Chapter 1
นิยายเรื่อง : เด็กคนนี้…หวงรักเพื่อนพี่ชาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ พ.ศ. 2558 (ฉบับเพิ่มเติม) นิยายเรื่อง เด็กคนนี้…หวงรักเพื่อนพี่ชาย เป็นลิขสิทธิ์ของนามปากกา บีน่าเลดี้ แต่เพียงผู้เดียว ไม่อนุญาตให้คัดลอก ลอกเลียน และดัดแปลง เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเรื่องนี้โดยเด็ดขาด
Chapter 1
‘หนูอยากเป็นเมียพี่กาย ไม่ได้อยากเป็นน้องสาวของพี่กายซะหน่อย รู้ไว้ซะด้วย’
หญิงสาวใบหน้าสวยน่ารักราวกับตุ๊กตา ผู้เป็นเจ้าของร้านคาเฟ่ ตัดพ้อในใจ เมื่อเพื่อนสนิทของพี่ชายมักชอบพูดว่า ‘เธอนั้นเปรียบเหมือนน้องสาวของเขา’ ได้ยินทีไรเป็นต้องหงุดหงิดทุกที กับสถานะห่วย ๆ ที่เธอไม่ต้องการ เพราะคนหล่อ เพอร์เฟกต์ โพรไฟล์ดีอย่างเขา ตำแหน่งเดียวที่เธออยากเป็น นั่นก็คือ เมียไม่ใช่น้องสาว
แต่ถึงอยากจะเป็นเมียจนตัวสั่น วาวีก็ทำได้แค่เก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ในใจ เพราะหากเปิดเผยความรู้สึกออกไป มักจะมีใครบางคนทำตัวเป็นพ่อคนที่สองของเธอทันที
“มองอะไร” น้ำเสียงคุ้นเคยของคนคนนี้แหละ ที่เธอหมายถึงน่ะ
“นี่มันคาเฟ่ของหนูนะ หนูจะมองส่วนไหนของร้านก็ได้” วาวีหันมามองหน้าพี่ชายด้วยแววตาเอือม ๆ วาวีไม่แน่ใจว่า เขาเกิดมาเป็นพี่ชายหรือพ่อกันแน่ ถึงได้ชอบจับผิดเธอนัก โดยเฉพาะเรื่องผู้ชาย
“น้องวาวีจะบอกไอ้วินว่า...อย่าเสือกใช่ไหม” ซีวิค ผู้เป็นเจ้าของสนามแข่งรถและทายาทบริษัทเครื่องดื่มน้ำเมาพูดแทรกขึ้นด้วยสีหน้าทะเล้นตามประสาเพื่อนสนิทของธาวินที่เวลารวมตัวกันทีไรมักจะพูดกวนกันอยู่เสมอ
“อย่าสั่งสอนสิ่งเลว ๆ ให้น้องสาวของกูไอ้เชี่ยซี” ธาวิน รองประธานห้างสรรพสินค้าหรูเดอะไนท์ตอบกลับซีวิคด้วยน้ำเสียงดุดันที่มันชี้ทางให้วาวีต่อกรกับเขา
“ถ้าอยากจะมองอะไรเจริญหูเจริญตา น้องวาวีหันมามองที่พี่นี่มา” ธีโอ คุณหมอหนุ่มฮอตทายาทโรงพยาบาลเอกชนทางภาคเหนือและเจ้าของคลินิกปรึกษาด้านเพศเฉพาะทางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนหลงใหล
“หน้าตาอย่างกับส้นตีน มีอะไรให้น่ามองวะ” สกาย นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง รองประธานบริษัทฐาดลดีลอปเมนต์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พูดขัดเพื่อนสนิทอย่างไม่ไว้หน้า
“มึงหล่อตายแหละไอ้สัด” ธีโอสวนกลับทันควัน
แม้พวกเขาจะหน้าตาหล่อเหลาคนละแบบ อีกทั้งมีบุคลิกและนิสัยที่ต่างกัน แต่สิ่งที่พวกเขาเหมือนกันทั้งแก๊ง นั่นก็คือความปากแซ่บและปากสุนัขที่ไม่มีใครยอมใคร
“หยุดเถียงกันได้แล้วไอ้พวกห่า กูนี่แหละหล่อที่สุดในแก๊ง...ใช่ไหมหนู” ซีวิคพูดแทรกขึ้นพร้อมทั้งหันไปขอความเห็นจากแฟนสาวด้วยท่าทางมั่นหน้าสุด ๆ
“ใช่ค่ะ” สาวแว่นใบหน้าสวยใสเออออตามแฟนหนุ่มด้วยรอยยิ้มแห้งที่เขามักชอบชมตัวเองอยู่เสมอ แม้จะเป็นเรื่องจริงก็เถอะ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อายเพื่อน ๆ ของเขาเหมือนกันที่แฟนหนุ่มมักอวยตัวเองแบบไม่อายใคร
“หนูขอค้านค่ะ” สาวสวยวิศวะเอ่ยแทรกขึ้นจากนั้นก็เดินไปยืนข้างหลังแฟนหนุ่ม โดยเอาแขนเรียวเล็กโอบกอดรอบคอแฟนหนุ่มไว้หลวม ๆ ก่อนจะเอาใบหน้าสวยเกยไว้บนไหล่แกร่ง “พี่หมอของอิงหล่อที่สุดในแก๊งค่ะ”
“พูดดีนะเนี่ย อวยผัวแบบนี้แหละถูกต้องแล้ว” สายลม คุณหมอเถื่อน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนของตระกูลเตชะอมรทรัพย์ ดึงแฟนสาวมานั่งบนตัก แล้วฟัดแก้มแฟนสาวต่อหน้าเพื่อนของเขาอย่างไม่เคอะเขิน
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดข่มกันไปเรื่อยเปื่อย พนักงานร้านคาเฟ่ก็หอบดอกกุหลาบช่อโตเข้ามาในร้านอีกครั้ง
“ขออนุญาตค่ะ เอ่อ...น้องวาวีคะ หนุ่มวิศวะคนเดิม ฝากดอกกุหลาบมาให้อีกแล้วค่ะ” ใบตองพนักงานร้านคาเฟ่วัย 27 ปีพูดด้วยรอยยิ้มแป้นดีใจที่มีหนุ่มหล่อฝากดอกกุหลาบมาจีบเจ้านายคนสวยของตน
“ว้าว! เขาเอาดอกกุหลาบมาให้วาอีกแล้วเหรอคะ” วาวียิ้มใบหน้าระรื่น แต่ในขณะที่วาวีกำลังจะเดินออกจากมุมเคาน์เตอร์บาร์กาแฟ ธาวินก็เอาตัวมาขวางไว้ไม่ให้น้องสาวออกไปรับดอกไม้จากพนักงานร้านคาเฟ่
“รู้จักมันด้วยเหรอ?”
“ตอนนี้ยังไม่รู้จัก แต่หนูกำลังจะไปทำความรู้จักกับเขา”
“หยุดคิดบ้า ๆ เลยนะ เป็นเด็กเป็นเล็กควรตั้งใจเรียน ไม่ใช่คิดถึงแต่เรื่องผู้ชาย”
“หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ หนูอายุ 22 ปีแล้ว” วาวีเถียงกลับทันที เธอน่ะบรรลุนิติภาวะแล้ว อีกทั้งปีหน้าจะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วด้วย แต่ธาวินทำเหมือนว่าเธอยังเป็นเด็ก ม.ต้นอยู่ได้
“ถึงน้องจะอายุ 22 ปี แต่น้องทำตัวเหมือนเด็กอนุบาลอยู่เลยนะ ที่ใครเอาดอกกุหลาบมาล่อหน่อยก็ยิ้มหน้าบานให้มันซะแล้ว” สกายลุกขึ้นจากที่นั่งโต๊ะริมกระจก เดินไปรับช่อดอกกุหลาบจากพนักงาน จากนั้นก็โยนทิ้งออกไปหน้าร้าน จนหนุ่มวิศวะคนนั้นขับรถหนีออกไปทันที
“นี่ก็อีกคน จะขัดขวางคนมาจีบหนูไปถึงเมื่อไรกัน”
“น้องเลิกโวยวายเรื่องไร้สาระ แล้วตั้งใจเรียนให้จบเถอะครับ” สกายยิ้มบางพร้อมทั้งยกมือโยกหัวคนตัวเล็กเบา ๆ
“...” วาวีชะงักนิ่งไปทันที เขาพูดเพราะนะ แต่คำพูดเพราะ ๆ ของเขาเหมือนตบหน้าจนด้านชา อีกทั้งวาวีขัดใจมากที่เขามักเรียกเธอว่า ‘น้อง’ ที่เหมือนเป็นคำย่อมาจาก ‘น้องสาว’
“พูดเฉย ๆ ไม่ต้องจับ” ธาวินปัดมือสกายออกจากหัววาวีทันที
“หวงไม่เข้าเรื่องนะมึงเนี่ย” สกายส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนที่จะเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ โดยที่วาวีแอบมองตามสกายอยู่ห่าง ๆ และเมื่อธาวินมีสายเรียกเข้า จนต้องออกไปคุยโทรศัพท์นอกร้าน วาวีก็เลยใช้โอกาสที่ธาวินเผลอไปยืนดักรอสกายอยู่หน้าห้องน้ำชาย
พรึ่บ!
“มาคุยกับหนูก่อน” วาวีใช้แรงฉุดดึงสกายเข้าไปที่ห้องเก็บของ จากนั้นเธอก็ดันคนตัวสูงชิดผนังห้อง โดยใช้แขนเรียวกักตัวสกายเอาไว้ทั้งที่เธอตัวเล็กกว่าเขามาก
“น้องมีอะไรจะคุยกับพี่”
“พี่กายแอบชอบหนูเหรอ ถึงไม่อยากให้หนูรับดอกกุหลาบจากคนอื่น” ก่อนหน้านี้หนุ่มวิศวะคนดังกล่าวก็ฝากดอกกุหลาบมาให้เธอเช่นกัน แต่สกายกลับโยนทิ้งถังขยะ มาครั้งนี้อีกเขาก็ยังทำเหมือนเดิมด้วยการโยนดอกกุหลาบเขวี้ยงทิ้งออกไปนอกร้าน การแสดงออกของเขามันคืออาการของคนหึง และถ้าเขาหึง นั่นก็แสดงว่าเขามีใจให้เธอเช่นกัน
“แล้วพี่มีเหตุผลอะไรถึงจะไม่ชอบน้อง ในเมื่อน้องก็เหมือนน้องสาวของพี่ น้องเลิกคิดไปเองเถอะ ที่พี่ทำไปก็เพื่อปกป้องน้องนั่นแหละ ก็น้องบอกเองหนิว่าไม่รู้จักมัน แล้วน้องจะไปรับดอกไม้จากคนแปลกหน้าทำไม? น้องไม่กลัวมันทำของใส่เหรอ?”
“หึ...หนูคิดไปเองงั้นเหรอ โอเค ๆ ถ้าพี่กายเห็นว่าหนูเป็นแค่น้องสาว งั้นพี่ก็จูบน้องสาวคนนี้หน่อยสิคะ” ถึงเหตุผลอันยาวเหยียดของเขาจะแสดงถึงความห่วงใยกลัวว่าเธอนั้นจะโดนคุณไสย แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งเลยสักนิด เพราะไอ้ประโยคที่ว่า ‘เธอคิดไปเอง’ กับประโยคอันน่าเบื่อ ‘เธอก็เหมือนน้องสาวของเขา’ พอได้ยินทีไรมันขัดใจเป็นบ้า จนรู้สึกหงุดหงิดชะมัด
“หึ...” สกายหลุดยิ้มร้ายออกมาทันที จากนั้นเขาก็จับหญิงสาวให้เป็นฝ่ายเอาแผ่นหลังชิดผนังห้อง โดยที่คนตัวสูงยืนคร่อมคนตัวเล็กเอาไว้ ชายหนุ่มจับรวบข้อมือเล็กไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียว แล้วเอามือข้างที่ว่างลูบไล้ริมฝีปากเล็กนุ่มนิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูมันวาวเบา ๆ แววตาคมกริบมองริมฝีปากจิ้มลิ้มด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะโน้มตัวเอาใบหน้าหล่อเหลาไปใกล้ใบหน้าสวยน่ารัก จนแก้มสากกับแก้มนุ่มนิ่มสัมผัสกันอย่างคลอเคลีย
“พี่ชายจะจูบน้องสาวได้ยังไงละเด็กบ้า อืม ~” ชายหนุ่มเปล่งเสียงครางในลำคอ เมื่อโดนหญิงสาวฉกจุมพิตริมฝีปากหยักอย่างรวดเร็ว
“นี่ไงคะ เราจูบกันแล้ว เป็นยังไงบ้างคะจูบกับน้องสาว” วาวียักคิ้วให้คนตัวสูงอย่างผู้ชนะ ก่อนหน้านี้เสนอตัวให้เขาจูบ แต่เขากลับลีลาท่ามาก จนเธอต้องลงมือเอง
“มันต้องรู้สึกยังไงเหรอ?” สกายถามกลับด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
“ปากก็ไม่ได้แข็งเหมือนใจ แต่ทำไมพี่กายถึงได้ตายด้านขนาดนี้”
“จูบแล้วต้องอยาก yes เหรอ?” สกายเบียดตัวเข้าหาหญิงสาว จนหน้าอกเต่งตึงบดเบียดกับแผงหน้าอกแน่น ๆ ของคนตัวสูง ทำเอาหญิงสาวใจเต้นโครมครามเหมือนหัวใจจะทะลุออกมา อีกทั้งพอได้กลิ่นกายหอม ๆ ของคนตัวสูงใกล้ ๆ ก็สร้างความวูบวาบให้เธอไม่น้อย แต่ในขณะที่ความวาบหวามกำลังแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายของคนตัวเล็ก คนตัวสูงก็พูดดักจนอารมณ์สวาทของหญิงสาวมอดดับลงทันที
“จูบแล้วอยาก yes ก็คงมีแต่คนหมกมุ่นเรื่องเซ็กซ์เท่านั้นแหละที่คิดแบบนี้ ถ้ามีเวลาว่างอย่าดูแต่คลิปโป๊ให้มาก หัดเอาเวลาไปอ่านหนังสือเรียนมั่ง จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านแต่เรื่องใต้สะดือ”
