บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2

กลางคืนอันเงียบเชียบอากาศหรือก็หนาวเหน็บ เฉินซินเยว่นอนหลับอยู่บนเตียง หลายวันมานี้นางทำงานจนเหนื่อย เนื่องจากต้องดองผักไว้แลกกับข้าวสาร ทั้งยังต้องเก็บเอาไว้กินหน้าหนาว

ชีวิตที่ต้องดิ้นรนตามลำพัง ทำให้นางไม่อาจอยู่เฉย ทุกวันต้องออกไปทำงานจึงจะมีข้าวกิน

หลายปีก่อนมีท่านลุงกับท่านป้าแซ่หูซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านสงสารนาง จึงได้ลอบนำข้าวสารและอาหารมาให้ ทั้งยังแอบมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ พร้อมกับนำผ้าห่มและของจำเป็นมามอบให้

ต่อมาเฉินซินเยว่เรียนรู้ที่จะปลูกผัก เลี้ยงไก่ และทำหลายๆ สิ่งหลายๆ ตัวเอง แต่ก็ยังไม่พอเพราะนางไม่มีพื้นที่พอสำหรับปลูกข้าว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องดองผัก ทั้งนี้ก็เพื่อให้ท่านลุงนำหูไปแลกข้าวสารมาให้

เสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกทำให้เฉินซินเยว่ลืมตา

นางขยับตัวลุกเพราะไม่คิดว่าตัวเองฟังผิด กระท่อมของนางนับเป็นสถานที่ต้องห้ามของคนในหมู่บ้าน ทั้งนี้ก็เพราะใบหน้าของนางมีปานรูปจันทร์เสี้ยว ซึ่งคนในหมู่บ้านต่างก็คิดว่านั่นเป็นตราของปีศาจ เป็นตราแห่งความชั่วร้ายที่มีแต่ความอัปมงคล

เงาความเคลื่อนไหววูบเข้ามาใกล้ แต่หญิงสาวเพียงร้องได้เสียงหนึ่ง ผ้าผืนหนากลับถูกปิดลงมา นางได้แต่ดิ้นรนขลุกขลัก ในใจหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ

เสียงซุบซิบกันของบุรุษหลายคน ทำให้นางตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด กระทั่งกลิ่นจางๆ บางอย่างบนผ้ากระสาเข้าจมูก สติของเฉินซินเยว่ก็ดับวูบ

บทสนทนาเลือนรางที่นางได้ยิน ทำให้นางได้แต่รู้สึกอดสู

“ไม่ผิดตัวแน่หรือ”

“จะผิดตัวได้อย่างไร ไม่เห็นจันทร์เสี้ยวนั่นหรือ”

“แต่...มิใช่ว่านางเป็นสตรีอัปลักษณ์หรอกหรือ”

“จะรู้ได้อย่างไร ไม่เคยมีใครเข้ามาพบปะและพูดคุยกับนางเสียหน่อย เรื่องที่นางเป็นสตรีอัปลักษณ์ก็พูดต่อๆ กันมาทั้งนั้น”

“นั่นสินะ หากไม่นับว่าปานนั่นเด่นชัด เสี้ยวหน้าอีกข้างของนาง...นี่มิใช่โฉมสะคราญผู้หนึ่งหรอกหรือ”

“เฮ้อ...ช่างน่าเสียดาย นางชื่ออะไรนะ”

“นางแซ่เฉิน มีนามว่าซินเยว่”

“ซินเยว่ ...เยว่เอ๋อร์ เจ้าก็อย่าแค้นเคืองชาวบ้านเลยนะ เจ้ามีตราของปีศาจ อย่างไรเขาก็ต้องมารับเจ้าอยู่แล้ว ไปเร็วหน่อยภัยแล้งจะได้หายไปด้วย ถือเสียว่าทำเพื่อส่วนรวมเถิด”

นางนะหรือต้องทำเพื่อส่วนรวม

...ส่วนรวมที่ไม่เคยไยดีนาง ทอดทิ้งนางเอาไว้ให้เผชิญความเป็นความตายตามลำพัง มาบัดนี้กลับเรียกร้องให้นางเอาชีวิตไปสังเวยให้ปีศาจแห่งขุนเขา

ช่าง...น่าขันสิ้นดี

ยาสลบที่ใช้มีฤทธิ์อ่อนๆ ดังนั้นเฉินเยว่ซินจึงรู้สึกตัวขึ้นมา และพบว่ารอบกายของนางนั้นมีเพียงความมืด ชาวบ้านเหล่านั้นเปลี่ยนชุดให้นาง ทั้งยังใช้เกี้ยวยกนางขึ้นมาทิ้งเอาไว้บนเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

หลายครั้งที่นางเคยได้ยินท่านลุงและท่านป้าเล่าให้ฟังมาก่อน การบูชายัญเทพเจ้าและหมาป่าแห่งจิ่วซาน หญิงสาวในหมู่บ้านจะถูกจับอาบน้ำแต่งชุดเจ้าสาว จากนั้นจะถูกนำขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวมาส่งในป่าลึกบนหุบเขาจิ่วซาน หุบเขาที่หากไม่รู้จักเส้นทางก็ง่ายแก่การหลง

ลูบคลำไปยังแขนเสื้อ สัมผัสนิ่มลื่นมือทำให้นางยิ้มขื่น ชาวบ้านเหล่านั้นใจกว้างถึงเพียงนี้ ถึงกับตัดชุดเจ้าสาวด้วยแพรพรรณอย่างดี เช่นนี้แล้วนางควรจะขอบคุณใช่หรือไม่

ก้าวออกมาจากเกี้ยวเจ้าสาว ด้านนอกที่มีเพียงความเงียบงัน หาได้ทำให้เฉินซินเยว่หวาดกลัว นางอยู่กับความเงียบงันมานาน นานพอที่จะเคยชินและไม่หวั่นหวาดโดยง่าย หากแต่ในป่าลึกนี้ไม่เหมือนกัน

ที่นี่ไม่ได้มีเพียงความเงียบงัน หากแต่ยังมีเสียงของสรรพสัตว์ที่ออกล่าในยามค่ำคืน เสียงคำรามแผ่วเบามาแต่ไกล รวมไปถึงความรู้สึกราวกับถูกจ้องมอง ทำให้หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ

อากาศหนาวเหน็บไม่อาจทำร้ายนางได้ ชุดเจ้าสาวสีแดงที่ตัดเย็บมาอย่างดี ช่วยนางได้ในระดับหนึ่งหากเทียบกับชุดที่นางสวมเข้านอนก่อนหน้านี้
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel