บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.5

หาไม่...มีแต่จะโดนหาว่าเสียสติไปเสียอย่างนั้น ความจำเสื่อมก็ยังน่าเชื่อถือกว่าบอกว่านางคือวิญญาณคนอื่นมาสิงร่างเซียงป่ายเหอละน่า

หลิ่งจือกะพริบตามองเซียงป่ายเหอนิ่ง ดวงตาไม่อยากจะเชื่ออย่างเห็นได้ชัด ทำเอาเซียงป่ายเหอพูดไม่ออก “ข้าพูดเรื่องจริง ข้าจำอะไรไม่ได้เลย กระทั่งชื่อของตัวเอง หากเจ้าไม่บอกข้าก็ไม่รู้” นางปด

“ข้ากลัว ข้ารู้สึกว่าไม่อาจไว้ใจใคร ดังนั้นจึงได้แค่ปล่อยให้เหตุการณ์ไหลไปตามน้ำ แต่หลายวันมานี้ข้าสังเกตแล้วว่าเจ้าไว้ใจได้”

ไม่ลืมประจบประแจงเล็กๆ น้อยๆ ไปด้วย

หลิ่งจือมองเซียงป่ายเหอครู่ใหญ่ ในที่สุดก็ยื่นมือออกมากุมมือหญิงสาวเอาไว้

“ข้ารู้อยู่แล้ว หลายวันมานี้ท่านเอาแต่พูดว่าอยากอยู่คนเดียว บางครั้งยังมองข้าเหมือนเป็นคนแปลกหน้า ข้ายังคิดว่าท่านโกรธที่วันนั้นข้าไม่อยู่ จนเป็นเหตุให้ท่านเกิดเรื่อง” หลิ่งจือน้ำตาคลอ

“ข้าคิดว่าท่านไม่ไว้ใจข้า ไม่ต้องการข้าอีกต่อไปแล้ว ที่แท้เรื่องก็เป็นเช่นนี้นี่เอง”

เซียงป่ายเหอยิ้มแหย เออ บทจะง่ายก็ง่ายจนน่าบัดซบ ให้ตาย…

“ท่านปราชญ์ท่านอย่าห่วงเลยนะเจ้าคะ นับตั้งแต่ท่านช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้าก็สาบานแล้วว่าชีวิตของข้าเป็นของท่านแต่เพียงผู้เดียว จะอย่างไรข้าจะปกป้องท่านจนถึงที่สุด ต่อไปนี้จะไม่ยอมพลาดเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว”

“เอ่อ อ้อ เช่นนั้นลำบากเจ้าแล้ว” เซียงป่ายเหอตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ หลังจากนั้นก็ซักถามสิ่งที่นางสงสัยกับหลิ่งจือ

เพียงแต่เรื่องระหว่างอิ่นเหยียนและเซียงป่ายเหอ แม้แต่หลิ่งจือเองก็รู้ไม่มาก

ที่อีกฝ่ายรู้มีเพียงแค่อิ่นเหยียนรู้จักเซียงป่ายเหอ ก่อนที่เขาจะเป็นผู้ชักนำหญิงสาวเข้าสู่ราชสำนัก ด้วยการพานางไปพบจูเชวี่ยที่เมืองหวงเฉียน

วันต่อมาจักรพรรดินีทรงเสด็จมาเยี่ยมอาการป่วยของเซียงป่ายเหอ และการเสด็จมาครั้งนี้ ทำให้หญิงสาวรู้ว่าหูตาของอีกฝ่าย ถูกวางเอาไว้ทั่วทั้งตำหนักฮุ่ยเจ๋อ เพราะจูเชวี่ยเอ่ยถามเรื่องที่นางไล่นางกำนัลและขันทีออกมาจากตำหนักเมื่อวันวาน

“หม่อมฉันเพียงรู้สึกหงุดหงิดเพคะ อยากอยู่ตามลำพังแต่เหตุการณ์วันนั้นจึงต้องให้หลิ่งจือรั้งอยู่ เพราะเกรงว่าจะมีมือสังหารบุกเข้ามาอีก”

เซียงป่ายเหอตอบด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน หลิ่งจือบอกนางว่าเซียงป่ายเหอคนก่อนมักทำอะไรคาดเดาได้ยาก บางครานางทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง โดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรซุกซ่อนไว้ทั้งสิ้น ดังนั้นการตอบเช่นนี้นับว่าเป็นเซียงป่ายเหอโดยแท้

มองดูสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าแย้มยิ้มด้วยความเข้าอกเข้าใจ เซียงป่ายเหอได้แต่สงสัย ในใจของนางให้อย่างไรก็ยังกังขา เพราะนี่คือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ต้องการชีวิตนาง

วันนั้นหากนางมองไม่ผิด หนึ่งในมือสังหารพุ่งเป้ามาที่ตัวนางชัดๆ จนถึงตอนนี้แม้แต่กับหลิ่งจือ นางเองก็ยังไม่ได้เล่าให้ผู้ใดฟัง

เพียงแต่...หลินหยางผู้นั้น…

“เจ้าหายดีแล้วกระมัง”

“เพคะ”

“เรื่องนี้คงยากจัดการเสียแล้ว เพราะเกี่ยวพันถึงความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นฉู่และแคว้นฉินของเรา หากจัดการได้ไม่ดี แคว้นฉู่อาจคิดว่าแคว้นฉินของเราเป็นฝ่ายต้องการสังหารอัครมหาเสนาบดีผู้นั้น แต่หลักฐานที่ชี้ไปยังรัชทายาทก็ยังไม่อาจยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของแคว้นฉู่ ยากยิ่งจะเชื่อ”

นั่นสินะ มือสังหารบุกเข้ามาถึงฝ่ายใน พูดออกไปเช่นนี้รังแต่จะทำให้แคว้นฉินหมดความน่าเชื่อถือ

“แล้วนอกจากคุณชายหลินผู้นั้นมีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่เพคะ”

“โชคดีที่คนติดตามของเซี่ยซูมีฝีมือ นอกจากเจ้าที่ตกลงไปในทะเลสาบกับคุณชายหลินแล้ว ทุกคนล้วนปลอดภัย”

เซียงป่ายเหอพยักหน้าช้าๆ

“ป่ายเหอ”

“เพคะ”

“เจ้าคงได้ยินข่าวลือแล้วกระมัง เรื่องนี้คงต้องขอบคุณคุณชายหลินยิ่งนัก เขายังช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ด้วย เรื่องนี้นับว่าแคว้นฉินติดค้างเขาอย่างใหญ่หลวง”

ได้ยินดังนั้นหญิงสาวแทบอยากจะกลอกตา นางพอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็เห็นต่างไปจากสิ่งที่เกิดขึ้น หากแต่นางไหนเลยจะคาดคิดว่าแม้แต่จักรพรรดินีเองก็ทรงคิดเช่นนั้น

“อาการเขาเป็นเช่นไรบ้างเพคะ เห็นว่ามือสังหารล้วนใช้พิษทั้งสิ้น”

“พิษหรือ”

มองดูท่าทีประหลาดใจของอีกฝ่าย เซียงป่ายเหอพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ

“เจ้าหมายถึงเรื่องใดกัน ในรายงานขององครักษ์หาได้เอ่ยถึงพิษ”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel