6. หาตัวช่วย (1)
นายทั้งสองของจวนเร่งสืบเท้าเดินไปยังหน้าประตู เพื่อดูสถานการณ์ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ เมื่อมาถึงจึงพบว่ามีสตรีนางหนึ่งนั่งอยู่กับพื้น เสื้อผ้าที่ใส่เก่าจนมีบางที่ขาดเป็นรู ผมเผ้าของนางผู้นั้นยุ่งเหยิง ใบหน้ามีรอยถูกตบตีจนเลือดกบปาก
แต่ทว่า...ผิวพรรณ รูปร่าง หน้าตากลับไม่เหมือนสตรีเร่ร่อน
“!!! ม่านม่าน” ทันทีที่จางหยู่เยียนเดินมาถึง ใบหน้าของสตรีตรงหน้าทำเอาคนท้องตกใจจนเซถอยไปข้างหลัง ดีที่มีลี่จูเดินตามมาจึงประคองไว้ได้ทัน
“หยู่เยียน!” เว่ยเฉิงหยวนเองก็รีบโอบประคองฮูหยินเอาไว้ในอ้อมแขน เขย่าตัวเบาๆ เพื่อเรียกสติ เพราะยามนี้คนในอ้อมกอดตาเบิกโพลงจ้องเขม็งไปยังสตรีไร้ที่มา
“ขะ ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
“นายท่าน ฮูหยิน ช่วยข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะโดนพวกขอทานข่มเหง ฮึก พวกมันพยายามทำเช่นนี้หลายครั้งแล้ว หากข้าไม่ยอมพวกมันก็ตบตีข้า ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ ฮื้อ~”
จางหยู่เยียนบีบมือของตนเองแน่น สตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้าเป็นม่านม่านไม่ผิดแน่ เหตุใดเหตุการณ์มันจึงเหมือนในฝันเข้าไปทุกที ก่อนหน้ายังโล่งใจเพราะสาวใช้ในจวนองครักษ์ไม่มีผู้ใดหน้าเหมือนม่านม่าน
“หยุดร้องไห้แล้วเล่ามาให้ละเอียดว่าเจ้าเป็นผู้ใด ต้องการให้ช่วยอย่างไรก็ว่ามา”
“ข้าเป็นขอทานเจ้าค่ะ ข้าโดนกระทำอย่างที่เล่าไป วะ วันนี้ทนไม่ไหว จึงมาขอทำงานแลกข้าวแลกน้ำเจ้าค่ะ” สตรีสกปรกก้มคำนับหัวโขลกพื้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนผู้คนนึกสงสาร ต่างจากจางหยู่เยียนที่ไม่คิดจะให้ในจวนมีบ่าวเช่นนี้อยู่
“นางโกหก อย่ารับนางเข้ามานะ” เสียงสั่นเอ่ยบอกสามีเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน นางจะไม่ยอมให้ศัตรูอยู่ใกล้ตัวเป็นอันขาด ทว่าสิทธิขาดในการตัดสินใจมิใช่นาง
“...”
“ท่านอย่าได้สงสารนาง นางมิใช่คนดี ท่านก็เห็นว่าผิวพรรณ รูปร่างของนางไม่เหมือนกับขอทานเลยสักนิด ไล่นางออกไป อย่าให้เข้ามาในจวนได้อีก”
“พ่อบ้านถู จัดการหาห้องให้พักแล้วสอนงานให้นางเสีย”
“เว่ยเฉิงหยวน!” จางหยู่เยียนขืนตัวออกจากอ้อมกอดของสามี ตวัดตามองอีกฝ่ายอย่างโกรธเคือง นอกจากไม่ไล่เขายังรับอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในจวนอีก
“ลี่จู พาฮูหยินกลับเรือน”
“ท่านองครักษ์ทำฮูหยินโกรธหรือขอรับ” ฝูเจี๋ย คนสนิทของเว่ยเฉิงหยวนทวงถามทันทีที่กลับมาถึงจวน เห็นนายเหนือหัวนั่งทำหน้าเครียดจึงอดถามไม่ได้ว่าข่าวจากพ่อบ้านถูเชื่อถือได้หรือไม่
“อืม”
“แปลกเสียจริง เมื่อก่อนอย่าว่าแต่โกรธ ฮูหยินไม่เคยแสดงท่าทีมิพอใจท่านแม้แต่น้อย”
“เฮ้อ~ ก็แปลกอย่างที่เจ้าว่า” นางเหมือนรู้อะไรบางอย่าง
“เช่นนั้นให้ข้าไปถาม-”
“เอาเรื่องของเจ้าให้รอดเสียก่อน เรื่องที่ให้ไปสืบเป็นอย่างไรบ้าง”
“สูญเปล่าขอรับ ข้าตามสืบจนรู้ที่อยู่ของท่านหมอฉิว หมอที่เป็นผู้ช่วยชันสูตรการตายของอดีตองค์รัชทายาทแล้ว แต่พอไปหาตัว เขากลับตายไปสองวันก่อนหน้า” ฝูเจี๋ยส่ายหน้าอย่างเสียดาย เขาน่าจะก้าวเร็วกว่านี้อีกหนึ่งก้าว
“บัดซบ! เก็บกวาดได้เรียบเนียนเสียจริง” การตายของอดีตองค์รัชทายาท มีเงื่อนงำอยู่หลายส่วน แม้ในชันสูตรจากสำนักหมอหลวงจะชี้ชัดว่าอดีตรัชทายาทสิ้นพระชนม์เพราะจมน้ำ ทว่ามีเรื่องน่าสงสัยคือพระองค์ว่ายน้ำเป็น และน้ำในสระหลวงเป็นน้ำนิ่ง ซ้ำในช่วงฤดูแล้งน้ำลดลงไปมาก ถึงอดีตองค์รัชทายาทจะอายุเพียงสิบเอ็ดหนาว แต่เขาก็เชื่อว่าพระองค์ยังพอเอาตัวรอดได้เมื่อตกน้ำ
ซึ่งข้อสงสัยของเว่ยเฉิงหยวนก็ตรงกับฮ่องเต้และหวงกุ้ยเฟย เซียวจิ้นหรานพระมารดาของอดีตองค์รัชทายาท เพราะเหตุนี้เขาจึงได้รับหน้าที่ให้สืบหาความจริง
และเบาะแสที่สืบพบตอนนี้คือมีหนึ่งในหมอผู้ช่วยหายตัวไป ทั้งหมอผู้นั้นยังเข้าร่วมช่วยชันสูตรการสิ้นพระชนม์ของอดีตองค์รัชทายาทด้วย
“จะทำอย่างไรต่อไปดีขอรับ”
“ฝ่าบาททุกข์พระทัยกับเรื่องนี้มาก ยิ่งเห็นสนมรักตรอมใจจนล้มป่วยพระองค์ยิ่งอยากให้เร่งหาตัวคนผิดมาลงโทษ...เจ้าให้คนของเราสืบหาครอบครัวของท่านหมอฉิว แล้วลองสืบหาจากขันทีกำนัลอีกทาง เผื่อจะได้อะไรเพิ่มเติม”
“ขอรับ”
“เฮ้อ!” เว่ยเฉิงหยวนเอนกายพิงพนักเก้าอี้ทันทีที่คนสนิทออกไป ทั้งเรื่องในราชสำนัก เรื่องในจวน วุ่นวายจนเขาปวดหัว
“พ่อบ้านถู เข้ามาหาข้าที”
“ขอรับนายท่าน”
“ให้คนจับตามองบ่าวคนใหม่ มีสิ่งใดผิดแปลกให้มารายงานข้าทันที” นิ้วชี้เคาะลงบนโต๊ะอย่างใช้ความคิด ทั้งแววตาและสีหน้าเรียบเฉย มิอาจมองออกว่าเจ้าตัวกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่