เฉินซินเยว่ เพียงเงาจันทรา

44.0K · จบแล้ว
หรงเย่า/นาย่า/สุราพันจอก
42
บท
2.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เฉินซินเยว่ หญิงสาวกำพร้าผู้ซึ่งอาศัยอยู่ตามลำพังอย่างโดดเดี่ยว จันทร์เสี้ยวสีดำใต้ดวงตาคู่งาม ทำให้ผู้คนต่างรังเกียจและขับไล่ไสส่ง เนื่องจากเชื่อว่านั่นคือตราของปีศาจแห่งความมืด หญิงสาวถูกชาวบ้านส่งตัวไปบูชายัญบนจิ่วซาน และในป่าลึกนั่นนางก็ได้พบกับหลางจวิน บุรุษที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของนางไปตลอดกาล หลางจวิน ชายหนุ่มจากเผ่าพันธุ์หมาป่าแห่งจิ่วซาน กึ่งกลางหน้าผากของเขามีจันทร์เสี้ยวสีดำ เป็นคู่ครองซึ่งเกี่ยวข้องกับเฉินซินเยว่ ทั้งในอดีตกระทั่งถึงปัจจุบัน เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชะตาชีวิตของนางผกผัน ความวูบวาบหวามไหวแล่นพลิ้วไปทั่วร่าง นางพิงศีรษะด้านหลังลงไปยังไหล่กว้าง ลมหายใจเริ่มหอบโยน ร่างกายหรือก็สิ้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ความรัญจวนคืบคลานเข้าครอบงำจนนางไม่เป็นตัวของตัวเอง สาบเสื้อด้านหน้าถูกแหวกออก หลางจวินพรมจุมพิตลงไปยังลาดไหล่ สองขากางออกพร้อมกับบังคับให้ท่อนขาเพรียวที่พาดอยู่เปิดออกกว้าง ไม่นานเสื้อของนางก็ถูกดึงร่นลงตามลาดไหล่ “เยว่เอ๋อร์” เขากระซิบ พร้อมกับจุมพิตรุกเร้าเรียกร้องให้นางตอบสนอง

นิยายจีนโบราณดราม่าจีนโบราณคนในใจแฟนเก่ารักสามเศร้าผู้หญิงเรียบร้อยเหนือธรรมชาติ พลังเหนือมนุษย์

บทที่ 1.1

ตำบลหย่งอัน แคว้นฉิน

กระท่อมหลังเล็กซอมซ่อตั้งอยู่นอกหมู่บ้าน ทั้งยังอยู่ติดกับเนินเขาลูกเล็ก ซึ่งเป็นทางเดินเชื่อมต่อขึ้นไปยังจิ่วซาน หุบเขาที่สูงชันและซับซ้อนที่สุดของแคว้น กระท่อมหลังนี้นอกจากหญิงสาวอัปลักษณ์ผู้หนึ่งแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นอาศัยอยู่อีก

นับแต่โบราณผู้คนแคว้นฉินมักเชื่อถือในภูตผีปีศาจ ยิ่งเป็นตำบลหย่งอันซึ่งอยู่ติดกับจิ่วซาน พวกเขาก็ยิ่งงมงายจนถึงขั้นเคยจับคนส่งขึ้นไปบนเขาเพื่อบูชายัญมาแล้ว

ค่ำคืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ชาวบ้านหลายคนที่งมงายเชื่อถือในเรื่องของภูตผี กำลังรวมตัวกันหารืออย่างเคร่งเครียด

ปีนี้เกิดภัยแล้งอย่างหนัก พวกเขาต่างก็เชื่ออย่างหมดใจ ในยามที่หมอผีบอกว่าต้องส่งหญิงสาวพรหมจรรย์ให้กับหมาป่าแห่งจิ่วซาน ซึ่งเป็นผู้ปกปักแห่งพงไพร

หมอผีใคร่ครวญอย่างหนัก หลังจากที่ไม่ว่าใครก็ล้วนไม่ต้องการส่งบุตรสาวของตนขึ้นไปจิ่วซาน “ข้านึกถึงสตรีผู้หนึ่ง นางนับว่าเหมาะที่สุดแล้วเพราะปีนี้นางอายุได้สิบเก้าปีเต็ม ทั้งยังเกิดในคืนเดือนมืด”

“ผู้ใดหรือ!”

“จะใครเสียอีกเล่า สตรีอัปลักษณ์ผู้นั้นอย่างไรเล่า”

“ใคร”

“หมายถึงบุตรสาวตระกูลเฉินหรือ”

“ใช่ๆ เป็นนาง เฉินซินเยว่ผู้นั้น”

“แต่...พวกเราขับไล่นางขึ้นเขาไปแล้ว นางไม่มีวันยินยอม”

เฉินซินเยว่ผู้นี้เดิมทีเป็นบุตรสาวของคหบดีตระกูลเฉิน สิบปีก่อนเกิดเรื่องโชคร้ายขึ้น ในยามที่ออกเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องต่างเมือง ไม่คิดว่าระหว่างทางจะมีโจรกลุ่มหนึ่งเข้าปล้นฆ่าชิงทรัพย์ ขบวนใหญ่โตกลับหลงเหลือเพียงเด็กสาววัยเก้าขวบเพียงหนึ่งเดียว

ว่ากันตามจริงแล้วด้วยกำลังทรัพย์ของตระกูลเฉิน เด็กเก้าขวบสมควรมีญาติเกี่ยงกันมารับตัวไป เนื่องจากความมั่งคั่งของตระกูลเฉินนั้น เกินกว่าผู้ใดจะคาดเดาได้

หากแต่...เด็กน้อยกลับมีตราจันทร์เสี้ยวใต้หางตาข้างหนึ่ง ซึ่งทำให้เหล่าญาติที่มาพอรุมทึ้งทรัพย์สมบัติจนเกลี้ยงแล้ว พวกเขาก็พากันหลบเร้นและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งเด็กน้อยให้เผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง

ความจริงแล้วตราจันทร์เสี้ยวที่ถูกพบเห็น แบ่งออกเป็นสองประเภท ตราแห่งแสงสว่างเป็นตราจันทร์เสี้ยวสีทองหรือสีแดง หากแต่ตราของเฉินซินเยว่นั้นเป็นจันทร์เสี้ยวสีดำ

หมอผีมีใบหน้าเคร่งเครียด “ตรานั่นเห็นชัดว่าเป็นของปีศาจแห่งความมืด จิ่วซานมีเพียงหมาป่าผู้ปกปักที่สามารถขับไล่ความชั่วร้าย เราต้องส่งนางให้หมาป่าผู้ปกปัก หาไม่ภัยแล้งคงมีแต่จะยิ่งรุนแรง”

“เช่นนั้นก็จับนางมัดแล้วส่งไปก็สิ้นเรื่อง” เสียงหนึ่งเสนอขึ้น

เงียบกริบ... ชาวบ้านต่างก็ไม่มีใครคัดค้าน

กระนั้นใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความละอาย สิบปีก่อนหลังเกิดเรื่องกับตระกูลเฉิน ไม่ว่าไปที่ใดเด็กน้อยแซ่เฉินก็มักจะถูกขับไล่ นางเร่ร่อนมาถึงที่นี่ด้วยเพราะตระกูลเฉินมีที่ดินมากมายที่ปล่อยให้เช่า

ที่ผ่านมานายท่านเฉินจิตใจดีมักช่วยเหลือผู้คน หากแต่เมื่อเกิดเรื่องทุกคนล้วนปิดปากเงียบและครอบครองที่ดินผืนนั้นเป็นของตัวเอง ด้วยหวังว่าเด็กคนหนึ่งไหนเลยจะกล้ามาทวงสิทธิ์

การปรากฏตัวของเฉินซินเยว่ แม้ต่างคนต่างก็รังเกียจหากแต่ก็ไม่อาจขับไล่ ชาวบ้านต่างรวมตัวหารือกันจนได้ข้อสรุปว่าให้เฉินซินเยว่ออกไปอยู่นอกหมู่บ้าน

ถึงอย่างนั้นนางก็เป็นเพียงเด็กอายุเพียงเก้าขวบ เด็กตัวเท่านั้นเอาตัวรอดมาได้อย่างไร พวกเขาเองก็ไม่เคยรับรู้ รู้เพียงแต่ว่ามีคนเคยเห็นนางเดินอยู่ในกระท่อมซอมซ่อ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาอยู่หลายต่อหลายครั้ง

“ไม่มีทางเลือกแล้ว วันนี้เป็นคืนเดือนมืด หากเราส่งตัวนางไป หมาป่าแห่งจิ่วซานย่อมมารับตัวเจ้าสาวอย่างแน่นอน”

หมอผีเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ จากนั้นจึงระดมชาวบ้านเดินตรงไปยังกระท่อมบนเนินเขา