บทย่อ
พี่สาวปฏิเสธเจ้าของไร่ส้มที่เคยประสบอุบัติเหตุ เธอจึงต้องเข้าพิธีแทนโดยไม่เต็มใจ…แต่ใครจะคิดว่าเจ้าสาวตัวแทนอย่างเธอ จะกลายเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อัคนีไม่มีวันยอมปล่อยมือ
ตอนที่1: เจ้าสาวที่ไม่ใช่คนเดิม
เสียงฝนในกรุงเทพฯ ตกกระทบกระจกบานใหญ่ของห้องรับแขกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบงันของบ้านหลังใหญ่
อลินนั่งอยู่ตรงปลายโซฟา มือทั้งสองข้างวางซ้อนกันบนตักอย่างเรียบร้อย เธอพยายามเก็บสีหน้าสงบเอาไว้ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงผิดปกติ เพราะประโยคที่ผู้เป็นพ่อเพิ่งพูดออกมาเมื่อครู่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว
“พ่อจะให้แกแต่งงานกับอัคนีแทนพี่”
หญิงสาวกะพริบตาช้า ๆ ริมฝีปากที่เคยมีรอยยิ้มอยู่เสมอค่อย ๆ เม้มเข้าหากัน
“แต่ง...แทนพี่อลิชาเหรอคะ?”
น้ำเสียงของอลินเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ดวงตากลมโตหันไปมองผู้เป็นแม่อย่างมีความหวัง ราวกับกำลังรอให้อีกฝ่ายหัวเราะแล้วบอกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น
แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงสีหน้าเรียบนิ่ง
“ใช่”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของอลินจางหายไปทันที
เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย นิ้วเรียวที่วางอยู่บนตักค่อย ๆ กำเข้าหากันแน่น
“แล้ว...พี่อลิชาล่ะคะ?”
“พี่เขาไม่อยากแต่ง”
ผู้เป็นแม่ตอบด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังพูดถึงเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน
“เขาบอกว่าเขาไม่สามารถใช้ชีวิตกับผู้ชายที่ยังเดินไม่ปกติได้”
อลินนิ่งไปหัวใจของเธอหนักอึ้งขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลเธอเคยได้ยินเรื่องของอัคนีมาบ้าง
อัคนี เจ้าของไร่ส้มชื่อดังทางภาคเหนือ ชายหนุ่มวัยสามสิบต้น ๆ ที่ถูกวางตัวให้เป็นคู่หมั้นของพี่สาวมาตั้งแต่ก่อนเกิดอุบัติเหตุ แต่หนึ่งปีก่อน...เขาประสบอุบัติเหตุร้ายแรง หลังจากนั้นการเดินของเขาก็ยังไม่กลับมาเป็นปกติ
และนั่นคือเหตุผลที่อลิชาตัดสินใจถอนตัวจากการหมั้นหมาย
อลินสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้น
“ถ้าพี่ไม่อยากแต่ง...แล้วทำไมต้องเป็นหนูล่ะคะ?”
คราวนี้ผู้เป็นพ่อถอนหายใจอย่างรำคาญเล็กน้อย ก่อนเอนตัวพิงพนักโซฟา
“เพราะแกเป็นน้องสาวฝาแฝดของเขา”
อลินชะงัก คำตอบนั้นง่ายเกินไป ง่ายจนเธอรู้สึกเจ็บ
ตั้งแต่เด็กเธอรู้ดีว่าในบ้านหลังนี้ อลิชาคือคนสำคัญ ส่วนเธอเป็นเพียงคนที่ต้องคอยตามหลังพี่สาวเสมอ
เสื้อผ้าดี ๆ มักถูกเลือกให้อีกคนก่อน ของที่อลิชาชอบแต่คำชมจากพ่อแม่...ก็แทบไม่เคยมาถึงเธอ
แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งแม้แต่ชีวิตแต่งงานของเธอเองก็จะถูกหยิบยื่นให้คนอื่นตัดสินแทน
“หนูไม่รู้จักเขาเลยนะคะ”
อลินพูดเสียงเบา ดวงตาเริ่มสั่นไหว
“หนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นคนยังไง”
“ก็ไปทำความรู้จักเอาสิ”
ผู้เป็นพ่อพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“บ้านของอัคนีเป็นครอบครัวดี มีไร่ มีธุรกิจมั่นคง แต่งไปก็ไม่ได้ลำบากอะไร”
อลินหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างขมขื่น
เธอก้มหน้าลง ซ่อนแววตาที่เริ่มเจ็บปวด ไม่ใช่เพราะกลัวการแต่งงาน แต่เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีสิทธิ์เลือกชีวิตของตัวเองเลย
“ถ้าหนูปฏิเสธล่ะคะ?”
ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที
แม่ของเธอเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนถอนหายใจ
“อลิน อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยาก”
น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความห่วงใย มีเพียงความเหนื่อยหน่าย
“พี่เขาไม่อยากแต่ง แกก็ช่วยพี่เขาสักครั้งไม่ได้หรือไง?”
อลินกำมือแน่นกว่าเดิม คำว่า “ช่วยพี่” เหมือนเข็มเล็ก ๆ ที่แทงลงกลางใจสุดท้ายเธอก็ต้องเป็นฝ่ายยอมอีกแล้ว หญิงสาวเงียบไปนาน ก่อนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นรอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้า แม้ดวงตาจะยังมีความเศร้าซ่อนอยู่
“ค่ะ...หนูจะแต่ง”
ทันทีที่คำตอบนั้นหลุดออกมา สีหน้าของพ่อกับแม่ก็ผ่อนคลายลง
ไม่มีใครถามเลยว่า...เธอเต็มใจหรือเปล่า
ไม่มีใครถามว่า...เธอกลัวไหม
และไม่มีใครสังเกตด้วยว่า มือของอลินยังคงกำแน่นอยู่บนตัก
---
ในเวลาเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของประเทศ...ภายในบ้านหลังใหญ่กลางไร่ส้มทางภาคเหนือ ชายหนุ่มร่างสูงกำลังยืนอยู่ริมระเบียงไม้
อัคนีสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงขายาวเรียบง่าย มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟ ส่วนอีกข้างจับราวระเบียงไว้แน่น ขาข้างหนึ่งของเขายังลงน้ำหนักได้ไม่เต็มที่
แม้เวลาจะผ่านไปหนึ่งปีแล้ว แต่อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุยังทิ้งร่องรอยเอาไว้
ชายหนุ่มมองออกไปยังไร่ส้มเบื้องหน้าอย่างเงียบงัน แสงแดดยามเย็นสาดผ่านแนวต้นส้มจนเกิดเป็นเงาทอดยาว
“คุณดินครับ”
เสียงของปกรณ์ ลูกน้องคนสนิทดังขึ้นจากด้านหลัง
อัคนีไม่ได้หันกลับไปทันที
“ว่าไง”
“ทางกรุงเทพฯ โทรมาแจ้งเรื่องพิธีหมั้นครับ”
มือที่ถือแก้วกาแฟหยุดนิ่ง
อัคนีหันกลับมาช้า ๆ ใบหน้าคมยังคงเรียบเฉย
“อลิชาตกลงแล้ว?”
ปกรณ์มีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย ก่อนตอบ
“ไม่ใช่ครับ”
คิ้วเข้มของอัคนีขยับขึ้นเล็กน้อย
“แล้ว?”
“คุณหนูอลินจะเป็นคนเข้าพิธีแทนครับ”
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที อัคนีมองปกรณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ไม่ใช่เสียงหัวเราะที่มีความสุข แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความรู้สึกประชดประชัน
“เปลี่ยนเจ้าสาวกันง่ายดีนะ”
ปกรณ์ก้มหน้า ไม่กล้าตอบ อัคนีเดินกลับไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ช้า ๆ ก่อนวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงความโกรธ กลับดูสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด
“เธอรู้ไหมว่าฉันเดินไม่เหมือนเดิม?”
“ทางนั้นน่าจะทราบครับ”
“แล้วเธอยังยอมมา?”
“ครับ”
อัคนีนิ่งไป ปลายนิ้วของเขาเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ อย่างใช้ความคิด ในหัวเกิดคำถามขึ้นมากมาย
เธอสงสารเขา?
หรือครอบครัวส่งเธอมาเพื่อรักษาหน้าตัวเอง?ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลไหน...เขาก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธ พราะสำหรับเขา การหมั้นหมายครั้งนี้ไม่เคยมีความหมายเรื่องความรักอยู่แล้ว มันเป็นเพียงข้อตกลงของผู้ใหญ่
“ถ้าเธออยากมา ก็ให้มา”
อัคนีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนเงยหน้ามองออกไปยังไร่ส้มอีกครั้ง
“แต่ฉันไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร”
---
สามวันต่อมา
รถยนต์คันหนึ่งแล่นผ่านถนนบนภูเขา ก่อนชะลอตัวลงเมื่อเข้าสู่พื้นที่ของไร่ส้ม
อลินนั่งอยู่เบาะหลัง เธอเอียงหน้าเข้าหากระจก ดวงตากลมโตมองทิวเขาและต้นไม้สองข้างทางอย่างสนใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาใช้ชีวิตทางภาคเหนือ แม้จะต้องมาที่นี่ด้วยเหตุผลที่เธอไม่ได้เลือกเอง...แต่เธอก็พยายามบอกตัวเองว่าเธอจะทำให้ดีที่สุดรถหยุดลงหน้าบ้านหลังใหญ่
อลินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากรถ
ทันทีที่เท้าแตะพื้น เธอก็เงยหน้ามองบ้านตรงหน้า
หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เพราะนับจากวันนี้...ที่นี่จะกลายเป็นบ้านของเธอและชายที่เธอกำลังจะเข้าพิธีหมั้นด้วย...กำลังรอเธออยู่ข้างใน
อลินยังไม่รู้เลยว่า การเดินทางขึ้นเหนือครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล
และเธอก็ไม่รู้เช่นกันว่า...ผู้ชายที่เธอกำลังจะพบในวันนี้จะกลายเป็นคนที่ไม่เพียงแต่รักเธอ แต่จะยืนอยู่ข้างเธอในวันที่คนทั้งโลกหันหลังให้เธอ
“อลิน...ตั้งแต่วันนี้ เธอไม่ใช่แค่เจ้าสาวตัวแทนอีกต่อไป”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงสาวชะงัก ก่อนค่อย ๆ หันกลับไป และนั่นคือครั้งแรก...ที่อลินได้สบตากับ อัคนี ชายหนุ่มที่กำลังจะกลายเป็นสามีของเธอในอนาคต
แต่ในเวลานี้...พวกเขายังเป็นเพียงคนแปลกหน้าสองคนเท่านั้น

