
บทย่อ
เดิมพันรัก คำโปรย…ความเข้าใจผิดของพิมพ์นารา ทำให้ลูคัสต้องเข้ามาพัวพันกับสถานการณ์ย่ำแย่ของครอบครัวเธอ เมื่อพ่อและพี่ชายเสียพนันครั้งใหญ่จากการโกงของอีกฝ่าย เจ้าของคาสิโนอย่างลูคัสจะนั่งดูเฉยๆได้อย่างไร แนะนำตัวละคร ลูคัส อายุ 31 ปี เขาเป็นลูกครึ่งไทย - อิตาลี ทุกครั้งที่เขาเลือกที่จะเดิมพัน เขาไม่เคยแพ้เลยสักครั้ง พิมพ์นารา หรือ พิมพ์ อายุ 25 ปี ความมีน้ำใจของเธอ ทำให้เขาต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ จนเรื่องราวบานปลายใหญ่โต "ผมจะเอาเงินที่คุณอาถูกโกงไปในบ่อนกลับคืนมาให้เองครับ" "ถ้านายทำได้อย่างที่ปากพูด ฉันยอมยกลูกสาวให้เลย" "พ่อ!!" "ตกลง ผมรับเดิมพันนี้" ลูคัส..เขาไม่ใช่แค่เจ้าของคาสิโนที่อิตาลี เขาไม่ใช่แค่นักพนันแต่เขาคือสุดยอดเกมโกง จนได้ฉายา...เจ้าพ่อมือผี!! คู่รอง ออสติน น้องชายฝาแฝดของลูคัส ญาดา สาวน้อยชีวิตอาภัพ
ตอนที่ 1 เมืองไทย
ตอนที่ 1 เมืองไทย
ลูคัส อายุ 31 ปี ลูกครึ่งไทย - อิตาลี เขาเป็นเจ้าของบ่อนคาสิโน มีพี่น้องฝาแฝด ลูคัสเป็นแฝดพี่ ส่วนแฝดน้องชื่อออสติน
ลูคัสมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลบ่อนคาสิโนอยู่ที่อิตาลี ส่วนออสติน เขาเปิดรีสอร์ทอยู่ในชนบทแห่งหนึ่งที่ประเทศไทย ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่กับบิดามารดา
ทางด้านคุณเมสันและคุณศิริวรรณ ผู้เป็นบิดาและมารดาของลูกชายทั้งสอง ตกลงใช้ชีวิตบั้นปลายที่ประเทศไทย โดยให้ลูกชายคนโตอยู่ดูแลกิจการบ่อนคาสิโนที่อิตาลี และให้ออสตินลูกชายคนเล็ก มาอยู่กับพวกท่านที่ประเทศไทย
ณ ประเทศอิตาลี
Rrrrrrrr
เสียงโทรศัพท์มือถือของลูคัสดังขึ้น เขาเบือนสายตาไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ เห็นโปรไฟล์ของมารดาจึงรีบหยิบขึ้นมารับสายทันที
"สวัสดีครับคุณแม่" ลูคัสกรอกเสียงเข้าไปในสายสนทนาด้วยภาษาไทย ใช่แล้ว...เขาพูดภาษาไทยได้เหมือนเจ้าของภาษาเลย เพราะมีแม่คอยสอนภาษาไทยให้ตั้งแต่ยังเล็ก ส่วนตัวลูคัสเองเคยมาประเทศไทยแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
"ช่วงนี้ลูกว่างไหม" ผู้เป็นแม่มักจะโทรไปคุยกับลูกชายเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เป็นประจำแบบนี้เสมอ
"มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"ถ้าว่างหาลูกสะใภ้ให้แม่สักคนสิ แม่อยากอุ้มหลาน" ลูคัสไม่อยากมีครอบครัว เขารู้สึกว่าอาชีพอย่างเขาครอบครัวคือจุดอ่อน แต่ที่สำคัญคือเขายังไม่เคยถูกใจผู้หญิงคนไหนจริงๆเลยสักคน
"คุณแม่พูดเรื่องเดิมอีกแล้วนะครับ คุณแม่กับแดดดี้สบายดีนะครับ" ลูคัสเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องพูด คุณแม่ของเขาโทรมากี่ครั้งก็มักจะพูดแต่เรื่องเดิมๆ
"แกไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย อายุก็ไม่น้อยแล้ว ถึงเวลาควรมีครอบครัวได้แล้วนะ" คุณศิริวรรณค่อนข้างหนักใจ เพราะลูกชายทั้งสองคนของท่าน อายุก็ไม่น้อยแล้วแต่ยังไม่มีใครยอมมีครอบครัวเลยสักคน
"ตอนนี้ผมยังไม่สะดวกมีครับ" ลูคัสไม่เคยขาดแคลนผู้หญิง ชีวิตโสดวัย 31 ปี มีทั้งความอิสระและเงิน ชีวิตแบบนี้ดีที่สุดแล้ว
"แล้วเมื่อไหร่แกจะสะดวก" น้ำเสียงติดงอนของผู้เป็นแม่ ทำให้คนเป็นลูกชายคลี่ยิ้มบางๆออกมา
"บอกลูกชายคนเล็กของแม่สิครับ"
"พอกันทั้งคู่นั่นแหละ มีลูกชายกับเขาสองคน ไม่ได้เรื่องสักคนเลย"
"มีเรื่องอื่นจะพูดอีกไหมครับ"
"ว่างๆก็บินมาเยี่ยมแดดดี้กับแม่บ้างสิ"
"เรื่องนี้ผมรับปากครับ เดี๋ยวผมจะหาเวลาไปนะครับ" ครอบครัวของคุณศิริวรรณเพิ่งย้ายมาอยู่เมืองไทยได้ประมาณห้าปี โดยทุกๆปีพวกท่านมักจะบินไปเยี่ยมลูกชายที่อิตาลี แต่ปีนี้อายุมากขึ้นนั่งเครื่องนานๆรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว จึงอยากให้ลูกชายเป็นฝ่ายมาบ้าง
2 เดือนต่อมา
ณ จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคเหนือของประเทศไทย วันนี้ลูคัสเดินทางมาถึงเมืองไทยแต่เช้า เพื่อมาเยี่ยมแดดดี้และคุณแม่ของเขา ตามที่ได้รับปากกับคุณแม่เอาไว้เมื่อสองเดือนก่อน
หลังจากที่ลูคัสลงจากเครื่องบิน เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรออกหาน้องชาย ไม่นานนักปลายสายก็รับสาย
"ฮัลโหล"
"มึงอยู่ไหนเนี่ยกูมองหาไม่เห็น" มองหาไม่เห็น! ประโยคนี้ของลูคัสทำให้ออสตินรู้ได้ทันทีว่าพี่ชายได้มาถึงเมืองไทยแล้ว
"มึงมาไทยเหรอ"
"ก็เออดิวะ กูส่งข้อความไปบอกมึงแล้วได้อ่านหรือยัง รีบๆมาเลยกูถึงสนามบินแล้ว"
"ตอนนี้เหรอ" ฟังจากน้ำเสียงของคนพูดเหมือนว่าจะรู้สึกตกใจนิดหน่อย
"ก็เออสิวะ อย่าบอกนะว่ามึงยังไม่ได้อ่านข้อความที่กูส่งไป" ลูคัสคิดว่าน้องชายเห็นข้อความแล้ว แต่แค่ยังไม่ได้เปิดอ่าน จึงไม่ได้ทักท้วงหรือโทรย้ำ
"ขอโทษทีว่ะ กูไม่ได้อ่าน ตอนนี้กำลังขับรถไปทำธุระที่ต่างจังหวัดประมาณสองวันถึงจะกลับ เดี๋ยวกูบอกให้พนักงานที่รีสอร์ทไปรับให้นะ"
"เออรีบๆมา" จากนั้นลูคัสก็เลือกที่จะตัดสายสนทนาทิ้งทันที สักพักใหญ่ๆก็มีคนขับรถมารับ
"สวัสดีครับ คุณลูคัสใช่ไหมครับ" คนงานที่รีสอร์ทวัยประมาณสี่สิบต้นๆรีบเดินเร็วๆเข้ามา
"มารับใช่ไหม" สีหน้าของลูคัสดูเบื่อหน่ายอยากเห็นได้ชัด เขาไม่เคยต้องรออะไรนานๆแบบนี้มาก่อน
"ครับ"
"ไป...กลับบ้าน" พูดจบลูคัสก็เดินตัวปลิวนำออกไป ทิ้งกระเป๋าเดินทางให้คนขับรถลากไปให้
"เชิญขึ้นรถครับ"
"ขอบใจ" ลูคัสก้าวขาขึ้นไปนั่งบนรถทางเบาะด้านหลังเรียบร้อยแล้ว จากนั้นคนขับรถก็ทำหน้าที่เคลื่อนรถออกไปจากสนามบิน
"ตอนแรกผมยังกังวลว่าจะหาคุณเจอไหม คุณออสตินบอกว่าหน้าตาเหมือนคุณออสตินมาก" ประโยคนี้คนขับรถชวนคุย
"แล้วเหมือนไหมล่ะ" ด้วยนิสัยของออสตินเขาไม่ค่อยบอกใครๆว่ามีฝาแฝด แต่มักจะพูดว่ามีพี่ชายแทน
"เหมือนมากครับ ผมไม่คิดว่าจะเหมือนกันมากขนาดนี้ อย่างกับคนคนเดียวกันเลยครับ" นอกจากใบหน้าที่เหมือนกันแล้ว ทั้งสองยังมีรูปร่างและความสูงที่เท่ากันอีกด้วย
ระหว่างทางก่อนถึงบ้าน ลูคัสได้นั่งรถผ่านตลาด เขาต้องการแวะซื้อของกินติดไม้ติดมือเอาเข้าไปกินที่บ้านด้วย จึงเลือกที่จะลงจากรถ
"จอดตรงนี้แหละ ผมอยากเดินตลาดสักหน่อย ฝากเอากระเป๋าไปทิ้งไว้ที่รีสอร์ทให้ด้วย" ช่วงเช้าที่ตลาดดูคึกคักผู้คนเดินขวักไขว่ พ่อค้าแม่ค้ายิ้มแย้มแจ่มใสท่าทางขะมักเขม้น ลูคัสอยากลงไปสัมผัสผู้คนและบรรยากาศของที่นี่
"ให้ผมรอไหมครับ"
"ไม่เป็นไรไม่อยากรีบ เดี๋ยวผมหารถแถวนี้กลับเอง" ถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่ใช่ในตัวเมือง แต่ในละแวกนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว การหารถรับจ้างสักคันคงไม่ใช่เรื่องยาก
"ได้ครับ"
"คุณแม่กับแดดดี้รู้หรือเปล่าว่าผมมา" ก่อนมาลูคัสยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพวกท่านทั้งสอง
"ถ้าคุณออสตินไม่ได้บอก ก็น่าจะยังไม่รู้มั้งครับ ก่อนออกมาผมไม่ได้บอกพวกท่านครับ" ลูคัสพยักหน้าเข้าใจ
"อย่าเพิ่งบอกพวกท่านนะ" การมาของลูคัสในครั้งนี้เขาต้องการมาเซอร์ไพรส์คุณแม่สุดที่รักของเขา
"รับทราบครับ"
"ส่วนกระเป๋าเอาไปแอบๆไว้ตรงไหนก่อนก็ได้ อย่าเพิ่งให้พวกท่านเห็นล่ะ" จากนั้นลูคัสก็ลงจากรถยนต์คันที่นั่งอยู่ เขารู้ว่าที่รีสอร์ทงานเยอะแต่คนงานน้อยจึงเลือกที่จะไม่รบกวน
