บท
ตั้งค่า

6. การจากลา (2)

ทว่าทันทีที่ตื่นขึ้นมา ความหวังเล็กๆ ของเว่ยเมิ่งเหยากลับพังลง จากที่องค์รัชทายาทและน้องชายทั้งสองจะอยู่ที่นี่อีกนาน กลับกลายเป็นว่าต้องกลับแคว้นทันที

“เสี่ยวจิน ดูแลนายของเจ้าให้ดีเล่า อย่าให้ผู้ใดรังแกได้” เนี่ยนเจินส่งเจ้าแมวขนฟูที่นำมาจากแคว้นให้กับน้องสาว ซึ่งบัดนี้มีสีหน้าเศร้าลงถนัดตา

จะไม่ให้เมิ่งเหยาเศร้าได้อย่างไร เช้าวันนี้ทันทีที่นางได้รับแจ้งจากมี่มี่ ว่าพี่น้องเดินทางมาพบ นางรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาทันใด รีบแต่งเนื้อแต่งตัวมาพบทั้งสาม

พอถึงห้องโถงสะใภ้คนใหม่ของจวนก็ย่อตัวคำนับมารดาสวามี สวามี และองค์รัชทายาท พลางกล่าวทักทายน้องชายด้วยน้ำเสียงสดใส ทว่ารอยยิ้มเจิดจ้าของนางกลับต้องเหือดหายไป เมื่อองค์รัชทายาทตรัสว่าต้องเดินทางกลับแคว้นแล้ว

“...”

“พี่หญิงอย่าทำหน้าเศร้าเช่นนั้นสิขอรับ”

“อย่าเศร้าไปเลย เจ้าเติบใหญ่จนออกเรือนมาอยู่สวามีแล้ว ไท่เฟยสอนสิ่งใดให้เจ้าทำตาม อย่าได้ดื้อรั้น พระนางเป็นผู้ใหญ่ที่มีเมตตา อย่างไรเสียก็จะดูแลเจ้าไม่ต่างกับบุตรอีกคน ใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” หนานเนี่ยนเจินหันไปยิ้มบางๆ ให้มารดาของน้องเขย

ไท่เฟยเล่อฟางหัว เป็นชายาองค์เดียวของอดีตชินอ๋องเฮ่อหราน ยามอยู่ในสกุลเล่อได้เป็นถึงรองแม่ทัพหญิงออกรบเคียงข้างบรรพบุรุษสกุลเล่อ แต่ไม่รู้เรื่องราวเกิดพลิกผันอย่างไร หลังจากสิ้นสุดสงครามกับชนเผ่าเซี่ยงหยู่ก็กลับมาพร้อมกับบุตรชายวัยห้าหนาว ก่อนจะได้รับพระราชทานสมรสให้แต่งกับเฉวียนเฮ่อหราน องค์ชายที่ถูกวางให้เป็นองค์รัชทายาทในยามนั้น

ผู้คนเล่าลือกันว่าอดีตชินอ๋องช่างอาภัพ ได้เลี้ยงดูสายเลือดผู้อื่น ทว่านับวันคำพูดเหล่านั้นก็ถูกลบเลือนไป เพราะเฉวียนหย่งเฟิงถอดแบบเฉวียนเฮ่อหรานมาแทบทุกส่วน

“หม่อมฉันรู้หนักเบาดี ขอองค์รัชทายาทวางพระทัย”

“เช่นนั้นก็เป็นโชคดีของเมิ่งเอ๋อร์แล้ว แต่ไท่เฟยอย่าได้กังวล น้องสาวกระหม่อมมิใช่สตรีไม่รู้ความ รู้สิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร” ตาคมกริบชำเลืองมองน้องเขยที่เอาแต่นั่งนิ่งจิบชา

เขารู้มาจากมี่มี่ว่าอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะร่วมหอกับน้องสาวของเขา หากเรื่องนี้แพร่ออกไปเมิ่งเอ๋อร์จะไม่ถูกนินทาหรือ

“ได้เวลาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม เมิ่งเอ๋อร์ พี่ต้องไปแล้ว” บุรุษแคว้นต้งหนานพากันลุกขึ้นคำนับผู้อาวุโสกว่า ก่อนจะเดินออกมาหน้าประตูจวน โดยมีเมิ่งเหยาและชินอ๋องเจ้าของจวนเดินมาส่งตามมารยาท

“พี่หญิงรักษาตัวด้วย” หนิงอันนัยน์ตาแดงก่ำ ทั้งที่คิดว่าทำใจได้แล้ว แต่พอได้เผชิญหน้ากับการจากลาจริงๆ เขากลับรู้สึกโหวงในใจ

“ขะ ข้าจะคิดถึงท่าน ข้าต้องคิดถึงท่านแน่ๆ ฮื้อ~” เจียงเหอร้องโฮออกมาเสียงดัง พลางกระโจนกอดพี่สาวโดยไม่สนใจสายตาคนบริเวณนั้น เว่ยเมิ่งเหยาเองก็กอดกระชับน้องชายไว้แน่น ยื่นมือไปคว้าน้องชายคนเล็กเข้าหาอีกคน

“เสี่ยวเหอ เสี่ยวหนิง ดูแลท่านพ่อ ท่านแม่ และท่านย่าทวดแทนพี่ด้วย”

“ขอรับ ฮึก”

“อึก พวกเจ้าเองก็ต้องดูแลตนเองด้วย” เว่ยเมิ่งเหยากอดน้องชายทั้งสองไว้แน่น พยายามกลั้นน้ำตามิให้หลั่งออกมา แต่กลับทำไม่ได้ นัยน์ตาที่รื้นไปด้วยน้ำสีใสจ้องมองพี่ชายอีกคนที่อยู่ในทุกช่วงชีวิตของนาง

“พี่เนี่ยนเจินดูแลตัวเองด้วยนะเจ้าคะ...ฝากครอบครัวของข้าด้วย”

“อย่าห่วงไปเลย พี่สัญญาจะดูแลทุกคนอย่างดี” มือใหญ่เอื้อมมาเช็ดน้ำตาให้น้องสาวที่เขาเลี้ยงมากับมือ ก่อนจะดึงเจ้าสองแสบออกมา แล้วหันหลังกลับทันทีเพื่อหลบซ่อนน้ำตาที่หยดลงมา

“เว่ยเมิ่งเหยา น้อมส่งเสด็จองค์รัชทายาท” กายงามหมอบคำนับแนบพื้น เสี้ยวความคิดนางอยากวิ่งตามพวกเขาไป อยากกลับไปหาท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านย่า กระนั้นเมื่อนึกถึงความเสียหายมากมายที่จะเกิดขึ้น ก็จำต้องข่มตาลง ยอมรับการตัดสินใจของตนเองครั้งนี้

แปะ! แปะ! แปะ! เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับคำพูดค่อนแคะ

“พี่น้องช่างรักกันเสียจริง น้ำตาข้าเกือบไหลตามอยู่แล้ว”

“...ท่านอ๋องคงมิเข้าใจ ว่าการมีพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวเป็นอย่างไร” เมิ่งเหยาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงปกติ พลางส่งยิ้มให้อีกฝ่าย เป็นยิ้มที่ผู้ใดเห็นก็คงมองออกว่าเสแสร้ง

“เจ้า!”

“...”

“หึ สองพี่น้องสกุลเว่ยข้าพอเข้าใจ แต่องค์รัชทายาทผู้นั้น บริสุทธิ์ใจว่าเป็นพี่น้องจริงๆ หรือ” เหตุใดหย่งเฟิงจะไม่รู้ว่าทั้งสองเป็นญาติที่มีสายเลือดห่างกันมาก ความสนิทสนมถึงขั้นแตะเนื้อต้องตัว รู้เรื่องราวชีวิตของกันและกัน บุตรขุนนางเอ่ยเรียกนามขององค์รัชทายาทโดยตรง คงมิใช่เรื่องปกติกระมัง

คิ้วโก่งขยับเข้าหากันทันทีเมื่อรับรู้ความคิดอกุศลของสวามี เว่ยเมิ่งเหยาเกือบจะเผลอแสดงความไม่พอใจออกไป แต่สุดท้ายก็ยกยิ้ม แสร้งเหนียมอาย

“ท่านอ๋องกล่าวเช่นนี้ เป็นเพราะหึงหวงหม่อมฉันหรือเพคะ”

“ไม่-”

“อย่าได้ทรงคิดมากไปเลย หม่อมฉันมีใจให้พระองค์อย่างลึกซึ้ง กับองค์รัชทายาทเป็นพี่น้องที่เติบโตมาด้วยกันเท่านั้นเพคะ”

“ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้ว ว่าข้าไม่ชอบสตรีอ่อนแอเช่นเจ้า คำว่าหึงหวงคงห่างชั้นนัก!” ว่าเพียงเท่านั้น เอกบุรุษก็เดินจ้ำอ้าวออกไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉี่ยว ทำเอาสาวงามลอบขำกับพฤติกรรมไม่ต่างจากเด็กน้อยนั่น

“หวังเฟย เหตุใดยั่วโมโหชินอ๋องเช่นนั้นเล่าเพคะ”

“ข้ามิได้ยั่วโมโหเสียหน่อย ข้ากำลังทำให้เขาเชื่อจริงๆ ว่าข้าแต่งกับเขาเพราะรัก แคว้นเฉวียนจะได้ไม่สงสัยเรื่องภายในแคว้นต้งหนาน” มือเรียวยื่นออกไปรับเสี่ยวจินมาอุ้มไว้เอง

ตากลมมองสำรวจจวนที่กว้างขวาง เห็นว่าในจวนนี้มีเรือนย่อยอยู่หลายหลัง ทางทิศตะวันออกเป็นเรือนของไท่เฟย ส่วนเรือนของท่านอ๋องอยู่ทางทิศเหนือแทบจะติดกับกำแพงจวนอยู่แล้ว เรือนที่สร้างไว้ให้เมิ่งเหยาก็อยู่ถัดจากของท่านอ๋องไม่มาก

นอกจากนี้ยังมีสถานที่อีกมากมายที่หวังเฟยคนใหม่ยังไม่ทราบ เห็นทีนางคงต้องทำความคุ้นเคยกับที่นี่เสียก่อน หากปรับตัวได้แล้ว เรื่องอื่นค่อยทำก็ยังไม่สาย

“ไปกันเถิดเสี่ยวจิน มี่มี่ ไปดูกันว่าคนที่นี่เขาทำอะไรกันบ้าง-” ยังไม่ทันที่ขาเรียวจะก้าว ก็มีนางกำนัลวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาเสียก่อน

“หวังเฟยเพคะ ไท่เฟยเรียกพบเพคะ”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel