บท
ตั้งค่า

5. การจากลา (1)

ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวยาวหลายสิบคัน เดินทางเข้าสู่เมืองหลวงแคว้นเฉวียนท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของชาวบ้าน มุ่งหน้าไปยังวังหลวงซึ่งเป็นสถานที่จัดงานอภิเษกให้กับชินอ๋องของแคว้น

เหล่าราษฎรต่างปีติยินดี ด้วยเพราะเห็นว่าชินอ๋องของพวกเขาตรากตรำออกรบจนไม่มีเวลาหาคู่ครอง บัดนี้ได้สตรีที่เพียบพร้อม แม้จะเป็นสามัญชนต่างแคว้นแต่ฝ่าบาทแคว้นต้งหนานก็ให้ความสำคัญ ตรัสถึงว่าที่ชินหวังเฟย ว่าเป็นหลานของพระองค์

“หนานเนี่ยนเจิน ถวายพระพรฝ่าบาท” องค์รัชทายาทแคว้นเฉวียนประสานมือค้อมตัวคำนับองค์กษัตริย์เฉวียนเทียนฉี

แทบเท้าของกษัตริย์มีสาวงามคอยบีบนวดแข้งขาให้ ทั้งที่อยู่ต่อหน้าข้าราชบริพารมากมาย ช่างสมกับที่ราษฎรเล่าขานกันว่าเป็นกษัตริย์ไร้ความสามารถ เสเพล มากตัณหา เหล่านางกำนัลในตำหนักล้วนได้ถวายงานบนแท่นบรรทม

เนี่ยนเจินได้แต่หวังว่าสวามีของน้องสาวจะไม่ใช่บุรุษเช่นนี้

“ตามสบายๆ องค์รัชทายาทถึงขั้นสละเวลามาร่วมงานแต่งของเจ้า ถือเป็นเกียรติของชินอ๋องและว่าที่ชินหวังเฟยแล้ว”

“เป็นหน้าที่ของพี่ชายที่ต้องมาส่งน้องสาวพ่ะย่ะค่ะ อันที่จริงเสด็จพ่อเองก็รอส่งหลานรักให้ถึงมือเจ้าบ่าว ไม่คิดว่าชินอ๋องจะติดภารกิจในวันสำคัญเช่นนี้” หนานเนี่ยนเจินปรายตามองว่าที่น้องเขยที่สวมชุดแดงยืนนิ่งอยู่บนแท่นพิธี

“...”

“หากมิใช่เพราะเมิ่งเอ๋อร์มีใจให้ชินอ๋องอยู่ก่อนแล้ว เสด็จพ่อคงล้มเลิกการแต่งเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้ไปเสียแล้ว” น้ำเสียงเรียบนิ่งทำเอาเหล่าขุนนางที่เข้ามาร่วมพิธีขนลุกเป็นเกลียว

นั่นมิได้หมายความว่าเชื้อพระวงศ์แคว้นต้งหนาน ให้ความสำคัญกับว่าที่ชินหวังเฟยมากหรอกหรือ

“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ เรื่องบ้านเมืองมิอาจรอได้”

“หึ ข้าก็ขอให้มันเป็นเรื่องบ้านเมืองจริงๆ เถิด” หนานเนี่ยนเจินจ้องเฉวียนหย่งเฟิงไม่วางตา สายตาชินอ๋องผู้นี้ไร้แววหวาดกลัว เสี้ยวของความรู้สึกผิดก็ไม่มีให้เห็น นั่นยิ่งทำให้องค์รัชทายาทโมโหยิ่งกว่าเดิม

“องค์รัชทายาทระงับโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะ” เป็นเว่ยหนิงอันที่คว้าแขนญาติผู้พี่เอาไว้ ยามนี้คงมีเพียงคุณชายเล็กสกุลเว่ยที่มีสติที่สุด

“เปี้ยนกงกง เริ่มพิธีได้แล้ว” สุดท้ายก็เป็นฮองเฮาจิ้งรุ่ยซือที่ยุติสงครามประสาท มารดาแผ่นดินยกยิ้มบาง จนคนมองมิอาจคาดเดาได้ว่าพระนางกำลังดีใจเรื่องใดอยู่กันแน่

ขณะที่ในลานพิธีเริ่มดำเนินไปตามธรรมเนียมการแต่งงานแคว้นเฉวียน เว่ยเมิ่งเหยาที่รอเข้าพิธี กำลังถอนหายใจยาวเหยียด เพื่อกดข่มก้อนเนื้อในอกมิให้เต้นรัว เพียงแค่เท้าสัมผัสแผ่นดินแคว้นเฉวียนภาพในอดีตก็หวนคืนมา ความเจ็บปวด ความสิ้นหวัง และหวาดกลัว ก่อตัวขึ้นจนรู้สึกราวมิอาจกักเก็บมันไว้ได้อีก

คำถามที่นางไม่เคยคิดว่าจะผุดขึ้นมาในหัวของนาง กลับสะท้อนขึ้นมายามที่เห็นใบหน้าของชุนหม่า บิดาชั่วที่ไม่แม้แต่จะสนใจบุตร

เหตุใดพวกมันยังสุขสบาย ทั้งที่นางต้องตายอย่างไม่เป็นธรรม

“เจ้าจะบีบมือข้า จนเลือดออกเลยหรือไร”

“เจ้าจะบีบมือข้า จนเลือดออกเลยหรือไร”

เฮือก!!! เสียงทุ้มต่ำติดไม่พอใจของคนข้างกาย ช่วยดึงสติของหญิงสาวให้หวนคืนมา ใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหันไปมองว่าที่สวามีข้างกาย

รูปงาม...พูดคำนี้คงไม่ผิดนัก จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักเป็นกระจับ คิ้วคมนั้นส่งเสริมดวงตาเฉี่ยวนั้นดูมีเสน่ห์จนมิอยากละสายตา

“มองไปด้านหน้า อย่าทำให้ข้าขายหน้าเชียว”

“ขะ ขอพระทานอภัยเพคะ” เมิ่งเหยาหันกลับมามองตรง ก่อนหน้านางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองถูกนางกำนัลพาเดินมาส่งให้เจ้าบ่าวแล้ว จึงเผลอจิกเล็บลงบนมือของอีกฝ่าย

น้ำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจของว่าที่สวามี ทำให้เมิ่งเหยาต้องตั้งสติจดจ่ออยู่กับพิธีการตรงหน้า งานครานี้มีองค์รัชทายาทเข้าร่วมด้วยจะทำขายพระพักตร์มิได้เด็ดขาด ทุกย่างก้าวของนางต่อจากนี้แบกชื่อเสียงของแคว้นเอาไว้ จะไม่ยอมให้เสื่อมเสียเด็ดขาด

“กราบไหว้ฟ้าดิน!!!” เสียงขานขั้นตอนพิธีเป็นไปตามลำดับ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี สมเกียรติ สมฐานะ จนพี่น้องสกุลเว่ยและองค์รัชทายาทรู้สึกพอใจขึ้นมาบ้าง

กระทั่งขั้นตอนพิธีต่างๆ เสร็จสิ้นลง เว่ยเมิ่งเหยาก็ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่น้อง นางถูกพาขึ้นรถม้า เพื่อส่งคู่บ่าวสาวเข้าเรือนหอที่จัดไว้ในจวนอ๋อง ด้านแขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็ต่างสังสรรค์กันต่ออย่างครึกครื้น

ในขณะที่ห้องหอนั้นเงียบสนิท หลังจากที่มือแกร่งของหย่งเฟิงกระชากผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก นักรบหนุ่มก็ตัวแข็งทื่อ ไม่พูดไม่จาเอาแต่จ้องหน้าเจ้าสาวของตน

เว่ยเมิ่งเหยา...เกินกว่าที่หงอู่บรรยายไปมาก

“หน้าหม่อมฉัน มีสิ่งใดติดอยู่อย่างนั้นหรือเพคะ” มือเรียวแตะลงบนปรางแก้มสีแดงระเรื่อ ไล่เช็ดไปตามริมฝีปากบาง เพราะกลัวว่าจะมีเศษขนมที่มี่มี่แอบเอามาให้นางทานรองท้องติดอยู่

“เจ้าทำทุกอย่างพังหมด” ปัง! มือหนากระทบลงบนโต๊ะเสียงดังจนเมิ่งเหยาสะดุ้ง หันมองหน้าสามีอย่างงุนงง

“...”

“หยุดมองข้าด้วยแววตาใสซื่อเช่นนั้น ข้าเกลียดสตรีอ่อนแอปวกเปียกเช่นเจ้าที่สุด” แววตาคมกริบจ้องมองเมิ่งเหยาราวกับจะฉีกเป็นชิ้นๆ ก่อนจะถอนหายใจแรงแล้วลุกออกจากโต๊ะ

“ท่านอ๋องจะไปที่ใดเพคะ คืนเข้าหอ คู่บ่าวสาว-”

“เรื่องของข้า! ข้ามิคิดอยากแต่งกับเจ้า อย่าได้กระทำตนเจ้ากี้เจ้าการราวกับเป็นภรรยาของข้าจริงๆ” เสียงตะคอกดังลั่นนั้น ทำให้เว่ยเมิ่งเหยาตกใจกลัวเล็กน้อย แต่เมื่ออีกฝ่ายเดินจากไป ใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็นยกยิ้มบางเบา

เชิญท่านเกลียดข้าให้พอใจเถิด ใครเขาจะสนใจกัน เป้าหมายของการมาเยือนแคว้นเฉวียนครั้งนี้ ก็เพื่อแก้ไขเรื่องว้าวุ่นในอกเท่านั้น มิจำเป็นต้องผูกสัมพันธ์รักใคร่ฉันสามีภรรยา

“เฮ้อ~ ดีที่ไม่ต้องนอนเบียดกัน” เว่ยเมิ่งเหยาจัดการคีบอาหารเข้าปากให้พออิ่ม ก่อนจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวเข้านอน

แต่คงเพราะแปลกที่แปลกทางจึงมิอาจข่มตานอนได้ จิตใจคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อยความรู้สึกที่เด่นชัดที่สุดตอนนี้คงหนีไม่พ้นคิดถึงบ้าน คิดถึงท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านย่าทวด ไม่รู้ป่านนี้ท่านย่าทวดกับท่านแม่จะยังร้องไห้อยู่อีกหรือไม่

เสี่ยวเหอ เสี่ยวหนิง และองค์รัชทายาทต่างก็เดินทางมาที่นี่กับนาง ไหนจะมี่มี่กับเสี่ยวจินอีก ไม่มีใครอยู่ปลอบใจท่านทั้งสองเลย คงมีเพียงท่านพ่อที่พอจะช่วยได้

“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจดังขึ้นไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง นอกจากความกังวลเกี่ยวกับครอบครัว เมิ่งเหยายังกังวลเรื่องของตนเองไม่น้อย ความรู้สึกของนางตอนนี้โดดเดี่ยวจนเหงา ดีที่องค์รัชทายาทและน้องชายทั้งสองยังอยู่ที่นี่ วันพรุ่งพวกเขาสัญญาว่าจะมาพบนางแต่เช้า เห็นว่าจะอยู่ที่นี่จนกว่านางจะเริ่มชินกับแคว้นเฉวียนเสียก่อน จึงจะเดินทางกลับ

“นอนเสียเมิ่งเหยา วันพรุ่งต้องเป็นวันที่ดีแน่” สตรีงามซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่น ดึงหมอนอีกใบมากอดเหมือนยามที่มีเสี่ยวจินอยู่ด้วย ปล่อยให้ความคิดลื่นไหลไปจนเข้าสู่ห้วงนิทรา
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel