บท
ตั้งค่า

บทที่5 สนิท

บทที่5 สนิท

หลังจากควีนวางสายโทรศัพท์ เธอก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าสายตาหลายคู่ภายในห้องกำลังมองมาทางตัวเอง ใบหน้าหวานพลันฉายแววประหม่า ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างทำตัวไม่ถูก ก่อนจะหันไปหาคนที่คุ้นเคยที่สุดในห้องและไคเลอร์เองก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน

“ควีนคุยโทรศัพท์เสียงดังเหรอคะ” สีหน้าเลิ่กลั่กของคนถามเรียกรอยยิ้มจากคนที่มองอยู่ได้ไม่น้อย

“แล้วนี่อิ่มหรือยัง นั่งกินมาตั้งนานแล้ว” แทนที่จะตอบคำถาม เขากลับถามกลับเสียอย่างนั้น

“อิ่มแล้วก็ได้ค่ะ” ควีนตอบเสียงเบา

ถ้าอยู่กันเพียงสองคน เธอคงเถียงเขาไปแล้ว แต่เพราะตอนนี้มีเพื่อนของไคเลอร์อยู่เต็มห้องจึงได้แต่เก็บอาการเอาไว้

“แสดงว่ายังไม่อิ่ม”

ไคเลอร์ปรายตามองถาดพิซซ่าที่ว่างเปล่าไปแล้วหนึ่งถาด ก่อนเลื่อนสายตาไปยังอีกถาดที่ยังเหลืออยู่ แล้วก็เห็นสายตาละห้อยของเด็กดื้อกำลังมองมันไม่วางตา

“ตัวก็แค่นี้ จะกินอะไรนักหนา”

“มึงจะดุน้องทำไมวะ” จอมทัพแทรกขึ้นทันที ก่อนหันไปส่งยิ้มให้ควีน

“น้องควีน มากินต่อเลยครับ ไม่ต้องไปฟังมัน”

“ไม่แล้วค่ะ ควีนอิ่มแล้ว” ควีนฉีกยิ้มหวานให้จอมทัพที่ใจดีกับเธอ

รอยยิ้มนั้นทำเอาจอมทัพยิ้มตามอย่างห้ามไม่อยู่ สายตาที่มองเธอแทบไม่คิดจะปิดบังความสนใจ ‘เด็กอะไร น่ารักเป็นบ้า’

“อิ่มแล้วก็กินยา” เสียงทุ้มดังแทรกขึ้น ไคเลอร์ยื่นยาลดไข้พร้อมแก้วน้ำที่เตรียมไว้มาให้เธอ

“แล้วก็ไปนั่งเล่นตรงโน้น” ควีนรับยามากินอย่างว่าง่าย ก่อนจะย้ายตัวเองออกจากโต๊ะอาหารไปนั่งยังโซฟาอีกมุมหนึ่งของห้องตามคำสั่งของไคเลอร์

หญิงสาวหยิบหนังสือเรียนออกจากกระเป๋า เปิดอ่านเงียบ ๆ ปล่อยให้อีกมุมของห้องกลายเป็นพื้นที่สังสรรค์ของกลุ่มรุ่นพี่ที่กำลังดื่มและพูดคุยกันอย่างออกรส

“ไคสนิทกับน้องเหรอ แล้วรู้จักกันมานานหรือยัง” คำถามของเอ็มม่าทำให้เจ้าของชื่อหันกลับมามอง

เอ็มม่าสังเกตมาพักใหญ่แล้วว่า ไคเลอร์อาจพูดจาไม่ค่อยดีกับเด็กสาวคนนั้นนัก แต่การกระทำของเขากลับสวนทางกับคำพูดทุกอย่าง

ทั้งแต่ที่แตะหน้าผากเช็กอาการไข้ เตรียมยา เทน้ำ หรือแม้แต่คอยมองว่าอีกฝ่ายกินอิ่มหรือยัง ไม่ใช่แค่เธอที่เห็น คนอื่นในห้องเองก็คงสังเกตเห็นเหมือนกัน

เอ็มม่ามีคำถามมากมายอยู่ในใจ แต่กลับไม่กล้าถามออกไปทั้งหมด เพราะสุดท้ายแล้วเธอกับไคเลอร์ก็ยังไม่ได้เป็นอะไรกัน จะเรียกว่าแฟนก็ไม่ใช่ คนคุยก็ไม่เชิง แม้อยากถามถึงสถานะของตัวเองมากแค่ไหน เธอก็ยังไม่กล้าเพราะกลัวว่าคำตอบที่ได้จะไม่ใช่อย่างที่ตัวเองต้องการ

“ทำไมเหรอ เราดูสนิทกับน้องขนาดนั้นเลย” ไคเลอร์เลิกคิ้วขึ้นถาม แปลกใจไม่น้อยที่เอ็มม่าถามคำถามนี้

หากถามว่าสนิทไหม ไคเลอร์เองก็ตอบได้ไม่เต็มปาก เพราะเวลาที่เจอกัน ส่วนใหญ่มีแต่เถียงกันมากกว่าจะพูดกันดี ๆ เสียอีก

แต่ถึงอย่างนั้นตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาก็อยู่ใกล้ควีนมาตลอด รู้แทบทุกเรื่องของเธอ คอยรับคอยส่ง และคอยจัดการสารพัดเรื่องให้จนกลายเป็นความเคยชิน ถ้าแบบนี้ก็คงเรียกว่าสนิทได้อยู่มั้ง

“ก็ดูสนิทกันนะ” เอ็มม่าตอบพลางลอบสังเกตสีหน้าของไคเลอร์ไปด้วย ในใจก็ลุ้น ๆ คำตอบของเขาอยู่เหมือนกัน

“จะว่าสนิทก็สนิทนะ” ไคเลอร์ยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ ก่อนตอบคำถามของเอ็มม่าอย่างแบ่งรับแบ่งสู้

พูดจบ สายตาคมก็เผลอเลื่อนไปยังอีกมุมของห้อง ควีนกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ ใบหน้าหวานดูเรียบร้อยผิดกับนิสัยดื้อรั้นที่เขารู้ดีว่าเจ้าตัวมีอยู่เต็มเปี่ยม เพียงนึกถึงวีรกรรมแสบ ๆ ที่มักได้เจอบ่อยครั้ง มุมปากของไคเลอร์ก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ภาพนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาของเอ็มม่า ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นวาบขึ้นกลางอก เล็บเรียวจิกลงบนฝ่ามือตัวเองอย่างลืมตัว

เธอไม่ชอบสายตาแบบนั้น ไม่ชอบเลยสักนิดเพราะมันทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่าไคเลอร์กำลังสนใจเด็กสาวคนนั้น

“แล้วคิดยังไง พวกมึงถึงหอบกันมาห้องกูได้วะ” ไคเลอร์หันไปถามเจตต์

เขาตั้งใจเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากตอบคำถามของเอ็มม่า เพราะดูท่าแล้วหากยังปล่อยให้คุยเรื่องนี้ต่อเธอคงมีคำถามตามมาอีกเป็นชุด

“คิดถึงมึงไง” เจตต์ตอบหน้าตาย

“แล้วก็เหงาด้วย ช่วงนี้มึงแทบไม่มาเจอพวกกูเลย คืนนี้ชวนไปเที่ยวก็ไม่ไป” เขาเว้นจังหวะ ก่อนเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกล

“อีกอย่าง มีคนคิดถึงมึง กูก็เลยพามาหาถึงที่นี่” สายตาของทุกคนหันไปทางเอ็มม่าแทบจะพร้อมกัน

เอ็มม่ายิ้มเขิน แก้มเนียนขึ้นสีจาง ๆ จนคนรอบข้างอดยิ้มตามไม่ได้ คนในกลุ่มต่างรู้ดีว่าเอ็มม่ารู้สึกอย่างไรกับไคเลอร์และทุกคนก็เคยคิดเหมือนกันว่าไคเลอร์เองก็คงชอบเธอไม่ต่างกัน แต่ก็ไม่รู้ทำไมไคเลอร์ถึงไม่คิดจะสานต่อความสัมพันธ์กับเอ็มม่าจริง ๆ จัง ๆ สักที

จากปีหนึ่งจนถึงปีสาม ทุกคนทั้งลุ้น ทั้งเชียร์แต่ไคเลอร์ก็ยังคงเป็นไคเลอร์ ยิ่งช่วงหลังมานี่เขายิ่งดูห่างเหินจากเอ็มม่ามากขึ้น จนกลายเป็นฝ่ายหญิงที่ต้องพยายามเข้าหาเสียเอง

“กูไม่อยากไป เบื่อ ๆ แล้วกูก็อยากนอนด้วย เพิ่งปั่นงานส่งอาจารย์เสร็จ” ไคเลอร์ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

ไคเลอร์ยกกระป๋องเครื่องดื่มขึ้นจิบ ก่อนสายตาจะเลื่อนไปอีกมุมห้องอย่างเคยชิน เด็กดื้อของเขายังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เดิม โดยไม่รู้ตัวเลยว่าสายตาของไคเลอร์มักจะคอยมองมาที่เธออยู่เสมอ

กลุ่มเพื่อนที่มาหาเขาในวันนี้ล้วนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยม และเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ด้วยกัน เพียงแต่แยกไปเรียนคนละสาขา

ส่วนไคเลอร์นั้นเรียนสาขาเดียวกับเคทและธาม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชีวิตของพวกมักวนเวียนอยู่ใกล้กันเสมอ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel