เจ้าสาวตัวแทนของอัคนี

56.0K · อัพเดทล่าสุด
สาธารลับ
30
บท
437
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

พี่สาวปฏิเสธเจ้าของไร่ส้มที่เคยประสบอุบัติเหตุ เธอจึงต้องเข้าพิธีแทนโดยไม่เต็มใจ…แต่ใครจะคิดว่าเจ้าสาวตัวแทนอย่างเธอ จะกลายเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อัคนีไม่มีวันยอมปล่อยมือ

พิการแต่งงานแทนแต่งงานก่อนรักนิยายรักโรแมนติกนิยายปัจจุบันนิยายรัก

ตอนที่1: เจ้าสาวที่ไม่ใช่คนเดิม

เสียงฝนในกรุงเทพฯ ตกกระทบกระจกบานใหญ่ของห้องรับแขกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบงันของบ้านหลังใหญ่

อลินนั่งอยู่ตรงปลายโซฟา มือทั้งสองข้างวางซ้อนกันบนตักอย่างเรียบร้อย เธอพยายามเก็บสีหน้าสงบเอาไว้ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงผิดปกติ เพราะประโยคที่ผู้เป็นพ่อเพิ่งพูดออกมาเมื่อครู่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว

“พ่อจะให้แกแต่งงานกับอัคนีแทนพี่”

หญิงสาวกะพริบตาช้า ๆ ริมฝีปากที่เคยมีรอยยิ้มอยู่เสมอค่อย ๆ เม้มเข้าหากัน

“แต่ง...แทนพี่อลิชาเหรอคะ?”

น้ำเสียงของอลินเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ดวงตากลมโตหันไปมองผู้เป็นแม่อย่างมีความหวัง ราวกับกำลังรอให้อีกฝ่ายหัวเราะแล้วบอกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น

แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงสีหน้าเรียบนิ่ง

“ใช่”

คำตอบสั้น ๆ ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของอลินจางหายไปทันที

เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย นิ้วเรียวที่วางอยู่บนตักค่อย ๆ กำเข้าหากันแน่น

“แล้ว...พี่อลิชาล่ะคะ?”

“พี่เขาไม่อยากแต่ง”

ผู้เป็นแม่ตอบด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังพูดถึงเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน

“เขาบอกว่าเขาไม่สามารถใช้ชีวิตกับผู้ชายที่ยังเดินไม่ปกติได้”

อลินนิ่งไปหัวใจของเธอหนักอึ้งขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลเธอเคยได้ยินเรื่องของอัคนีมาบ้าง

อัคนี เจ้าของไร่ส้มชื่อดังทางภาคเหนือ ชายหนุ่มวัยสามสิบต้น ๆ ที่ถูกวางตัวให้เป็นคู่หมั้นของพี่สาวมาตั้งแต่ก่อนเกิดอุบัติเหตุ แต่หนึ่งปีก่อน...เขาประสบอุบัติเหตุร้ายแรง หลังจากนั้นการเดินของเขาก็ยังไม่กลับมาเป็นปกติ

และนั่นคือเหตุผลที่อลิชาตัดสินใจถอนตัวจากการหมั้นหมาย

อลินสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้น

“ถ้าพี่ไม่อยากแต่ง...แล้วทำไมต้องเป็นหนูล่ะคะ?”

คราวนี้ผู้เป็นพ่อถอนหายใจอย่างรำคาญเล็กน้อย ก่อนเอนตัวพิงพนักโซฟา

“เพราะแกเป็นน้องสาวฝาแฝดของเขา”

อลินชะงัก คำตอบนั้นง่ายเกินไป ง่ายจนเธอรู้สึกเจ็บ

ตั้งแต่เด็กเธอรู้ดีว่าในบ้านหลังนี้ อลิชาคือคนสำคัญ ส่วนเธอเป็นเพียงคนที่ต้องคอยตามหลังพี่สาวเสมอ

เสื้อผ้าดี ๆ มักถูกเลือกให้อีกคนก่อน ของที่อลิชาชอบแต่คำชมจากพ่อแม่...ก็แทบไม่เคยมาถึงเธอ

แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งแม้แต่ชีวิตแต่งงานของเธอเองก็จะถูกหยิบยื่นให้คนอื่นตัดสินแทน

“หนูไม่รู้จักเขาเลยนะคะ”

อลินพูดเสียงเบา ดวงตาเริ่มสั่นไหว

“หนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นคนยังไง”

“ก็ไปทำความรู้จักเอาสิ”

ผู้เป็นพ่อพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“บ้านของอัคนีเป็นครอบครัวดี มีไร่ มีธุรกิจมั่นคง แต่งไปก็ไม่ได้ลำบากอะไร”

อลินหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างขมขื่น

เธอก้มหน้าลง ซ่อนแววตาที่เริ่มเจ็บปวด ไม่ใช่เพราะกลัวการแต่งงาน แต่เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีสิทธิ์เลือกชีวิตของตัวเองเลย

“ถ้าหนูปฏิเสธล่ะคะ?”

ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที

แม่ของเธอเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนถอนหายใจ

“อลิน อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยาก”

น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความห่วงใย มีเพียงความเหนื่อยหน่าย

“พี่เขาไม่อยากแต่ง แกก็ช่วยพี่เขาสักครั้งไม่ได้หรือไง?”

อลินกำมือแน่นกว่าเดิม คำว่า “ช่วยพี่” เหมือนเข็มเล็ก ๆ ที่แทงลงกลางใจสุดท้ายเธอก็ต้องเป็นฝ่ายยอมอีกแล้ว หญิงสาวเงียบไปนาน ก่อนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นรอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้า แม้ดวงตาจะยังมีความเศร้าซ่อนอยู่

“ค่ะ...หนูจะแต่ง”

ทันทีที่คำตอบนั้นหลุดออกมา สีหน้าของพ่อกับแม่ก็ผ่อนคลายลง

ไม่มีใครถามเลยว่า...เธอเต็มใจหรือเปล่า

ไม่มีใครถามว่า...เธอกลัวไหม

และไม่มีใครสังเกตด้วยว่า มือของอลินยังคงกำแน่นอยู่บนตัก

---

ในเวลาเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของประเทศ...ภายในบ้านหลังใหญ่กลางไร่ส้มทางภาคเหนือ ชายหนุ่มร่างสูงกำลังยืนอยู่ริมระเบียงไม้

อัคนีสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงขายาวเรียบง่าย มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟ ส่วนอีกข้างจับราวระเบียงไว้แน่น ขาข้างหนึ่งของเขายังลงน้ำหนักได้ไม่เต็มที่

แม้เวลาจะผ่านไปหนึ่งปีแล้ว แต่อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุยังทิ้งร่องรอยเอาไว้

ชายหนุ่มมองออกไปยังไร่ส้มเบื้องหน้าอย่างเงียบงัน แสงแดดยามเย็นสาดผ่านแนวต้นส้มจนเกิดเป็นเงาทอดยาว

“คุณดินครับ”

เสียงของปกรณ์ ลูกน้องคนสนิทดังขึ้นจากด้านหลัง

อัคนีไม่ได้หันกลับไปทันที

“ว่าไง”

“ทางกรุงเทพฯ โทรมาแจ้งเรื่องพิธีหมั้นครับ”

มือที่ถือแก้วกาแฟหยุดนิ่ง

อัคนีหันกลับมาช้า ๆ ใบหน้าคมยังคงเรียบเฉย

“อลิชาตกลงแล้ว?”

ปกรณ์มีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย ก่อนตอบ

“ไม่ใช่ครับ”

คิ้วเข้มของอัคนีขยับขึ้นเล็กน้อย

“แล้ว?”

“คุณหนูอลินจะเป็นคนเข้าพิธีแทนครับ”

ความเงียบเข้าปกคลุมทันที อัคนีมองปกรณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ไม่ใช่เสียงหัวเราะที่มีความสุข แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความรู้สึกประชดประชัน

“เปลี่ยนเจ้าสาวกันง่ายดีนะ”

ปกรณ์ก้มหน้า ไม่กล้าตอบ อัคนีเดินกลับไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ช้า ๆ ก่อนวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงความโกรธ กลับดูสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด

“เธอรู้ไหมว่าฉันเดินไม่เหมือนเดิม?”

“ทางนั้นน่าจะทราบครับ”

“แล้วเธอยังยอมมา?”

“ครับ”

อัคนีนิ่งไป ปลายนิ้วของเขาเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ อย่างใช้ความคิด ในหัวเกิดคำถามขึ้นมากมาย

เธอสงสารเขา?

หรือครอบครัวส่งเธอมาเพื่อรักษาหน้าตัวเอง?ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลไหน...เขาก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธ พราะสำหรับเขา การหมั้นหมายครั้งนี้ไม่เคยมีความหมายเรื่องความรักอยู่แล้ว มันเป็นเพียงข้อตกลงของผู้ใหญ่

“ถ้าเธออยากมา ก็ให้มา”

อัคนีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนเงยหน้ามองออกไปยังไร่ส้มอีกครั้ง

“แต่ฉันไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร”

---

สามวันต่อมา

รถยนต์คันหนึ่งแล่นผ่านถนนบนภูเขา ก่อนชะลอตัวลงเมื่อเข้าสู่พื้นที่ของไร่ส้ม

อลินนั่งอยู่เบาะหลัง เธอเอียงหน้าเข้าหากระจก ดวงตากลมโตมองทิวเขาและต้นไม้สองข้างทางอย่างสนใจ

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาใช้ชีวิตทางภาคเหนือ แม้จะต้องมาที่นี่ด้วยเหตุผลที่เธอไม่ได้เลือกเอง...แต่เธอก็พยายามบอกตัวเองว่าเธอจะทำให้ดีที่สุดรถหยุดลงหน้าบ้านหลังใหญ่

อลินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากรถ

ทันทีที่เท้าแตะพื้น เธอก็เงยหน้ามองบ้านตรงหน้า

หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เพราะนับจากวันนี้...ที่นี่จะกลายเป็นบ้านของเธอและชายที่เธอกำลังจะเข้าพิธีหมั้นด้วย...กำลังรอเธออยู่ข้างใน

อลินยังไม่รู้เลยว่า การเดินทางขึ้นเหนือครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

และเธอก็ไม่รู้เช่นกันว่า...ผู้ชายที่เธอกำลังจะพบในวันนี้จะกลายเป็นคนที่ไม่เพียงแต่รักเธอ แต่จะยืนอยู่ข้างเธอในวันที่คนทั้งโลกหันหลังให้เธอ

“อลิน...ตั้งแต่วันนี้ เธอไม่ใช่แค่เจ้าสาวตัวแทนอีกต่อไป”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงสาวชะงัก ก่อนค่อย ๆ หันกลับไป และนั่นคือครั้งแรก...ที่อลินได้สบตากับ อัคนี ชายหนุ่มที่กำลังจะกลายเป็นสามีของเธอในอนาคต

แต่ในเวลานี้...พวกเขายังเป็นเพียงคนแปลกหน้าสองคนเท่านั้น