Chapter 3
Chapter 3
“งั้นพี่ใบตองรีบชงกาแฟเลยค่ะ วาจะได้เอาไปเสิร์ฟเขา” ถึงใบตองจะเป็นเพียงพนักงาน แต่วาวีก็รักใบตองเสมือนพี่สาวคนหนึ่งรวมถึงพนักงานอีกสองคนในร้านด้วย วาวีมักทำตัวเป็นกันเองกับพนักงานเสมือนคนในครอบครัว ทำให้ลูกจ้างต่างรักและเคารพวาวีเป็นอย่างมาก
“โอเคค่ะคนสวยของพี่ใบตอง” พนักงานตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะรีบทำเครื่องดื่มให้เจ้านายสาวเอาไปเสิร์ฟลูกค้าหนุ่มหล่อวิศวะที่นั่งรอโซนไพรเวตคาเฟ่
“เป็นยังไงบ้าง” เมื่อวาวีเอากาแฟมาเสิร์ฟให้ปุ๊บ หนุ่มวิศวะก็เอ่ยถามวาวีทันที
“เขาบอกกับเราว่า...เราก็เหมือนน้องสาวของเขา” วาวีเอ่ยบอกหนุ่มวิศวะเสียงเบาด้วยสีหน้าเซ็ง หนุ่มวิศวะคนนี้เป็นเพื่อนต่างคณะของวาวี ซึ่งวาวีจ้างให้พระพายแกล้งส่งดอกไม้มาจีบเธอ เพื่อลองใจสกาย
“งั้นก็ปล่อยผ่านไปเถอะผู้ชายคนนี้ สวย ๆ แบบเธอผู้ชายรอจีบเพียบ”
“เราไม่อยากได้คนอื่น เราอยากได้คนนี้ พระพายพอจะรู้จักพ่อหมอทำเสน่ห์ไหม”
“เธอจะทำเสน่ห์เลยเหรอ?”
“อืม...ก็เขาอยากเล่นตัวดีนัก เราคิดว่าจะทำของใส่แม่งเลย” สกายอ้างว่าที่เขวี้ยงดอกกุหลาบทิ้งเพราะกลัวคนทำของใส่เธอ ในเมื่อเขาคิดแบบนั้น เธอนี่แหละจะทำของใส่เขาแทน
“อย่าคิดทำเรื่องบ้า ๆ น่า เดี๋ยวของเข้าตัว อะเอาขวดนี้ไปพิสูจน์รักดีกว่า” พระพายยื่นขวดเล็กบรรจุน้ำสีใสส่งให้วาวี
“มันคืออะไร”
“ยาปลุกเซ็กซ์ไง รับรองว่าเธอได้พี่เขาเป็นผัวแน่” พระพายยักคิ้วให้วาวีด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์
“มันจะได้ผลแน่เหรอ?” วาวีเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก เธอไม่กล้าเล่าให้พระพายฟังเลยว่าขนาดจูบเขาถึงสองครั้ง แต่เขากลับไม่เคลิ้มตามเลยสักนิด
“เธอเชื่อเราเถอะน่า เอายานี่ไปละลายพฤติกรรมคนปากแข็ง รับรองว่าถ้าพี่เขาได้จิ้มเธอแค่ครั้งเดียว พี่เขาติดใจเธอจนไปไหนไม่รอดแน่”
“ชัวร์นะ” วาวีถามย้ำอีกครั้ง
“ชัวร์สิ ก็เพราะยานี้นี่แหละ ผัวเราถึงได้หลงหัวปักหัวปำจนถึงทุกวันนี้”
“แล้วถ้าสมมติว่าพี่เขาเงี่xxขึ้นมา เราต้องทำยังไงเหรอ? เราทำไม่เป็น เรายังไม่เคยทำแบบนั้นกับใครเลย” ในเมื่อเพื่อนบอกชัวร์ เธอก็ถามถึงวิธีปฏิบัติทันที ก่อนหน้านี้เธออาจจะจูบไม่เป็นหรือเปล่า เขาถึงไม่เคลิ้มตาม ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้สักหน่อย
“เธอเอายานี้ไปผสมกับเครื่องดื่ม ส่วนเธอก็ดื่มไปด้วยเลย พอยามันออกฤทธิ์ เดี๋ยวความเงี่xxจะสอนเธอเองนั่นแหละว่าต้องรับหรือรุกยังไง”
“มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ก็แค่เอาสากลงครกจะไปยากอะไร”
“พูดอะไรน่าเกลียด” พอเพื่อนชายพูดตรง ๆ วาวีก็เขินอายจนใบหน้าแดงซ่าน
“อยากได้ผัวจนตัวสั่น อย่าแกล้งทำเป็นเขินหน่อยเลยน่า”
“เขินเป็นพิธีไปอย่างงั้นแหละ”
“เออ...ขอถามหน่อยสิ ไหนเธอเคยบอกว่าพ่อกับพี่ชายของเธอ ห้ามให้มีแฟนก่อนเรียนจบไง”
“เราไม่ได้จะมีแฟนซะหน่อย แต่เราจะมีผัวเลย เดี๋ยวเรียนจบ ค่อยจีบผัวเป็นแฟน จะได้ไม่ขัดคำสั่งพ่อกับพี่ชาย”
“คำตอบโดนใจเรามาก เธอมันเลิศมากหญิงวา”
“ก็ถ้ารอให้เรียนจบก่อน เราอาจจะอดได้ของดีน่ะสิ”
“เราว่านะ...พี่เขาอาจจะชอบเธออยู่ก็ได้ แต่ที่พี่เขาปฏิเสธ แล้วบอกว่า...เธอเหมือนน้องสาวของเขา พี่เขาอาจจะเกรงใจพี่ชายของเธอหรือเปล่า? เพราะสังเกตจากที่พี่เขาเขวี้ยงดอกกุหลาบทิ้งหน้าร้าน พี่เขาจงใจเขวี้ยงใส่เรานะ ซึ่งนั่นมันอาการของคนหึง แล้วพี่ชายที่ไหนล่ะจะหึงน้องสาว”
“นั่นสินะ พี่ชายที่ไหนจะหึงน้องสาว” วาวีรีบพยักหน้าหงึก ๆ เออออตามพระพายที่คิดไปในทางเดียวกัน
“บางทีพี่เขาอาจจะรอให้เธอเป็นฝ่ายจีบก่อนก็ได้”
“งั้นเราคงต้องเป็นฝ่ายรุกก่อนสินะ”
“ใช่...เธอต้องฝ่ายรุก รุกด้วยยาปลุกเซ็กซ์นี่แหละ จับพี่เขาทำผัวก่อนเลย แล้วค่อยจีบเป็นแฟนตามที่เธอวางแผนไว้”
“โอเค ๆ”
“งั้นวันนี้เรากลับบ้านละนะ คิดถึงผัวใจจะขาด เสียเวลาแกล้งจีบชะนีมาตั้งหลายชั่วโมงแล้ว”
“เสียเวลาอะไรยะ เราจ้างเธอเป็นหมื่นเลยนะ ให้เธอแกล้งมาจีบเราเนี่ย”
“อย่าพูดเสียงดังสิ เดี๋ยวคนอื่นก็รู้หมดหรอก ว่าเธอจ้างเรามาจีบน่ะ” พระพายแกล้งเอามือปิดปากวาวี สักพักเขาก็ผละมือออก จากนั้นพระพายก็เดินเท่ ๆ ออกจากร้านคาเฟ่ หากดูภายนอกจะไม่รู้เลยว่าพระพายเป็นกลุ่มเพศ LGBTQ และถึงแม้ว่าพระพายจะเป็นเพศสภาพไหนก็ตาม แต่พระพายเป็นเพื่อนต่างคณะที่น่ารักกับวาวีมาก
หลังจากพระพายเดินออกจากร้านไปแล้ว วาวีก็หันกลับมามองของในมือพลางคิดว่าจะทำตามคำแนะนำของพระพายหรือจะไปทำเสน่ห์ดี? เพราะตอนนี้วาวีอยากให้สกายหลงรักเธอแบบหัวปักหัวปำ ชนิดที่ว่าคนนิ่ง ๆ อย่างเขาอ้อนรักเธอเหมือนลูกแมวตัวเชื่อง ๆ อ้อนรักเจ้าของ...
