ตอนที่ 3 คืนวิวาห์อัปยศ
ตอนที่ 3
คืนวิวาห์อัปยศ
เสียงผ้าไหมฉีกขาดดัง แคว่ก! บาดลึกเข้าไปในความเงียบสงัดของค่ำคืน
ไป๋รั่วสะดุ้งสุดตัว ยกมือขึ้นปิดป้องร่างกายตามสัญชาตญาณ เมื่อชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงที่ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยฝีมือช่างหลวงนับร้อยชีวิต ถูกมือหยาบหนาของบุรุษตรงหน้ากระชากจนขาดวิ่นราวกับเศษสวะ
“ชักช้า”
หลี่ซวินคำรามในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างที่ค่อยๆ ปรากฏแก่สายตาผ่านรอยขาดของเสื้อผ้า
“ข้าบอกให้เจ้าถอด แต่ดูท่าองค์หญิงผู้สูงศักดิ์จะทำอะไรเองไม่เป็น ถ้าเช่นนั้น... ข้าจะสงเคราะห์ให้”
ไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากทักท้วง ร่างสูงใหญ่ดั่งภูผาก็โถมตัวเข้าหา กลิ่นอายคุกคามกดทับจนนางหายใจไม่ออก เขาไม่เสียเวลาปลดกระดุมหรือคลายสายคาดเอวอย่างนุ่มนวล แต่ใช้พละกำลังของจอมทัพฉีกกระชากอาภรณ์ด่านสุดท้ายจนหลุดรุ่ย
ผิวขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแรกฤดู ตัดกับแสงไฟสีส้มสลัวจากเตาอัคคีและผ้าปูเตียงขนสัตว์สีเข้ม ยอดอกสีหวานชูชันขึ้นท้าทายสายตาเพราะความหนาวเหน็บและความตื่นตระหนก ไป๋รั่วตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ นางพยายามห่อไหล่เข้าหากันเพื่อปกปิดความอับอาย
“เอามือออก”
หลี่ซวินสั่งเสียงเหี้ยม
เมื่อนางยังลังเล เขาก็รวบข้อมือบางทั้งสองข้างของนางด้วยมือเพียงข้างเดียว แล้วตรึงมันไว้เหนือศีรษะ กดแนบไปกับหมอนขนเป็ดอย่างแรงจนนางนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“มองดูตัวเองเสียสิ ไป๋รั่ว...”
หลี่ซวินก้มลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนอ่อนลุกชัน
“ยามนี้เจ้าเหมือนลูกแกะที่ถูกลอกหนัง... เปลือยเปล่า ไร้ทางสู้ และงดงามจนน่าบดขยี้”
สายตาโลมเลียของเขาไล่สำรวจเรือนร่างของนางอย่างจาบจ้วง ราวกับลิ้นหยาบๆ ที่ลากผ่านผิวเนื้อ เขาไม่ได้มองนางด้วยความรักใคร่ แต่มองด้วยสายตาของผู้ชนะที่กำลังสำรวจทรัพย์สินชิ้นใหม่
มืออีกข้างที่ว่างอยู่ลูบไล้ไปตามเอวคอดกิ่ว สัมผัสของเขาหยาบกระด้างจากรอยด้านและแผลเป็น มันขูดผิวเนียนละเอียดของนางจนแสบร้อน ปลายนิ้วร้ายกาจบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงอย่างแรงจนเนื้อนุ่มปลิ้นคามือ สร้างรอยแดงเป็นจ้ำๆ ขึ้นทันตาเห็น
“อ๊ะ... เจ็บ...”
ไป๋รั่วหลุดเสียงร้องแผ่วเบา น้ำตาคลอหน่วย
“เจ็บสิดี”
หลี่ซวินแสยะยิ้มมุมปาก
“ความเจ็บปวดจะทำให้เจ้าจดจำว่าใครคือเจ้าชีวิตของเจ้า”
สิ้นคำพูด เขาไม่รอให้นางได้เตรียมใจ ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบกัดลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มอย่างแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เขาตีตราจองนางด้วยรอยฟัน เหมือนสัตว์ป่าที่กัดคอเหยื่อเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
“อื้อ”
ไป๋รั่วเม้มปากแน่น ความเจ็บจี๊ดแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่นางปฏิเสธที่จะร้องขอความเมตตา
หลี่ซวินเลื่อนใบหน้าต่ำลงมา ลิ้นร้อนชื้นลากผ่านไหปลาร้าสวย ลงมาสู่เนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวรุนแรง เขาอ้าปากครอบครองยอดถันสีหวาน ดูดดึงและขบเม้มอย่างตะกละตะกลาม ไร้ซึ่งความปรานี ลิ้นสากระรัวหยอกเย้าจนนางสะท้านเฮือก ร่างกายบิดเกร็งด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ผสมปนเปกันระหว่างความเจ็บและความวาบหวาม
“ท่าน... ท่านมันปีศาจ”
ไป๋รั่วเค้นเสียงด่าทอ แต่นั่นยิ่งเหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ
หลี่ซวินเงยหน้าขึ้นจากอกนาง นัยน์ตาวาวโรจน์
“ใช่ ข้าคือปีศาจ... และปีศาจตนนี้กำลังจะกลืนกินเจ้าทั้งตัว”
เขาละมือจากข้อมือของนาง เลื่อนลงมาแยกเรียวขาขาวผ่องออกจากกัน ไป๋รั่วพยายามหุบขาหนีด้วยความหวาดกลัว แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงของจอมทัพ เขาแทรกกายแกร่งเข้ามาตรงกลางระหว่างขาของนางอย่างอุกอาจ หัวเข่าด้านหนาของเขากดดันต้นขาด้านในของนางให้เปิดกว้างยิ่งขึ้น
“ดูสิ... ว่าสินค้าจากวังหลวงจะบริสุทธิ์ผุดผ่องจริงหรือไม่”
นิ้วเรียวยาวแต่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าสอดแทรกเข้าไปในช่องทางคับแคบที่แห้งผากอย่างรวดเร็วและรุนแรง ไป๋รั่วเบิกตากว้าง กรีดร้องออกมาไม่เป็นภาษา
“ไม่! เอาออกไป! ข้าเจ็บ!”
หลี่ซวินไม่ฟังคำทัดทาน เขาขยับนิ้วเข้าออกอย่างรุนแรงเพื่อเบิกทาง เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่ใหญ่โตกว่านั้น เสียงเฉอะแฉะเริ่มดังขึ้นเมื่อร่างกายของนางถูกกระตุ้นอย่างหนักหน่วง แม้ใจจะต่อต้าน แต่ร่างกายกลับเริ่มตอบสนองต่อการรุกรานที่ดิบเถื่อน
“ปากบอกว่าเจ็บ... แต่ข้างในของเจ้ามันตอดรัดนิ้วข้าแน่นเชียวนะ องค์หญิง”
เขาเยาะเย้ย แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่เห็นนางดิ้นพล่านอยู่ใต้ร่าง
เมื่อเห็นว่านางพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว หลี่ซวินก็ชักนิ้วออก เขาปลดอาภรณ์ท่อนล่างของตนเอง เผยความแข็งขึงที่ร้อนระอุและขยายตัวเต็มที่ ความเป็นชายที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนจ่อชิดที่ปากทางรักอันอ่อนนุ่ม
ไป๋รั่วมองภาพนั้นด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด นางส่ายหน้าไปมาบนหมอน น้ำตาไหลพราก
“ได้โปรด... ท่านอ๋อง... อย่า...”
“สายไปแล้ว ไป๋รั่ว”
เสียงของเขาแหบพร่าและดุดัน
“ตอนนี้เจ้าเป็นของข้า”
สวบ!
หลี่ซวินกระแทกสะโพกสอบเข้าใส่ร่างบางในคราวเดียว ทะลวงผ่านเยื่อบางๆ ที่ขวางกั้น ความเป็นชายอันใหญ่โตฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของนางจนหมดสิ้น
“กรี๊ดดดดดดด!”
ไป๋รั่วกรีดร้องสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับร่างกายจะฉีกขาดเป็นสองท่อน เล็บมือจิกแน่นลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาจนเลือดซิบ แต่นางไม่มีแรงแม้แต่จะผลักไส
หลี่ซวินคำรามต่ำในลำคอ เขาหยุดนิ่งครู่หนึ่งเพื่อให้ร่างกายของนางปรับตัวรับขนาดของเขา ช่องทางที่คับแน่นบีบรัดตัวตนของเขาจนแทบคลั่ง ความอุ่นร้อนและความคับแคบทำให้เขารู้สึกดีจนแทบระเบิด
“แน่นชิบ...”
เขาสบถ หายใจหอบถี่
“ผ่อนคลายหน่อยสิ อย่าเกร็ง”
เขาเริ่มขยับสะโพก ทรงพลังและหนักหน่วง ทุกจังหวะที่กระแทกกระทั้นเข้ามาตอกย้ำถึงการครอบครองที่สมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่การร่วมรัก มันคือการบุกรุก การยึดครอง และการประกาศชัยชนะ
ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงลมหายใจหอบกระเส่า หลี่ซวินโหมกระหน่ำแรงอารมณ์ใส่นางไม่ยั้ง ราวกับพายุคลั่งที่ต้องการหักกิ่งไม้ให้แหลกคามือ เขาจับเอวบางไว้แน่น บังคับให้นางรับแรงกระแทกทุกหยาดหยด
ไป๋รั่วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรือลำน้อยที่กำลังจะอับปางท่ามกลางคลื่นลมบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดเสียดแทงในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความจุกเสียดและความรู้สึกวาบหวามที่นางไม่คุ้นเคย มันน่าอับอาย... น่ารังเกียจ... แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันรุนแรงจนสมองของนางขาวโพลน
นางกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่นจนห่อเลือด รสเค็มปร่าของเลือดคละคลุ้งในปาก นางสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ร้องครวญครางออกมาให้เขาได้ใจเด็ดขาด
หลี่ซวินก้มลงมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและริมฝีปากที่บวมช้ำจากการกัด เขารู้สึกขัดใจที่นางไม่ยอมสยบแทบเท้าเขา
“ร้องสิ! ร้องเรียกชื่อข้า!”
เขาตะคอก พลางกระแทกสวนเข้าไปลึกสุดแรงจนโดนจุดกระสันภายใน
“อึก...”
ไป๋รั่วหลุดเสียงสะอื้น นางเชิดหน้าขึ้นระบายลมหายใจ สองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปถึงปลายเท้า “ข้า... ไม่...”
“ดื้อด้านนัก”
หลี่ซวินเปลี่ยนท่า จับขาเรียวข้างหนึ่งพาดบ่าแกร่ง เปิดทางให้เขารุกรานได้ลึกซึ้งและรุนแรงยิ่งขึ้น เขาโน้มตัวลงไปบดจูบริมฝีปากที่ชุ่มเลือดของนาง บังคับให้เผยอปากรับลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้ามาพัวพันดูดดึงลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจ
รสจูบของเขาเต็มไปด้วยรสคาวเลือดและตัณหา มันป่าเถื่อนจนปากนางบวมเจ่อ เขาบดขยี้ริมฝีปากนางพร้อมกับบดขยี้ช่วงล่างอย่างบ้าคลั่ง
“อา... ซวิน...”
ในที่สุด ความอดทนของไป๋รั่วก็พังทลายลงพร้อมกับกำแพงแห่งศักดิ์ศรี ความเสียวซ่านที่รุนแรงเกินต้านทานทำให้นางเผลอหลุดปากครางชื่อเขาออกมาเสียงเครือ
เสียงหวานหูนั้นเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดี หลี่ซวินคำรามลั่น เร่งจังหวะกระแทกกระทั้นครั้งสุดท้ายอย่างรัวเร็วและหนักหน่วง จนกระทั่งความสุขสมระเบิดออกภายในร่างของนาง
เขาฉีดพ่นสายธารอุ่นร้อนเข้าไปในกายของนางทุกหยาดหยด เติมเต็มช่องทางรักจนเอ่อล้น หลี่ซวินซบหน้าลงกับซอกคอชื้นเหงื่อของนาง หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ขณะที่ร่างบางใต้อาณัตินอนแน่นิ่ง หมดเรี่ยวแรงราวกับตุ๊กตาผ้าที่ชำรุด
ผ่านไปครู่ใหญ่ หลี่ซวินยันกายลุกขึ้น มองดูผลงานของตนเองบนเตียง... รอยเลือดพรหมจรรย์สีแดงสดเปรอะเปื้อนผ้าปูสีขาว รอยช้ำเป็นจ้ำๆ ตามผิวขาวเนียน และดวงตาที่เลื่อนลอยของไป๋รั่ว
เขาเอื้อมมือไปเช็ดคราบเลือดที่มุมปากให้นางเบาๆ แต่นางเบือนหน้าหนี
“หึ... เก่งมาก ไป๋รั่ว”
หลี่ซวินกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อ่านยาก
“เจ้าทนรับอารมณ์ของข้าได้โดยไม่ตายไปเสียก่อน... ข้าจะถือว่าเจ้าสอบผ่าน”
เขาล้มตัวลงนอนข้างๆ ดึงผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของนางอย่างลวกๆ ก่อนจะตวาดแขนโอบกอดนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บังคับให้นางหนุนแขนเขาต่างหมอน
“นอนซะ... พรุ่งนี้เจ้ายังมีหน้าที่ต้องทำอีกมาก ในฐานะ ผู้หญิงของข้า”
ไป๋รั่วนอนตะแคงหันหลังให้เขา น้ำตาไหลรินลงหมอนเงียบๆ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดทางใจ
ปีกของหงส์ฟ้า... ถูกพยัคฆ์ร้ายหักสะบั้นลงแล้วในค่ำคืนนี้...
