บทที่ 6 ดิ้นรนเพื่ออยู่รอด
หลายวันก่อนเสิ่นกวงหยางแบกไข่ไก่กลับบ้านมาหนึ่งตะกร้า คนที่บ้านดีใจจนร้องไห้เพราะอาหารที่เหลือเพียงพอให้กินต่อได้อีกไม่กี่วัน พ่อเฒ่าสาม แม่เฒ่าสาม ขอบคุณหลานสาวอย่างเสิ่นเฟยฟางที่หาอาหารให้ทุกคนได้กิน
ไม่อย่างนั้นชะตาของคนที่บ้านคงไม่พ้นเหมือนบ้านอื่น ๆ ที่ตายเพราะทนความหิวไม่ไหว ภายในหมู่บ้านถูกปล้นทุกวันแต่บ้านตระกูลเสิ่นนำสิ่งของเขาไปไว้ในห้องด้วย ทำให้ไม่สามารถขโมยได้
ผู้ชายในบ้านถูกบำรุงด้วยไข่ไก่และของกินดี ๆ ให้อิ่มท้อง นอนหลับตอนกลางวันและเฝ้ายามตอนกลางคืน สองวันก่อนมีคนเข้ามาขโมยของในบ้าน เป็นตอนที่พ่อเฒ่าสามออกไปปลดทุกข์พอดีจึงมีการปะทะกัน ด้วยความที่บ้านสามกินข้าวอิ่มทำให้มีแรงต่อสู้ และของไม่ถูกปล้น
“เมื่อเช้าหัวหน้าหมู่บ้านบอกว่าบ้านฉินจากไปแล้วทั้งหมด อยากให้พวกเราเข้าไปช่วยจัดการศพ ไม่อย่างนั้นกลิ่นจะเน่าเหม็นไปทั่วหมู่บ้าน ไม่ต้องทำพิธีมากมายเพียงแค่ฝังศพ” แม่เฒ่าสามตื่นตั้งแต่เช้าทันหัวหน้าหมู่บ้านพอดี จึงนำเรื่องนี้มาบอกทุกคน
โจวเหม่ยฮุ่ยเอ่ยเบา ๆ “บ้านฉินจากไปแล้ว ถึงว่าหลายวันมานี้ฉินซื่อได้ออกมาหาบน้ำ ที่แท้ที่บ้านก็ไม่เหลือคนอยู่แล้วนี่เอง เฮ้อ ปีนี้มันโหดร้ายจริง ๆ”
เสิ่นกวงผิงดื่มน้ำอึกใหญ่แล้ววางถ้วยลงพื้น “เมื่อวานบ้านจางจากไปทั้งบ้าน ก็มีเพียงพวกเราออกไปจัดการ หัวหน้าหมู่บ้านผู้นี้ถ้าไม่ใช่ว่าเป็นครอบครัวลูกสาวก็คงไม่ออกหน้ามาหาพวกเรา!”
หมู่บ้านที่ล้มเหลวเช่นนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากหัวหน้าหมู่บ้าน ถ้าเขามีแนวทางป้องกันคนจะตายอย่างนี้หรือ มีคนออกปล้นไม่คิดเรียกผู้ชายในหมู่บ้านออกมาป้องกัน เอาแต่หดหัวอยู่ในกระดอง
พ่อเฒ่าเสิ่นถอนหายใจ “ช่างเถอะ! เรื่องนี้จะว่าเขาก็ไม่ได้ บ้านฉินมีหลายสิบคน ถ้าไม่ฝังกลิ่นจะเหม็นเน่าไปทั่วหมู่บ้าน อีกอย่างบ้านของเขาอยู่ใกล้พวกเราขนาดนี้”
“ภายในหมู่บ้านเหลือไม่ถึงสามสิบครัวเรือนแล้ว มือปราบของที่นี่ยังไม่ออกมาจัดการอีกหรือคะ” เสิ่นเฟยฟางที่นั่งฟังมาสักพักแล้วเอ่ยถาม
หลายบ้านล้มตายไม่ใช่ว่าไม่เตรียมอาหารเอาไว้ มีหลายบ้านที่วางแผนครอบครัวจึงอยู่รอดมาได้ แต่หลายวันมานี้คนออกปล้นทำให้หลายบ้านที่ถูกปล้นไม่มีอาหารกิน มือปราบในอำเภอยังไร้วี่แววมาปราบคนขโมย
เสิ่นกวงผิงลูบศีรษะลูกสาว “มือปราบจะมาได้อย่างไร ในเมื่อหัวหน้าหมู่บ้านไม่ออกหน้าแจ้งทางการ สถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรพวกเราก็ไม่รู้เลย”
หมู่บ้านที่พวกเขาอยู่เป็นส่วนหนึ่งของอำเภอถุนชาง แต่อยู่รอบนอกอำเภอจึงเกิดเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กประมาณเจ็ดสิบครัวเรือน ก่อนหน้านี้ผู้ชายในบ้านจะออกไปทำงานทุกวันและช่วงเย็นคนในหมู่บ้านจะรวมกลุ่มพูดคุยเรื่องนอกหมู่บ้านจึงพอรู้ข่าวด้านนอก แต่ตอนนี้แต่ละครอบครัวไม่เข้าใกล้กันจึงไม่รู้ข่าว
พูดคุยกันต่ออีกสักพักพวกผู้ชายก็ออกไปจัดการเรื่องด้านนอกให้เสร็จ เสิ่นเฟยฟางกับพี่ชายและป้าสะใภ้รองออกไปเก็บของในป่า ทุกคนมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำเพื่อนำปลากลับมาทำอาหาร
วันนั้นที่เสิ่นเฟยฟางให้พี่ชายขุดหลุมดักปลาเอาไว้แล้ววันต่อมากลับไปเอา พบว่าได้ปลามาหลายตัว ป้าสะใภ้รองเข้าป่าบ่อยอยู่แล้วเลยเข้าไปเหมือนทุกวัน ปลาขังไว้ได้นานหลายวันแต่บางครั้งก็ตาย จึงตัดสินใจทำนำแกงหัวปลาแล้วเนื้อปลานำไปตากแห้งเอาไว้ทำอาหารมื้อต่อไป
ทุกบ้านล้วนดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของตนเองกับครอบครัว เสิ่นเฟยฟางก็เป็นอย่างนั้น พอเข้ามาในป่าแล้วเธอไม่อยู่นิ่ง พาพี่ชายเดินในป่าเพื่อหาอะไรกลับไปกิน
“อาหารที่สำคัญที่สุดคือธัญพืช” เสิ่นเฟยฟางเอ่ยขึ้นแล้วก้าวไปด้านหน้า “ก่อนหน้านี้ธัญพืชของพวกเราหมดไปแล้ว ธัญพืชที่ป้าสะใภ้ใหญ่นำกลับมาด้วยเหลือให้กินได้อีกเพียงมื้อเดียว เป็นไปได้ควรหามันกลับไป”
หลายวันมานี้พวกเธอพากันขุดหลุมดักปลากับขุดไส้เดือนมาล่อปลา เวลากลับบ้านก็จะมีเพียงผักป่า วันนี้เธอคิดว่าควรหาของป่าอย่างอื่นกลับไปด้วย โดยเฉพาะมันที่จะให้พลังงาน
เสิ่นจิ้งรุ่ยเกาศีรษะ “น้องสาว พวกเราจะไปหามันจากที่ไหนกัน อาสาม อาสี่ ออกมาหาหลายวันแล้วยังไม่มีเลย พวกเราจะไปหากันได้หรือ อีกอย่างมีเวลาไม่มากนะ”
ที่บ้านมีของกินเพิ่มขึ้นทำให้สมาชิกที่ออกมาหาอาหารน้อยลง ประกอบกับผู้ชายในบ้านไม่ว่างตอนนี้จึงมีเพียงลูกชายบ้านรองกับเสิ่นเฟยฟาง ส่วนป้าสะใภ้รองยุ่งกับการเฝ้าปลาตากแห้งในป่า
ในความรู้สึกเธอคิดว่ามันเผาเป็นอาหารที่ดีกว่าแผ่นแป้งหยาบมาก ถ้าได้มันกลับไปเผาอาหารอื่น ๆ ก็ประหยัดขึ้น เพราะมันอิ่มท้องและบริเวณที่เกิดจะเกิดเป็นกลุ่มใหญ่ กล่าวได้ว่าเจอหนึ่งต้นก็ต้องเจอต้นต่อไป
เสิ่นเฟยฟางไม่ตอบพี่ชาย เธอใช้ความรู้ที่มีในการหามันป่า ภายในป่ามันต้องมีของสิ่งนี้ไม่มากก็น้อย หลายบ้านต้องแทะเปลือกไม้เพื่อความอยู่รอด ก่อนหน้านี้ถ้าเสิ่นเฟยฟางไม่สามารถหาของกินได้ เธอเชื่อว่าบ้านของพวกเธอก็ต้องแทะเปลือกไม้
“ไม่ใช่”
ร่างเล็ก ๆ เดินนำพี่ชายไปทางนั้นทีทางนี้ทีจนคนอื่นตามไม่ทัน เสิ่นเฟยฟางมองหาใบของมันที่คิดว่าใช่แล้วลองขุดดู พบว่ามันไม่ใช่ก็ไม่ยอมแพ้หาต้นใหม่
จนกระทั่งเจอต้นเล็ก ๆ ที่ใบเป็นแฉกและหยิกงอ “นี่แหละมันป่า! พี่ใหญ่ พี่ห้า พี่หก ขุดมันป่ากลับบ้านกันเถอะ!”
ไม่รอช้าสี่พี่น้องรีบเก็บมันป่ากลับบ้านทันที ในเวลานี้แต่ละคนไม่สนว่ามันจะกินได้หรือมีพิษหรือไม่ เพียงแค่อยู่ท้องทุกคนก็ต้องการมันกลับไปทำกิน ไม่อร่อยก็ช่างอิ่มท้องก็พอ
ตะกร้าที่นำมาไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็ใส่มันป่าได้มาก เสิ่นเฟยฟางเลยเสนอให้นำกลับบ้านไปก่อนและตามผู้ใหญ่มาช่วยกันเก็บ มันป่าสามารถเก็บไว้ได้นานและเป็นสิ่งจำเป็นใช้แทนข้าวได้
แม่เฒ่าสามนั่งอยู่ในลานบ้านกำลังพัดให้แม่สามีที่ออกมารับลม เห็นหลานชาย หลานสาวแบกตะกร้ากลับบ้านรีบไปปิดประตูลานบ้านเอาไว้แล้วนำของเข้าไปดูในบ้าน
“มันป่า!” แม่เฒ่าสามมองมันป่าหัวใหญ่ในมือ
เสิ่นกวงผิง โจวเหม่ยฮุ่ยกลับมาถึงบ้านพอดีเห็นว่าแม่เฒ่าสามกำลังตะลึงกับบางสิ่งจึงเดินมาดู “มันป่า? แม่ไปเจอมันที่ไหนหรือคะ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าพี่ชายสามีกับสามีของฉันเคยไปหามันแล้วไม่ใช่หรือ”
เสิ่นจิ้งเหวินชี้มายังเธอ “เป็นน้องสาวที่พาพวกเราไปเก็บมาครับ น้องสาวบอกว่ามันใช้แทนข้าวได้ อีกทั้งยังเหลืออีกมากเลยมาตามคนไปช่วยเก็บ”
แม่เฒ่าสามรีบบอก “เจ้าสี่ไปเรียกพี่ชายของลูกตามเสี่ยวรุ่ยไปเก็บมันในป่า ส่วนที่เหลือให้เรียกกลับบ้าน พวกเราจะวางแผนกันใหม่ ฟืนก็ไม่ต้องไปเก็บแล้ว”
“ครับ”
ฟืนนับว่าเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายมากในตอนนี้ เพราะความแห้งแล้งจึงมีเศษไม้มาก อีกทั้งมีคนแทนเปลือกไม้ไปกินทำให้มันแห้งกลายเป็นฟืน ที่บ้านจะเก็บฟืนทุกวันเผื่อฤดูหนาวที่จะมาถึง
“ฟางเอ๋อร์เป็นดาวนำโชคของพวกเราจริง ๆ” แม่เฒ่าเสิ่นบอก พลางลูกศีรษะเหลนสาวตัวน้อยของบ้าน ถึงดวงตาจะฝ้าฟางแต่แม่เฒ่าเสิ่นพยายามอย่างมากในการมองเสิ่นเฟยฟาง
เสิ่นเฟยฟางน้ำตาคลอนั่งลงพื้นแล้วฟุบหน้าลงตักของผู้เป็นย่าทวด “พวกเราจะผ่านพ้นความยากลำบากครั้งนี้ไปให้ได้ค่ะ! ย่าทวดไม่ต้องห่วงนะคะ”
แม่เฒ่าสามยิ้ม “เด็กคนนี้”
ทุกคนในบ้านรู้ดีว่าสถานการณ์ในบ้านดีขึ้นมาได้เพราะหลานสาวคนนี้ หากพวกเขาไม่อาศัยอยู่ภายในห้องเดียวกันและเก็บอาหารไว้ใกล้ตัวตอนนี้คงถูกขโมยไปแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงอาหารของที่บ้าน เดิมที่ธัญพืชและอาหารที่มีจะหมดไปตั้งแต่สองวันแรกที่แยกบ้าน แต่เป็นเสิ่นเฟยฟางที่หาอาหารให้ที่บ้าน จนตอนนี้มีเนื้อให้กินถึงจะลำบากแต่ทุกคนยอม นอกจากนี้ยังมีของกินอีกหลายอย่าง ล่าสุดก็คือมันป่าอาหารที่ทุกคนรู้ดีว่ามันดีแค่ไหนใน
