บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3:คู่หมั้นที่ไม่เต็มใจ

เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมสายหมอกบาง ๆ ที่ลอยคลอเคลียอยู่เหนือยอดเขา

แสงแดดอ่อนส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอน อลินค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพื่อทบทวนว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

หญิงสาวกะพริบตาสองสามครั้ง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่ข้างเตียง ความจริงก็ย้อนกลับมาในความคิดทันที

เธอไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ แล้ว ที่นี่คือบ้านของอัคนี...และอีกไม่นาน เธอจะต้องเข้าพิธีหมั้นกับเขาแทนพี่สาว

อลินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเอง

“เอาล่ะ...”

เธอพูดกับตัวเองพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง

“อย่างน้อยก็ลองใช้ชีวิตที่นี่ให้ดีที่สุดแล้วกัน”

รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้า ก่อนเธอจะเดินเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ

ไม่นานนัก หญิงสาวก็ออกมาพร้อมชุดเดรสแขนสั้นสีอ่อน ผมยาวถูกมัดครึ่งศีรษะอย่างเรียบง่าย เธอแทบไม่ได้แต่งหน้า มีเพียงริมฝีปากที่แต้มสีอ่อน ๆ

อลินยืนมองตัวเองในกระจกแล้วถอนหายใจ

“อลิน...อย่าตื่นเต้น”

เธอพยายามยิ้มให้ตัวเอง

“ก็แค่ลงไปกินข้าวกับคนที่กำลังจะเป็นคู่หมั้น”

พูดจบเธอก็ทำหน้าแหย ๆ

“แค่คู่หมั้นเอง...”

แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างน่าหงุดหงิด

---

ห้องอาหาร

อัคนีนั่งอยู่หัวโต๊ะตั้งแต่เช้า ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขายาวสีเข้ม มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์อ่านรายงานเกี่ยวกับงานในไร่ อีกข้างยกแก้วกาแฟขึ้นจิบเป็นระยะ สีหน้าของเขายังคงเคร่งขรึมเหมือนทุกวัน

“คุณดินครับ”

ปกรณ์ที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะเอ่ยขึ้น

“วันนี้คนงานจะเริ่มเก็บส้มแปลงทางทิศตะวันออกครับ”

อัคนีเลื่อนสายตาจากโทรศัพท์ขึ้นมอง

“ตรวจจำนวนคนงานให้เรียบร้อย แล้วให้หัวหน้าคนงานดูแลเรื่องความปลอดภัยด้วย”

“ครับ”

ชายหนุ่มตอบรับ ก่อนก้มลงมองเอกสารในมืออีกครั้ง

แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ...เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังมาจากทางเดิน อัคนีเงยหน้าขึ้น อลินกำลังเดินเข้ามา

หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นคนอยู่เต็มห้องอาหาร เธอไม่คิดว่าทุกคนจะตื่นเช้าขนาดนี้

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

เธอยกมือไหว้ทุกคนด้วยรอยยิ้ม แม่ของอัคนีรีบยิ้มตอบ

“มานั่งสิลูก”

อลินเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ว่างอยู่ แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น...กลับพบว่าตัวเองนั่งตรงข้ามอัคนีพอดี สายตาของทั้งสองสบกัน อลินยิ้มให้เขาเล็กน้อย

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

อัคนีพยักหน้า

“อืม”

คำตอบสั้นจนเธอแทบไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ อลินก้มหน้าลงอย่างเก้อเขิน มือเรียวหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหาร แต่เธอเพิ่งตักข้าวเข้าปากคำแรกก็ต้องชะงักเพราะเสียงของอัคนีดังขึ้น

“เมื่อคืนหลับสบายไหม”

อลินเงยหน้าขึ้นทันที

ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้ตั้งใจถามอะไรเป็นพิเศษ แต่แววตาที่มองเธอกลับทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ

“ค่ะ หลับสบายมากเลย”

เธอตอบพร้อมยิ้ม

“อากาศที่นี่ดีมาก หนูชอบค่ะ”

อัคนีมองเธออยู่ครู่หนึ่ง

“ชอบ?”

“ค่ะ”

อลินพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น

“ที่กรุงเทพฯ รถเยอะ คนเยอะ อากาศก็ร้อน ที่นี่เงียบดีค่ะ”

พูดถึงตรงนี้ ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมา

“แล้วก็มีต้นส้มเต็มไปหมดเลย”

อัคนีมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของเธอ

ก่อนจะถามขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

“อยากเข้าไปดูไหม”

อลินชะงัก

“คะ?”

“ไร่”

เขาพูดสั้น ๆ

“ถ้าอยากดู วันนี้ผมพาไป”

หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นรอยยิ้มก็ค่อย ๆ กว้างขึ้น

“จริงเหรอคะ?”

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความดีใจจนคนฟังสัมผัสได้ทันที

“ค่ะ อยากไปมากเลย!”

อัคนีมองรอยยิ้มนั้นเงียบ ๆ เขาเคยเห็นผู้หญิงมากมายยิ้มให้เขา แต่รอยยิ้มของอลินกลับดูแตกต่าง มันไม่มีความเสแสร้ง ไม่มีความพยายามเอาใจเป็นเพียงความดีใจธรรมดา ๆ

“กินข้าวก่อน”

เขาพูดพร้อมก้มหน้ากลับไปมองจานตัวเอง

อลินพยักหน้ารัว ๆ

“ค่ะ”

แต่ริมฝีปากของเธอยังคงมีรอยยิ้มอยู่

---

หลังอาหารเช้า อลินเดินตามอัคนีออกมาหน้าบ้าน

เธอหยุดมองรถกระบะคันใหญ่ที่จอดอยู่ ก่อนหันกลับมามองชายหนุ่ม

“เราจะนั่งรถไปเหรอคะ?”

“บางส่วน”

อัคนีตอบพลางเปิดประตูรถ

“ไร่กว้าง เดินไม่ไหวหรอก”

อลินเผลอมองลงไปที่ขาของเขา ทันทีที่รู้ตัว เธอก็รีบหลบสายตา แต่การกระทำนั้นไม่พ้นสายตาของอัคนี

เขานิ่งไปเล็กน้อย

“มองทำไม?”

คำถามตรง ๆ ทำให้อลินสะดุ้ง เธอรีบส่ายหน้า

“เปล่าค่ะ”

“สงสัยอะไรถามได้”

น้ำเสียงของเขายังเรียบ แต่ไม่ได้แข็งกระด้าง

อลินเม้มริมฝีปาก ก่อนตัดสินใจถาม

“ขาของคุณ...เจ็บมากไหมคะ?”

อัคนีเงียบไป มือที่จับประตูรถหยุดนิ่ง เขาก้มมองขาตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนตอบ

“ตอนนี้ไม่มาก”

“แล้วหมอบอกว่าจะหายเป็นปกติไหมคะ?”

“ไม่รู้”

คำตอบสั้น ๆ ทำให้อลินเงียบลง เธอไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อ แต่แทนที่จะมองเขาด้วยความสงสาร...เธอกลับยิ้มบาง ๆ

“งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ”

อัคนีหันมองเธอ

“ไม่เป็นไร?”

“ค่ะ”

อลินยักไหล่เบา ๆ

“วันนี้เดินได้แค่ไหนก็เดินแค่นั้น วันไหนเดินได้มากขึ้นก็ค่อยเดินมากขึ้น”

เธอพูดเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดามาก

“ไม่เห็นต้องรีบเลยนี่คะ”

อัคนีนิ่ง

คำพูดง่าย ๆ ของเธอกลับทำให้เขาเงียบไปหลายวินาที

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา...คนรอบตัวมักมองเขาด้วยสายตาสงสาร บางคนพยายามพูดปลอบ บางคนพยายามทำเหมือนเขาเป็นคนปกติจนเกินไป

แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับไม่ได้ทำทั้งสองอย่างเธอเพียงยอมรับมัน เหมือนมันไม่ได้ทำให้เขามีค่าน้อยลงเลย

“ขึ้นรถเถอะ”

ในที่สุดอัคนีก็พูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเบาลงเล็กน้อย

อลินยิ้มแล้วเปิดประตูขึ้นรถ

---

ไม่นานรถก็แล่นเข้าสู่ไร่ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นส้มที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ

อลินมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความตื่นตาตื่นใจ

“สวยมากเลยค่ะ!”

เธอแทบจะยื่นหน้าออกไปนอกกระจก อัคนีเหลือบมองเธอแล้วพูดเสียงเรียบ

“นั่งดี ๆ เดี๋ยวตก”

อลินหัวเราะเบา ๆ ก่อนรีบนั่งกลับเข้าที่

“ขอโทษค่ะ”

“ไม่ต้องขอโทษทุกเรื่องก็ได้”

เธอหันมามองเขา

“คะ?”

“ถ้าอยากทำอะไรก็ทำ”

อัคนีพูดพร้อมมองถนนตรงหน้า

“ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอที่กรุงเทพฯ”

อลินกะพริบตา คำพูดนั้นทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ เหมือนเขากำลังบอกว่า...ที่นี่เธอสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ หญิงสาวจึงยิ้มออกมา

“งั้นต่อไปหนูจะไม่เกรงใจแล้วนะคะ”

อัคนีเหลือบมองเธอ

“อืม”

“สัญญานะ?”

“สัญญา”

คำตอบสั้น ๆ ของเขาทำให้อลินยิ้มกว้าง

โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า...คำว่า “ไม่ต้องเกรงใจ” ในวันนี้ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความใกล้ชิดระหว่างพวกเขาและในไม่ช้า...บ้านหลังนี้จะไม่ใช่เพียงสถานที่ที่อลินถูกส่งมาอยู่ แต่มันจะกลายเป็นสถานที่ที่หัวใจของเธอได้พบกับความรัก

ส่วนอัคนีเอง...ก็ยังไม่รู้ว่า ผู้หญิงที่เขาคิดว่าเข้ามาเพราะความจำใจ กำลังค่อย ๆ เดินเข้ามาในหัวใจของเขาทีละน้อย...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel