Chapter 2
Chapter 2
“หนูไม่ได้หมกมุ่นหรอกค่ะ แต่หนูไม่ได้ตายด้านเหมือนพี่กาย” พอโดนกล่าวหาว่าหมกมุ่นเรื่องเซ็กซ์ ต่อมความอยากเอาชนะก็แทรกเข้ามากลางใจ จนวาวีเถียงกลับแบบข้าง ๆ คู ๆ ทั้งที่ตอนนี้เธอกำลังยั่วเขาอยู่แท้ ๆ
“น้องจะคิดยังไงก็เอาที่สบายใจเถอะ” สกายไม่ได้หัวร้อนไปกับคำสบประมาทของเธอเลยสักนิด เขายังคงพูดอย่างใจเย็น
“โอเค งั้นหนูขอทำในสิ่งที่สบายใจหน่อยนะคะ” พูดจบ วาวีก็สะบัดมือออกจากพันธนาการของเขา จากนั้นก็ยกแขนเรียวเล็กคล้องลำคอคนตัวสูง แล้วกดท้ายทอยคนตัวสูงให้โน้มใบหน้าลงมาหา เพื่อจูบเขาอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากหยักอย่างสะเปะสะปะ
นี่เป็นจูบแรกของวาวีที่ต้องรุกเอง ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ เธอจึงได้แต่ดูดดึงลิ้นสากไปมั่ว ๆ เพราะคนตัวสูงไม่สอนงานเลยสักนิด เขายืนนิ่งเหมือนหุ่น แล้วปล่อยให้หญิงสาวได้ทำตามอำเภอใจ จนคนตัวเล็กต้องหยุดจูบไปโดยปริยาย เพราะเธอรู้สึกขายหน้าเหลือเกินที่รุกขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่เคลิ้มตามเลยสักนิด
“สบายใจยัง” สกายยกมือเช็ดคราบน้ำลายที่เปื้อนริมฝีปากเล็กให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน
“สบายใจแล้วค่ะ ตอนนี้หนูรู้แล้วว่าพี่กายตายด้านจริง” วาวีพูดสบประมาทเขาอีกครั้ง
“หึ...” สกายแสยะยิ้มมุมปาก จ้องมองหญิงสาวด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา จากนั้นเขาก็ดึงแขนเรียวเล็กผละออกจากลำคอ ขยับเท้าถอยห่างจากคนตัวเล็ก ก่อนที่จะเดินออกจากห้อง แต่เมื่อเปิดประตูปุ๊บก็เห็นธาวินยืนทำหน้าถมึงทึงเหมือนยักษาอยู่หน้าห้องเก็บของ
“มึงเข้าไปทำอะไรในห้องนี้” ธาวินถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเหมือนคนใจเย็น ทั้งที่เขากัดฟันเสียงดังกรอด ๆ ด้วยอารมณ์โมโห ก่อนหน้านี้เขาออกไปคุยธุระสำคัญ แต่เมื่อกลับเข้ามาในร้าน สกายและน้องสาวของเขากลับหายไปทั้งคู่ เขาเดินตามหาสกายที่ห้องน้ำ แต่กลับไม่เห็นสกายอยู่ที่นั่น จนกระทั่งมาได้ยินน้องสาวของเขาพูดว่า ‘ตายด้าน’ ซึ่งในขณะที่ธาวินกำลังจะถีบประตูห้องเก็บของ สกายกลับเปิดประตูออกมาเสียก่อน
“เข้าห้องน้ำ” สกายเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ได้เกรงกลัวคนตรงหน้าเลยสักนิด
“อย่าตอแหลไอ้สัดกาย มึงเข้าไปขี้ที่ห้องเก็บของหรือไง” ธาวินพุ่งตัวเข้าหาสกายพร้อมทั้งจับดึงคอเสื้ออย่างแรง
“เป็นเชี่ยอะไรของมึงไอ้สัด” สกายปัดมือธาวินผละออกจากคอเสื้อ จากนั้นเขาก็ผลักธาวินถอยห่างจากตัว แล้วจัดเสื้อให้เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม
“อย่าให้กูต้องใช้กำลังกับมึงนะไอ้กาย ตอบกูมา มึงเข้าไปทำอะไรในห้องเก็บของ” ธาวินถามสกายอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนิ่ง
“หนูดึงพี่กายเข้าไปในห้องนี้เองแหละ” วาวีตัดสินใจเดินออกมาจากห้องเก็บของ คราแรกที่ได้ยินเสียงพี่ชาย เธอตั้งใจจะหลบอยู่ในห้องนี้ก่อน แล้วค่อยออกไปทีหลัง แต่พอได้ยินพี่ชายหาเรื่องสกาย โดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด หญิงสาวก็เลยต้องออกมาปกป้องสักหน่อย
“คิดจะทำบ้าอะไรของเธอ...วาวี” ธาวินถามวาวีด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ซึ่งจากที่เขาได้ยินวาวีพูดว่า ‘ตายด้าน’ วาวีคงคิดจะทำอะไรไม่ดีกับเพื่อนของเขาแน่ ๆ
“เฮียน่ะสิคิดบ้าอะไรอยู่ หนูก็แค่คุยธุระส่วนตัวกับพี่กายเท่านั้น” วาวีตอบกลับพี่ชายด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ จากนั้นเธอก็เดินเข้าร้านคาเฟ่ด้วยสีหน้าผิดหวังที่ไม่เป็นไปตามที่คิดไว้
“คุยธุระส่วนตัวอะไรกันวะ ทำไมถึงต้องพูดว่าตายด้านด้วย” ธาวินพูดไล่หลังน้องสาวที่ดูเหมือนอารมณ์ไม่ดีนัก
“แคะขี้หูบ้างนะไอ้สัด ตายด้านพ่องมึงสิ” ด่าเพื่อนจบ สกายก็เดินเข้าร้านคาเฟ่อีกคน
“สรุปกูหูฝาดเหรอวะ” ธาวินบ่นพึมพำกับตัวเอง จากนั้นเขาก็เดินตามสองคนนั้นเข้าร้านไป แต่เมื่อเข้ามาในร้านปุ๊บ บริษัทที่พวกเขาห้าคนร่วมหุ้นกัน เกิดปัญหาขึ้นพอดี แก๊งพี่ชายของวาวีก็เลยพากันออกจากร้านไป
เมื่อภายในร้านคาเฟ่สงบลง วาวีก็เปิดร้านตามปกติ พอเปิดร้านปุ๊บลูกค้าก็เดินเข้าร้านทันที
“อเมริกาโน่แก้วหนึ่งครับ” ลูกค้าใบหน้าหล่อขาวสะอาดสั่งเมนูกาแฟด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“รอสักครู่นะคะคุณลูกค้า” วาวีตอบกลับด้วยน้ำเสียงหวาน
“ครับผม” ลูกค้าหนุ่มหล่อพยักหน้ารับ จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งโซนไพรเวตคาเฟ่
“น้องวาวี...ผู้ชายคนนี้แหละที่ฝากดอกกุหลาบมาให้น้องถึงสองครั้งน่ะ” ใบตองกระซิบบอกวาวีเสียงเบา เมื่อจำได้ว่าลูกค้าหนุ่มหล่อที่ใส่เสื้อช็อปวิศวะคนนี้กำลังตามจีบเจ้านายของตน
