนจะเป็นฝ่ายหลบสายตา แล้วก้มหน้ากลับไปสนใจอาหารตรงหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไคเลอร์กลับยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูก ว่าทำไมเขาถึงไม่อยากให้เธอเห็นภาพตรงหน้าเลยสักนิด
“เชี่ย! แม่งเซอร์ไพรส์กว่าอีก” เจตต์สบถออกมาเสียงดังทันทีที่มองผ่านไหล่เพื่อนเข้าไปในห้อง
ตอนแรกเขายังตกใจกับสีหน้าของไคเลอร์ที่ดูเหมือนพร้อมจะถีบใครสักคน แต่พอเห็นหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารด้านใน ความสนใจทั้งหมดก็ถูกดึงไปอยู่ที่เธอแทบจะทันที
ใครวะ...สวยฉิบหาย
ใบหน้าหวานกับรอยยิ้มสดใสที่ส่งมาให้ตามมารยาท ทำเอาคนมองถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
“มึงจะมา ทำไมไม่โทรบอกกูก่อนวะ” ไคเลอร์ถามอย่างหัวเสีย นึกอยากถีบไอ้เพื่อนเวรสักทีสองที โทษฐานพาคนมาเซอร์ไพรส์โดยไม่บอกไม่กล่าว
ถึงอย่างนั้นก็ยอมเปิดประตูให้กว้างขึ้น ปล่อยให้กลุ่มเพื่อนที่หอบของมาเต็มไม้เต็มมือทยอยเดินเข้ามาในห้อง
“พวกเราไม่ได้มารบกวนใช่ไหม” เอ็มม่าถามพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเจ้าของห้อง
เธอเป็นสาวสวยลูกครึ่ง เพื่อนสนิทของเจตต์ตั้งแต่สมัยเด็กและเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ไคเลอร์เคยแสดงออกว่าสนใจอย่างจริงจัง
ช่วงปีหนึ่งเขาเคยตามจีบเธออยู่พักใหญ่ ทั้งไปรับไปส่ง คอยดูแล และเทคแคร์ดีกว่าผู้หญิงคนอื่นจนใครต่อใครต่างคิดว่าเอ็มม่านี่แหละคงเป็นคนหยุดเสือร้ายอย่างไคเลอร์ได้
แต่สุดท้ายทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด แม้เขาจะให้ความสำคัญกับเธอมากกว่าผู้หญิงคนอื่น แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับไม่เคยมีสถานะชัดเจน และไคเลอร์เองก็ไม่เคยหยุดใช้ชีวิตตามแบบของตัวเอง
จนกระทั่งช่วงต้นเทอมของปีสอง เขาค่อย ๆ หายออกไปจากชีวิตของเธอ จากที่เคยโทรหากลับเงียบหาย จากที่เคยนัดเจอกันบ่อย ๆ กลับกลายเป็นเรื่องยากที่เธอจะได้เจอกับเขา
เอ็มม่าไม่เคยเร่งรัดเรื่องสถานะ เพราะรู้ดีว่าผู้ชายอย่างไคเลอร์ยังไม่คิดหยุดอยู่ที่ใคร แต่ที่ผ่านมาต่อให้เขาจะมา ๆ หาย ๆ ก็ไม่เคยเงียบไปนานเกินสองอาทิตย์ แต่ในตอนนี้มันกลับหายไปนานหลายเดือน
ความมั่นใจที่เคยมีเต็มร้อย ว่าสุดท้ายผู้หญิงที่ไคเลอร์เลือกเป็นแฟนต้องเป็นเธอ แต่ความมั่นใจนั้นกลับเริ่มลดลงทีละนิด โดยเฉพาะวันนี้ วันที่เธอเปิดประตูมาเจอเด็กสาวหน้าตาสะสวยอยู่กับเขาตามลำพังในห้อง ความรู้สึกแปลก ๆ ก็แล่นขึ้นมาทันที ทั้งหงุดหงิด ทั้งไม่พอใจอย่างไม่มีเหตุผล
เอ็มม่าชอบไคเลอร์ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ยิ่งเขาปฏิบัติต่อเธออย่างให้เกียรติ คอยดูแลเอาใจใส่และแทบไม่เคยปฏิเสธสิ่งที่เธอต้องการ ความรู้สึกที่มีก็ยิ่งถลำลึกลงไปเรื่อย ๆ
“ไม่รบกวนหรอก เข้ามากันก่อน” ไคเลอร์ตอบ แต่สายตากลับเผลอเหลือบไปมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหาร
ควีนกำลังมองมาทางเขากับเอ็มม่าพอดี สายตาของทั้งสองสบกันเพียงครู่เดียว แต่กลับทำให้ไคเลอร์รู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม
“งานเข้าล่ะมึง” แนนเดินตามเข้ามาในห้องอีกคน เธอเอ่ยเบา ๆ กับไคเลอร์
“ใครวะ โคตรน่ารัก”
จอมทัพที่เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายขยับเข้าใกล้ไคเลอร์ ก่อนจะกระซิบถามให้ได้ยินกันเพียงสองคน
“เดี๋ยวนี้มึงคุยกับเด็กมัธยมแล้วเหรอวะ”
เพียะ!
ฝ่ามือหนาตบลงกลางศีรษะของจอมทัพเสียงดังทันที
“โอ๊ย! เชี่ยไค!” เสียงสบถดังออกมา เมื่อรู้สึกเจ็บที่ศีรษะ
“น้องสาวไอ้เคท มึงก็พูดไปเรื่อย เดี๋ยวมันได้มากินหัวกู” ไคเลอร์สวนกลับอย่างหงุดหงิด
“กูเคยได้ยินคนที่คณะพูดว่าน้องไอ้เคทสวย แต่ไม่คิดว่าจะสวยขนาดนี้นี่หว่า”
จอมทัพยังคงมองคนตัวเล็กไม่วางตา แววตาเจ้าชู้ฉายชัดเสียจนคนข้าง ๆ เริ่มรู้สึกขัดหูขัดตาขึ้นมา
“นี่ควีน น้องสาวเคท” ไคเลอร์เอ่ยแนะนำเสียงเรียบ ก่อนหันไปทางคนตัวเล็ก
“ควีน นี่เพื่อนพี่”
“สวัสดีค่ะ” มือเรียวเล็กยกมือไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อม พร้อมส่งยิ้มหวานให้
แต่เมื่อเห็นว่าสายตาหลายคู่ยังคงจ้องมองมาทางตัวเอง ควีนก็เริ่มทำตัวไม่ถูก สุดท้ายจึงเลือกก้มหน้าก้มตากินพิซซ่าต่อเงียบ ๆ
“แล้วน้องมาอยู่ห้องมึงได้ไงวะ”
จอมทัพเดินกลับมาหาไคเลอร์ ก่อนลดเสียงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ควีนนั่งรอเคทอยู่ที่ล็อบบี้ กูกลับมาเจอพอดี เลยให้ขึ้นมารอบนห้อง” ไคเลอร์ตอบอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“ถามมากจังวะ”
ถึงปากจะพูดบ่นเพื่อน แต่สายตาก็วนกลับไปมองคนที่กำลังนั่งกินพิซซ่าอีกครั้ง
“อ๋อ...” จอมทัพลากเสียงยาว ก่อนพยักหน้าราวกับเพิ่งเข้าใจอะไรบางอย่าง
“ที่ช่วงหลังพวกมึงเอะอะก็ไปบ้านไอ้เคท เพราะอย่างนี้นี่เอง”
“อะไรของมึง!”
“กูไม่น่าพลาดเลยว่ะ” จอมทัพมองไปที่ควีนแล้วทำหน้ารู้สึกเสียดาย
พูดจบ จอมทัพก็เดินตรงไปหาควีนที่นั่งอยู่เพียงลำพัง ทิ้งให้ไคเลอร์มองตามด้วยสายตาหงุดหงิด เขารู้สึกหงุดหงิดจอมทัพมันไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ใจจริงตอนนี้อยากไล่มันออกจากห้องซะเหลือเกิน
“อร่อยไหมครับ”
จอมทัพลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วนั่งลงอย่างถือวิสาสะ ควีนเงยหน้าขึ้นจากพิซซ่าเมื่อเห็นรอยยิ้มเป็นมิตรของอีกฝ่ายจึงยิ้มตอบ
“อร่อยค่ะ พี่ทานด้วยกันไหมคะ”
“ได้สิครับ ถ้าน้องควีนชวน พี่ไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว” จอมทัพรับตอบทันที
ไคเลอร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลเหลือบมองเพื่อนด้วยหางตา ไอ้นี่...เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงห้านาที เรียกน้องควีนเสียงหวานเชียวนะมึง
ครืด... ครืด...
เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวดังขึ้น ควีนจึงรีบหยิบขึ้นมากดรับสาย
“ค่ะ พี่เคท”
(อยู่ไหน ธีร์กำลังเข้าไปรับนะ)
“ควีนอยู่ห้องพี่ไคค่ะ แล้วอีกนานไหมคะกว่าพี่ธีร์จะมาถึง”
(อีกสักชั่วโมง ตอนนี้ธีร์กำลังออกจากมหา'ลัย)
“ได้ค่ะ”
ควีนตอบรับก่อนกดวางสาย ดวงตากลมโตมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจเบา ๆ อีกตั้งหนึ่งชั่วโมง
เธอเก็บโทรศัพท์ลงโดยไม่คิดอะไร แต่ไม่รู้เลยว่าตั้งแต่เมื่อครู่มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาทางเธอไม่วาง
