บท
ตั้งค่า

5. เหตุใดจึงปฏิเสธ (2)

“เจ้าคิดจะแยกบิดากับบุตร มิใจร้ายไปหน่อยหรือ”

“...ท่านเองก็มิได้อยากให้เขาเกิด- ” ปากเล็กถูกปิดด้วยนิ้วใหญ่ ใบหน้าองครักษ์หนุ่มดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดูก็รู้ว่าเขากำลังไม่พอใจ

“จะพูดสิ่งใดระวังไว้เสียบ้าง หากลูกได้ยินจะทำอย่างไร”

“...” จางหยู่เยียนหน้าเสียไปครู่หนึ่ง

“ข้าไม่เคยพูดไม่ดีกับลูกเลยสักครั้ง หากเจ้าจะกรุณา อย่าได้พูดจาใส่ร้ายข้าให้ลูกฟังอีก” ว่าเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มก็เดินหันหลังจากไป ทิ้งให้หยู่เยียนยืนรู้สึกผิดกับคำพูดของตนเอง

แต่นางมิได้ใส่ร้ายเขาเสียหน่อย ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเจ้าตัวน้อยในท้องนี้มาได้อย่างไร เหตุใดเว่ยเฉิงหยวนจึงพูดเหมือนนางเป็นตัวร้าย ใส่ร้ายเขาให้ลูกฟังไปได้เล่า

“ฮูหยินเจ้าคะ”

“กลับกันเถิดลี่จู ข้าเหนื่อยแล้ว” จางหยู่เยียนมองตามแผ่นหลังกว้างที่ห่างออกไป พลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เรื่องอนุนางยังไม่หมดหวัง แต่คงต้องรอโอกาสเหมาะกว่านี้ เฮ้อ~

กว่าสิบวันแล้ว ที่จางหยู่เยียนทานสำรับที่ทำขึ้นเองในเรือนของนาง หากว่าท่านย่านำขนมมาให้นางก็จะให้ลี่จูแอบตรวจพิษ แต่สำรับที่มาจากเรือนของเว่ยเฉิงหยวนนางให้คนเททิ้งทั้งหมด ป้องกันไว้ย่อมดีกว่าแก้ไข

“อ๊ะ ดิ้นอีกแล้วลี่จู”

“คิก สงสัยคุณหนูน้อยจะชอบให้ฮูหยินพาออกมาเดินเที่ยวเล่นนะเจ้าคะ” ลี่จูถือร่มเดินตามนายหญิงที่กำลังชมสวนดอกไม้หลังจวน

“เข้าใจแล้วๆ ต่อไปมารดาจะพาเจ้าออกมาเดินเที่ยวทุกวัน ทั้งวันเลยดีหรือไม่”

“ไม่ดีเจ้าค่ะ เดินเยอะไม่ได้นะเจ้าคะ ไปพักที่ศาลากลางน้ำก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ” ลี่จูตอบแทนคุณหนูน้อยของนาง ฮูหยินท้องโตขึ้นทุกวันไหนเลยจะเดินเหินได้สะดวก

“ได้ๆ ข้าจะพักบ้าง” คนอารมณ์ดีส่งยิ้มให้สาวใช้ ก่อนจะเดินตามทางเพื่อไปศาลากลางน้ำ ทว่าพอไปถึง หยู่เยียนกลับต้องหยุด เพราะบนนั้นมีบุรุษที่นางไม่ปรารถนาจะพบหน้านั่งอยู่

“กลับเถิด”

“มาถึงแล้ว เหตุใดไม่เข้ามาเล่า” ร่างใหญ่ผุดลุกขึ้นอย่างลนลาน เสียงทุ้มเอยทัก ทำให้หยู่เยียนมิอาจเสียมารยาทได้

“มิรู้ว่านายท่านอยู่ที่นี่ ข้ามารบกวนแล้ว ขออภัยเจ้าค่ะ”

“ไหนๆ ก็มาแล้ว...ขึ้นมานั่งด้วยกันก่อนสิ”

“มิเป็นไร ข้าลา” หยู่เยียนหันหลังกลับทันที

“ข้าพึ่งได้พบองค์รัชทายาท...พระองค์ฝากของมาให้เจ้าด้วย” คำพูดนั้น รั้งให้จางหยู่เยียนหันหลังกลับ ยอมเดินขึ้นไปบนศาลาแล้วนั่งลงข้างชายหนุ่ม

“องค์รัชทายาทเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ หายจากอาการประชวรแล้วหรือยัง” เมื่อสองสามวันก่อนหยู่เยียนได้ยินข่าวว่าองค์รัชทายาทล้มป่วย จึงนึกกังวล

อันที่จริงแล้วความสัมพันธ์ของจางหยู่เยียนกับองค์ฮองเฮา ถือว่าเป็นญาติผู้พี่ญาติผู้น้อง บิดาของนางและบิดาของฮองเฮาเป็นพี่น้องกัน หลังจากบิดาของฮองเฮาลาโลกไป บิดาของหยู่เยียนก็ขึ้นมาเป็นผู้นำสกุลเว่ย แม้ว่าหยู่เยียนจะเป็นเพียงบุตรอนุ แต่นางกับฮองเฮาสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก ถูกเลี้ยงมาด้วยกันก็ว่าได้

“หายดีแล้ว องค์รัชทายาทยังฝากสิ่งนี้มาให้เจ้าด้วย บอกว่าปักตามที่ท่านน้าสอน”

“น่าเอ็นดูนัก” จางหยู่เยียนยิ้มขำทันทีที่เห็นผ้าปักผืนเล็กฝีมือของเด็กวัยเพียงหกหนาว แม้จะไม่สวยงามแต่ก็รับรู้ถึงความตั้งใจ เพราะเด็กน้อยพยายามปักตามลายที่นางเคยสอนจริงๆ วันหน้าฝีมือต้องงดงามกว่านี้เป็นแน่ ที่เอ่ยว่าเขาจะปักชุดเจ้าสาวให้คนรักในวันข้างหน้า คงจะทำได้จริงๆ

“อยากได้บุตรชายหรือไม่”

“หืม จะชายหรือหญิงก็ดีทั้งนั้นเจ้าค่ะ” หยู่เยียนเลิกคิ้วสงสัยเพียงชั่วครู่ เมื่อนึกได้ว่าคนข้างกายพูดถึงเรื่องใด ก็ตอบกลับไปทันที

“นั่นสินะ แต่บุตรสาวก็ดีไม่น้อย เสี่ยวมี่มี่บุตรีขององครักษ์เสวียนน่าชังมากทีเดียว” เว่ยเฉิงหยวนพูดไป พลางขยับตัวเขาหาภรรยาทีละนิดๆ ยิ่งเห็นนางใกล้ๆ ยิ่งรู้สึกว่านางดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก แก้มนั่น หากได้ลองจับดูคงจะนุ่มไม่น้อย

“ทำอันใดของท่าน ยกมือขึ้นมาทำไม” หยู่เยียนขยับถอยหลัง

“เปล่า คือ คือข้า-”

“นายท่านขอรับ นายท่าน! ที่หน้าเรือนขอรับ”

“มีอันใด” เสียงเรียกของพ่อบ้านถู เรียกให้นายทั้งสองหันไปสนใจ

“มีสตรีมาขอความช่วยเหลือขอรับ เนื้อตัวมีแต่บาดแผลราวกับถูกทุบตีมาขอรับ”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel