ตอนที่ 2 เข้าใจผิด
ตอนที่ 2 เข้าใจผิด
นานมากแล้วที่ลูคัสไม่ได้กินขนมไทย ตอนนี้เขากำลังเดินเลือกซื้อขนมไทยหน้าตาแปลกๆด้วยความตื่นเต้น
"ขนมแบบนี้เรียกว่าขนมอะไรครับ" ลูคัสถามแม่ค้า เนื่องจากจำชื่อขนมไม่ได้ เขาเคยกินตอนเด็กๆซึ่งนานมากแล้ว คุณแม่ของเขาเคยซื้อให้กิน รสชาติของขนมครกหวานมันอร่อยมาก ส่วนแม่ค้าที่ได้ยินคำถาม มีสีหน้างุนงงเล็กน้อยแต่ก็ยอมตอบคำถามเมื่อสักครู่นี้แต่โดยดี
"ขนมครกค่ะ" ภาพที่เห็นแม่ค้ากำลังตักออกจากเตาหลุมร้อนๆท่าทางน่าอร่อย ขนมครกมีกลิ่นหอมหวานมันที่เป็นเอกลักษณ์ เกิดจากการผสมผสานระหว่างกะทิสดที่โดนความร้อนกับความหอมของแป้งข้าวจ้าวและกลิ่นควันไฟอ่อนๆ ทำให้เกิดความรู้สึกอยากลองชิม
"ผมเอาขนมครกสองกล่องครับ" ในขณะที่ลูคัสกำลังเลือกซื้อขนมไทยและอาหารไทย อย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น อยู่ๆก็มีคู่อริของน้องชายผ่านมาเห็นเข้าพอดี
"นั่นไอ้ออสตินนี่หว่า" ลูคัสและออสติน มีรูปร่างและใบหน้าเหมือนกันมากราวกับคนคนเดียวกัน เพราะทั้งสองคนคือฝาแฝด! แต่คนส่วนน้อยนักที่จะรู้ว่าออสตินมีฝาแฝด เพราะลูคัสไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย จึงไม่แปลกที่คนส่วนมากไม่รู้
ตั้งแต่ครอบครัวของเขาย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยได้ประมาณห้าปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ลูคัสได้มาเหยียบเมืองไทย ไม่นับรวมตอนเด็กๆที่คุณแม่เคยพามาหาคุณตากับคุณยาย ซึ่งตอนนี้พวกท่านเสียไปนานแล้ว
"เฮ๊ย!! เจอตัวจนได้นะมึง" เข้ม...หรือพี่เข้ม เป็นลูกชายของเสี่ยราชัน ผู้มีอิทธิพลในอำเภอแห่งนี้ เดินเข้ามาหาเรื่องลูคัส พร้อมกับลูกน้องอีกสองคน
"พวกมึงเป็นใคร กล้าดียังไง มาขึ้นเสียงใส่กู" ลูคัสอยู่อิตาลีเขาคือเจ้าพ่อคาสิโน ไม่มีใครกล้ามาเสียงดังใส่เขาแบบนี้มาก่อน ซึ่งวันนี้เขาเดินทางมาคนเดียว ตอนแรกลูกน้องจะขอติดตามมาด้วยสองคน แต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธ เขาคิดมาโดยตลอดว่าเมืองไทยปลอดภัย แต่ดูจากสถานการณ์ตรงหน้าตอนนี้แล้ว เขาน่าจะคิดผิด!
"มึงอย่ามาทำเป็นความจำเสื่อมหน่อยเลย ใครใช้ให้มึงมาสาระแนเรื่องของกู" ประโยคนี้ของผู้ชายตรงหน้า ทำให้ลูคัสรู้ได้ทันทีว่า คนที่กำลังยืนคุยอยู่กับเขากำลังเข้าใจผิดคิดว่าเขาคือออสติน และดูเหมือนว่าพวกมันตั้งใจเข้ามาหาเรื่องโดยเฉพาะ
"แล้วพวกมึงจะเอายังไง" เขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ในเมื่อมีเรื่องมาหา เขาก็พร้อมที่จะสู้โดยไม่ลังเล ซึ่งพวกมันมากันสามคนพร้อมอาวุธในมือ คนหนึ่งถือไม้เบสบอล อีกคนถือมีดพกเล่มเล็ก อีกคนถือไม้หน้าสามขนาดกำลังเหมาะมือ ส่วนเขาตัวคนเดียวในมือกำลังถือของกินพะรุงพะรัง
"เรื่องนี้เอาไว้สะสางกันวันหลังได้ไหม เสียดายของกิน" เขาส่งสายตามองลงมาที่ถุงของกินในมือ แววตาไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด ถึงแม้ว่าจะหนึ่งต่อสามก็ตาม เขารู้สึกเป็นห่วงของกินในมือยิ่งกว่าชีวิต แต่ดูจากสีหน้าของคนที่เข้ามาหาเรื่องแล้ว ท่าทางมันจะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ
"ไม่ต้องไปฟัง จัดการมัน!!" จากนั้นพวกมันสามคนก็เลือกที่จะเปิดทันที ลูคัสอาศัยช่วงตัวแขนขาที่ยาวกว่าสูงกว่าปกป้องตัวเอง และแล้วตอนนี้ก็เริ่มมีชาวบ้านในตลาดเข้ามายืนมุงดู สามต่อหนึ่งท่าทางสูสี แต่ด้วยความเป็นห่วงของกินที่ถืออยู่ในมือ ทำให้ลูคัสพลาดท่าถูกใบมีดของอีกฝ่ายโดนแขนจนได้รับบาดเจ็บ เขาจึงเลือกที่จะโยนถุงขนมพวกนั้นทิ้ง แล้วหันไปต่อสู้ด้วยลีลาท่าทางที่ไม่เป็นสองรองใคร
ในขณะที่หน้าตลาดกำลังมีเรื่องกัน พิมพ์นาราขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดี เห็นคนในตลาดกำลังยืนมุงดูอะไรกันสักอย่าง จึงจอดรถหยุดดูด้วย เธอเห็นพี่ชายที่เธอรู้จักกำลังถูกรุม ซึ่งคนที่รุมก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนักเลงแถวนี้นี่เอง
"ตำรวจมา! ตำรวจมา!" พิมพ์นาราตะโกนเสียงดังลั่น จนเข้มกับพวกต้องยอมถอย และแล้วสายตาของพิมพ์นาราก็เหลือบไปเห็นแขนของพี่ชายที่เธอรู้จักมีเลือดสดๆไหลออกมา นั่นจึงทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเขาได้รับบาดเจ็บ
"ป้าๆลุงๆยืนดูกันอยู่ได้ ไม่คิดจะเข้าไปห้ามบ้างหรือไง" ลูคัสมองหญิงสาวตัวเล็กหน้าหวานที่วิ่งเข้ามาหาเขาในแบบไม่เกรงกลัวอันตรายด้วยสายตาชื่นชม เธอสวมเสื้อยืดคอกลมตัวใหญ่กับกางเกงยีนส์ขาสั้นและรองเท้าผ้าใบ ท่าทางทะมัดทะแมง
"ใครจะกล้า พวกนั้นมีอาวุธนะเว้ย ชีวิตเหลือน้อยอย่างพวกข้า ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวตอนแก่" คิ้วเรียวสวยบนใบหน้าหวาน ขมวดเข้าหากันจนยุ่ง ลูคัสมองดูใบหน้าของเธอรู้สึกถูกชะตา เส้นผมของเธอยาวสลวยสีดำสนิท ถูกรวบมัดเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง
"พี่ตินเป็นยังไงบ้าง" เขาไม่ใช่ออสติน! แต่ยังไม่มีจังหวะที่จะอธิบาย ส่วนผู้หญิงใจกล้าคนนี้น่าจะรู้จักกับออสตินน้องชายฝาแฝดของเขา
"ไกลหัวใจ" แผลไม่ลึก ทายาสักวันสองวันก็น่าจะหายดีแล้ว
"ขึ้นรถก่อนเถอะ หนูจะพาไปทำแผล" เธอชวนเขาซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ ลูคัสมีสีหน้าอึดอัด เขาไม่เคยซ้อนท้ายผู้หญิงมาก่อน แต่สถานการณ์ตอนนี่ทำแผลก่อนก็ดีเหมือนกัน
"ขอบใจนะ" เขายอมซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์กลางใหม่กลางเก่า โดยมีเธอเป็นคนขับให้นั่ง ไม่นานนักเธอก็จอดพร้อมกับดับเครื่องลงที่หน้าร้านไก่ย่างส้มตำร้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ได้ห่างจากตลาดสดเมื่อสักครู่มากนัก
'เธอพาผมมาที่นี่ทำไม' ลูคัสคิดในใจอยากสงสัย แต่ไม่ได้ถามหรือพูดอะไร เขายอมเดินตามหลังเธอเข้าไป
"แม่มะละกอได้แล้วนะ เดี๋ยวหนูทำแผลให้พี่ตินเสร็จจะออกมาปอกให้" แม่...ลูคัสเข้าใจว่าที่นี่น่าจะเป็นบ้านของเธอ
"ตินไปโดนอะไรมาลูก" น้ำเสียงของผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง เอ่ยถามลูคัสด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย ลูคัสเริ่มแน่ใจแล้วว่าทุกคนรู้จักออสตินเป็นอย่างดี แต่ไม่รู้ว่ารู้จักกันในฐานะอะไร
"ก็พี่เข้มน่ะสิแม่ มาหาเรื่องพี่ติน" ประโยคนี้เป็นเสียงของพิมพ์นาราช่วยตอบแทนให้
"ไอ้พวกนี้ที่หลังอย่าไปอยู่ใกล้มันนะติน" ลูคัสไม่ได้พูดอะไรเขาทำได้แค่อมยิ้มส่งไปให้ รู้สึกได้ถึงความใจดีของคนที่นี่
ในขณะที่พิมพ์นาราเดินนำเข้าไปด้านในร้าน หรือจะเรียกว่าหลังร้านนั่นเอง ขาของลูคัสที่กำลังก้าวเดินตามเธอไปหยุดชะงักลงทันที เขาคิดว่าพื้นที่ด้านในไม่เหมาะให้คนนอกอย่างเขาเดินเข้าไป
"ตามมาสิพี่ จะทำไหมแผลน่ะ" เธอหันหลังกลับมาเรียก ในเมื่อเจ้าของบ้านเอ่ยปากเชิญ เขาจึงยอมเดินเข้าไปด้านในแต่โดยดี
พิมพ์นารา ชื่อเล่น...พิมพ์ อายุ 25 ปี เธอเป็นลูกสาวแม่ค้าร้านส้มตำ เธอมีพี่ชายหนึ่งคนและน้องชายหนึ่งคน พี่ชายอยู่ที่นี่ด้วยกัน ส่วนน้องชายกำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่กรุงเทพฯ นานๆทีถึงจะกลับมาบ้านสักครั้ง ส่วนมากจะกลับมาช่วงปิดเทอม
"พี่ไปมีเรื่องกับไอ้พวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่" คนในละแวกนี้ไม่มีใครอยากจะยุ่งกับพี่เข้ม เข้มก็คือนักเลงหรืออันธพาลดีๆนี่เอง มีอาชีพเปิดบ่อน รับหวยใต้ดิน ออกเงินกู้นอกระบบ เข้มมีพ่อเป็นนักการเมืองท้องถิ่นคอยหนุนหลังอยู่
"........" ลูคัสเลือกที่จะเงียบเพราะไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้ยังไงดี
"ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร" ไม่ใช่ไม่อยากบอกแต่แค่ไม่รู้! ไม่รู้จริงๆ!!
"ดีนะที่แผลไม่ลึก ทนแสบนิดนึงนะ" ในขณะที่พิมพ์นารากำลังทำแผลให้ลูคัสอยู่นั้น ลูคัสได้สังเกตใบหน้าของหญิงสาวคนนี้อีกครั้ง เธอมีใบหน้าสวยหวาน ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาไร้จุดด่างดำ คิ้วเข้ม ตาโต จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่มเป็นธรรมชาติ ผิวขาวสุขภาพดีตามแบบฉบับสาวเหนือ ส่วนรูปร่างของเธอจัดว่าเป็นคนตัวเล็กแต่ไม่ผอม ส่วนสูงของเธอน่าจะประมาณหนึ่งร้อยหกสิบเห็นจะได้แต่ก็จัดว่าเตี้ยสำหรับเขาอยู่ดี
